เอกชนชงฟื้นช้อปช่วยชาติกระตุ้นศก.

เศรษฐกิจ12 พ.ค. 2563 • 00:10 น.
เอกชนชงฟื้นช้อปช่วยชาติกระตุ้นศก.
ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้น อยู่ที่ 80.40 ฟื้นตัวหลังซบเซาต่อเนื่อง 3 เดือน นักลงทุนคาดหวังนโยบายภาครัฐเป็นปัจจัยหนุนช่วยวิกฤติโควิด-19 สภาธุรกิจตลาดทุนไทยเตรียมเสนอฟื้นมาตรการช้อปช่วยชาติกระตุ้นเศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 11 พ.ค.63 นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน ประจำเดือนพ.ค.63 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้าคือเดือนกรกฎาคม 2563 อยู่ในเกณฑ์ทรงตัว(Neutral) ดัชนีเพิ่มขึ้น 42% มาอยู่ที่ระดับ 80.40 จาก 56.70 จากการสำรวจครั้งก่อน หลังจากปรับตัวลงอยู่ในเกณฑ์ซบเซาติดต่อกันสามเดือน โดยผลสำรวจพบว่า นักลงทุนคาดหวังนโยบายภาครัฐเป็นปัจจัยหนุนมากที่สุด รองลงมาคือ การเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ และการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว รวมถึงการค้นพบวัคซีนป้องกัน COVID-19 อย่างไรก็ตามผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนเป็นปัจจัยฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด รองลงมาคือ การเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ และการไหลเข้า-ออกของเงินทุน รวมถึงความกังวลหาก COVID-19 เกิดการแพร่ระบาดรอบสอง" โดยหมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุดคือ หมวดอาหารและเครื่องดื่ม (FOOD) หมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุดคือ หมวดการท่องเที่ยวและสันทนาการ (TOURISM) สำหรับตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นดัชนีมีโอกาสแกว่งตัว แต่แนวโน้มที่ดัชนีจะปรับตัวลงแรงมีจำกัด โดยอาจมีแรงขายทำกำไรออกมาบ้าง เพราะดัชนีปรับตัวขึ้นมาถึง 30% จากระดับต่ำสุดในปีนี้ที่ 969 จุด คาดปีนี้มีโอกาสที่จะเห็นดัชนีหุ้นไทยที่ 1,400 จุด โดยขึ้นอยู่กับมาตรการดูแลสถานการณ์โควิด-19 ภายในประเทศไม่ให้เกิดการระบาดในรอบ 2 จนถึงขั้นต้องมีการล็อกดาวน์เกิดขึ้นอีก และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงการดูแลบริษัทขนาดกลาง และขนาดเล็กที่ประสบภาวะล้มละลาย เพื่อไม่ให้กดดันให้เศรษฐกิจปรับตัวลงลึกมากกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะติดลบ 6-7% นอกจากนี้ ทางสภาธุรกิจตลาดทุนไทยจะมีการหารือร่วมกันเพื่อเสนอข้อคิดเห็นต่อรัฐบาลในการจัดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ โดยจะเสนอแนะให้มีกระตุ้นให้คนที่มีกำลังซื้อที่ไม่ได้รับผลกระทบโควิด-19 ออกมาจับจ่ายใช้สอย และท่องเที่ยวในประเทศ โดยอาจฟื้นมาตรการช้อปช่วยชาติ มาตรการกระตุ้นเที่ยวไทย เป็นต้น ซึ่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต้องเป็นแพ็กเก็จใหญ่เหมือนกับมาตรการเยียวยา จึงจะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้