- โฆษณา -

ชาวบ้านไม่มั่นใจศก.-บึ้มกรุงเทพฯ-การเมืองไร้เสถียรภาพ-กังวลขาลงนานกดดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.ค.62 ต่ำสุดรอบ 22 ด.

เศรษฐกิจ8 ส.ค. 2562 • 05:20 น.
ชาวบ้านไม่มั่นใจศก.-บึ้มกรุงเทพฯ-การเมืองไร้เสถียรภาพ-กังวลขาลงนานกดดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.ค.62 ต่ำสุดรอบ 22 ด.
พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในเดือนก.ค.62 พบปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 และต่ำสุดในรอบ 22 เดือนจากความกังวัลต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังไม่ฟื้นตัวไร้ปัจจัยหนุน-เหตุระเบิดกทม.-การเมืองไม่มีเสถียรภาพ-กังวลสงครามการค้ายืดเยื้อฉุดเศรษฐกิจโลกตกต่ำ นางเสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเปิดเผยว่า จากการปรับตัวลดลงของดัชนีชี้วัดในทุกรายการ ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคยังคงปรับลดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 มาอยู่ที่ระดับ 75.0 ซึ่งอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 22 เดือนนับตั้งแต่เดือนต.ค.60 จากความไม่มั่นใจในภาวะเศรษฐกิจ เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลถึงปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนที่ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว และเสถียรภาพทางการเมือง ไปจนถึงราคาพืชผลทางการเกษตรที่ทรงตัวในระดับต่ำ ที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวม นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีปัจจัยที่ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะปรับตัวดีขึ้น จากตัวชี้วัดในหลายรายการปรับตัวลดลงมาก โดยเฉพาะดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจในปัจจุบันที่มีการปรับตัวต่ำสุดถึงในรอบ 17 ปี 10 เดือน สะท้อนว่าประชาชนรับรู้ถึงปัญหาทั้งราคาสินค้าเกษตร ข้าว ยางพารา และปาล์มน้ำมันที่ราคายังทรงตัวในระดับต่ำ จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง ซึ่งเป็นไปในเชิงลบ ทำให้ต้องระมัดระวังการใช้จ่าย และดัชนีความเหมาะสมในการซื้อรถยนต์ การซื้อบ้านหลังใหม่ การใช้จ่ายเพื่อท่องเที่ยว และความเหมาะสมในการทำธุรกิจปรับตัวลดลงทุกรายการ นอกจากนี้ ในเดือนก.ค.62 ยังไม่รวมผลกระทบที่เพิ่มเติมขึ้นมาจากปัญหาภัยแล้ง สงครามการค้าที่สหรัฐฯเริ่มประกาศจะปรับขึ้นภาษีเพิ่มเติมอีก และเหตุการณ์ระเบิดในกรุงเทพฯที่จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคให้ลดลงต่อเนื่องไปถึงไตรมาสที่ 4 ได้ หากสถานการณ์ภัยแล้งยังไม่ดีขึ้น และยังมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงมีโอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวต่ำกว่าที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดการณ์ไว้ในกรอบร้อยละ 3.2-3.5 เป็นต้น