Learning Factory ที่ ม.สวนดุสิต
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กนกกานต์ วีระกุล ผู้จัดการโครงการปฏิบัติการอาหารแปรรูป มหาวิทยาลัยสวนดุสิต นำเสนอบทความ เรื่อง "Learning Factory ที่ ม.สวนดุสิต" ระบุว่า การพัฒนาคนคือหัวใจสำคัญของการสร้างสังคมและประเทศที่เข้มแข็ง โลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ความรู้จากตำราเพียงอย่างเดียวไม่พอต่อการหล่อหลอมบัณฑิตที่พร้อมเผชิญกับโลกเก่าใบใหม่ที่เต็มไปด้วยความผันผวน มหาวิทยาลัยต้องเร่งสร้างพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการลงมือทำจริง ได้ฝึกคิดอย่างเป็นระบบ และได้ทดลองแก้ปัญหาในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงกับโลกของการทำงานจริง มหาวิทยาลัยสวนดุสิตตระหนักและมองเห็นถึงความจำเป็นนี้อย่างชัดเจน และได้พัฒนาโครงการ “Learning Factory” หรือสถานประกอบการเพื่อการเรียนรู้เพื่อทำให้การเรียนรู้เชื่อมโยงกับชีวิตและสังคม
Learning Factory ที่มหาวิทยาลัยสวนดุสิตมีความหมายที่ครอบคลุมมากกว่าการเป็นโรงงานอุตสาหกรรมอาหารต้นแบบ เพราะที่แห่งนี้คือแหล่งผลิตประสบการณ์ แหล่งบ่มเพาะทักษะ และแหล่งสร้างแรงบันดาลใจให้นักศึกษาได้เติบโต การเรียนรู้ที่ Learning Factory แห่งนี้ช่วยให้นักศึกษาสามารถเชื่อมโยงความรู้เชิงทฤษฎีกับการปฏิบัติจริง ได้สัมผัสการทำงานในระบบที่มีมาตรฐานสากล ได้ฝึกการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหา ได้พัฒนาความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น และได้เรียนรู้การบริหารจัดการในทุกขั้นตอน เมื่อผ่านกระบวนการหล่อหลอมจากทฤษฎีมาสู่การลงมือจริง ๆ นักศึกษาจึงพัฒนาศักยภาพที่กลายเป็นผู้รู้และผู้ที่มีความพร้อมในเชิงวิชาชีพ
เส้นทางของ Learning Factory ได้เริ่มต้นขึ้นจากศูนย์ปฏิบัติการเนยเมื่อปี พ.ศ. 2552 ศูนย์แห่งนี้ทำหน้าที่เป็นโรงงานต้นแบบที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เป็นก้าวแรกที่ช่วยวางรากฐานด้านมาตรฐานการผลิตและการเรียนรู้ ต่อมาในปี พ.ศ. 2562 ได้ยกระดับเป็นโครงการปฏิบัติการอาหารแปรรูปในฐานะศูนย์ความเป็นเลิศด้านอาหารที่ได้มาตรฐาน GHPs HACCP และ HALAL ก่อนจะก้าวสู่ Learning Factory อย่างเต็มรูปแบบในปี พ.ศ. 2568 ซึ่งมีความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน เครื่องจักร อุปกรณ์ที่ทันสมัย สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และกระบวนการที่บูรณาการทฤษฎีเข้ากับการปฏิบัติอย่างเป็นระบบ
Learning Factory สร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ที่หลากหลาย ภายในโครงการฯ มีบทบาทเป็นพื้นที่สำหรับการเรียนการสอนที่เชื่อมโยงการเรียนรู้เชิงทฤษฎีเข้ากับการฝึกปฏิบัติจริงในโรงงาน นักศึกษาได้รับโอกาสเรียนรู้ในบรรยากาศที่สะท้อนโลกการทำงาน ขณะเดียวกันสถานที่แห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์บ่มเพาะนวัตกรรมทางอาหาร ที่นำโจทย์จากชุมชนและภาคอุตสาหกรรมมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้และพร้อมขยายสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ ผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นหลายชิ้นได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นซุปครีมข้าวเสริมไข่ผำ โยเกิร์ตเสริมพรีไบโอติกจากรำข้าวหอมสุพรรณบุรี มัสมั่นเนื้อที่ใช้นมถั่วเหลืองแทนกะทิ หรือเนยแข็งจากพืช
นอกจากนี้ Learning Factory ยังเปิดกว้างสำหรับบุคคลภายนอกในฐานะพื้นที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ ทุกปีมีผู้ประกอบการ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน หน่วยงาน และประชาชนทั่วไปเข้ามาศึกษาดูงาน เรียนรู้กระบวนการผลิตอาหาร และรับคำปรึกษาเชิงวิชาการ การมีส่วนร่วมเช่นนี้ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ที่สร้างคุณค่าได้ทั้งกับนักศึกษาและกับสังคมรอบข้าง ซึ่งความเคลื่อนไหวเช่นนี้สะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเป็นกลไกกลางที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชน และยกระดับความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากในระยะยาว
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนออกมาอย่างชัดเจน บัณฑิตที่จบออกไปมีความพร้อมในการทำงานจริง มีทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ทั้งการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การทำงานร่วมกับผู้อื่น และภาวะผู้นำที่เข้มแข็งควบคู่กับความรู้ทางเทคโนโลยี ในอีกด้านหนึ่ง สังคมก็ได้รับประโยชน์จากผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารที่เกิดขึ้นใน Learning Factory ซึ่งช่วยยกระดับทั้งเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของผู้คน และยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตัวอย่างเช่น ศูนย์การเรียนรู้วิทยาการอาหาร More Cheese ที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านอาหารในรูปแบบที่เข้าใจง่าย สนุก และสร้างแรงบันดาลใจแก่ประชาชนทุกช่วงวัย
Learning Factory ของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตไม่ใช่โครงการเชิงสัญลักษณ์ แต่สะท้อนถึงปรัชญาการจัดการศึกษาและการพัฒนาคนบนพื้นที่ที่หลอมรวมการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการไว้ในที่เดียวกัน ทำให้การเรียนรู้มีชีวิตชีวาและสอดคล้องกับโลกแห่งการทำงานจริง แนวคิดนี้เป็นกลไกที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัยเข้ากับชุมชนและภาคอุตสาหกรรมในวงกว้าง และสร้างเครือข่ายที่เอื้ออำนวยต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
เมื่อมองไปข้างหน้า Learning Factory ก็คือเครื่องหมายที่สะท้อนว่าการศึกษาไม่อาจหยุดอยู่แค่กับการสอนในห้องเรียน แต่ต้องขยายออกไปสู่การลงมือทำ การเผชิญปัญหาจริง และการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบสนองต่อสังคม ปรัชญาการศึกษานี้ทำให้มหาวิทยาลัยสวนดุสิตก้าวข้ามการเป็นสถาบันการศึกษาสู่การเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ที่มีพลังในการพัฒนาคนและสังคมให้ก้าวไกล