พิษเศรษฐกิจโลกฉุดค้าขายไม่คล่อง “คลัง”หั่นจีดีพีปีนี้เหลือแค่ 2.8% จับตาหลายปัจจัยเสี่ยงซ้ำ
สศค.ปรับจีดีพีไทยในปี 62 ลงเหลือเติบโต 2.8% จากเดิม 3% หลังประเมินส่งออกทั้งปีนี้อาจติดลบถึง 2.5% มากกว่าเดิมที่คาดว่าจะติดลบ 0.9% ขณะที่คาดจีดีพีครึ่งหลังปีนี้เติบโต 3.1% จับตาปัจจัยเสี่ยงทั้งสงครามการค้า-Brexit-ศก.จีนถดถอย-นโยบายการเงินของประเทศพัฒนาแล้ว
นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สศค.ได้ปรับลดคาดการณ์จีดีพีในปี 62 ลงเหลือ 2.8% โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ 2.6-3.0% ชะลอตัวลงจากคาดการณ์เดิมที่ 3.0% โดยมีสาเหตุมาจากปัจจัยนอกประเทศเป็นสำคัญจากการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่คาดว่าจะขยายตัวลดลงมาอยู่ที่ 3.3% จากคาดการณ์เดิมที่ 3.5% โดยเฉพาะจีน สหรัฐฯ ญี่ปุ่น มาเลเซีย และเวียดนาม รวมทั้งปริมาณการค้าโลก ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน ส่งผลกระทบต่อภาพรวมการส่งออกของไทยในปีนี้ให้ขยายตัว -2.5% โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ -2.7ถึง -2.3% จากคาดการณ์เดิมที่ -0.9%
ทั้งนี้คาดว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังจะขยายตัวที่ 3.1% ซึ่งดีกว่าในช่วงครึ่งปีแรกที่ขยายตัว 2.6% ส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆที่รัฐบาลได้พยายามผลักดันในช่วงที่ผ่านมา อาทิ มาตรการสวัสดิการแห่งรัฐ มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านมาตรการชิมช้อปใช้ ระยะที่ 1 และ 2 มาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพสำหรับเกษตรกรผู้ประสบภัยแล้ง โครงประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว,ปาล์มน้ำมัน มาตรการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) มาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดทะเบียนการจำนองให้ผู้ซื้อที่อยู่อาศัย และมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ ที่มีส่วนสนับสนุนการใช้จ่ายของประชาชน
ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามายังประเทศไทยในปีนี้ ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายระยะเวลามาตรการยกเลิกค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรา ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on Arrival: VOA) โดยคาดว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 39.8 ล้านคน ขยายตัว 4.3% ลดลงจากคาดการณ์เดิมที่ 40 ล้านคน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 1.98 ล้านล้านบาท หรือขยายตัว 5.6%
ทั้งนี้เชื่อว่า การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนจะมีส่วนในการขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวในปี 2563 ด้วย โดยคาดว่าปีหน้า จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 41.5 ล้านคน ขยายตัว 4.1% และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 2.09 ล้านล้านบาท หรือขยายตัว 5.3% ในด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจของไทย คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2562 จะอยู่ที่ 0.8% (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 0.6 ถึง 1.0%) ปรับตัวลดลงจากปีก่อนตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่มีทิศทางลดลง
สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี 2563 คาดว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวเร่งขึ้นจากปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 3.3% (ช่วงคาดการณ์ที่ 2.8- 3.8%) โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาคเอกชนและการใช้จ่ายภาครัฐ ทั้งจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 จำนวน 3.2 ล้านล้านบาทที่คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ในช่วงต้นปีหน้า และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนาดใหญ่ของรัฐวิสาหกิจ ทั้งนี้การลงทุนภาครัฐที่เพิ่มขึ้นยังจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและช่วยกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชนในประเทศได้มากขึ้น
ส่วนอุปสงค์ภายนอกประเทศ คาดว่าการส่งออกสินค้าและบริการมีแนวโน้มขยายตัวเร่งขึ้นจากปีก่อนหน้า ตามเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าของไทยที่ยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ และแนวโน้มการเติบโตของปริมาณการค้าโลกที่คาดว่าจะฟื้นตัวขึ้น ในด้านเสถียรภาพภายในประเทศ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 63 จะอยู่ที่ 0.9% (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 0.4 – 1.4%) ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย ตามการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ
โดยในการประมาณการเศรษฐกิจไทย จำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด อาทิ สถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน การถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร (Brexit) แนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และการดำเนินนโยบายการเงินของประเทศพัฒนาแล้ว
ทั้งนี้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3/2562 พบว่ายังมีสัญญาณการชะลอตัวจากการส่งออกสินค้าที่หดตัว -0.5% เนื่องจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ขณะที่การนำเข้าหดตัว -6.1% ส่วนภาคการผลิตพบว่า เศรษฐกิจไทยยังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่ขยายตัวสูงสุดในรอบ 15 เดือน โดยในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 2.9 ล้านคน ขยายตัว 10.1% ส่งผลให้ในไตรมาส 3/2562 นักท่องเที่ยวต่างชาติขยายตัว 7.2%
รายงานข่าวจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง แจ้งเพิ่มเติมว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังของปี 62 น่าจะขยายตัวกลับมาเป็นบวกได้มากกว่าครึ่งปีแรก โดยไตรมาสสามตัวเลขเศรษฐกิจเติบโตได้ 2.9% เป็นแนวโน้มที่เป็นบวก หลังจากที่ก่อนหน้านี้เศรษฐกิจขยายตัวร้อยละ2.8 ในไตรมาสแรกและขยายตัวร้อยละ2.3 ในไตรมาส 2
ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญความท้าทายโดยเฉพาะจากผลกระทบเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ดีหากเศรษฐกิจไตรมาสสี่ยังคงเติบโตได้ต่อเนื่องจากไตรมาสสาม ก็ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจทั้งปีขยายตัวได้ประมาณร้อยละ 2.8