- โฆษณา -

นักวิชาการ มธ. ชี้ประชามติ 8 ก.พ. ก้าวแรกของประชาชน-กำหนดทิศทางรัฐธรรมนูญใหม่

การศึกษา2 ก.พ. 2569 • 14:51 น.
นักวิชาการ มธ. ชี้ประชามติ 8 ก.พ. ก้าวแรกของประชาชน-กำหนดทิศทางรัฐธรรมนูญใหม่

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ มีความสำคัญเป็นพิเศษเนื่องจากเป็นการเลือกตั้งที่มาพร้อมกับการลงประชามติ เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมแสดงเจตจำนงว่าเห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ โดยอาจารย์ ดร. ปุรวิชญ์ วัฒนสุข จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ให้มุมมองว่าประชามติคือกระบวนการที่ให้อำนาจประชาชนในการตัดสินใจวาระทางสังคมและการเมืองด้วยตนเอง เพื่อกำหนดทิศทางว่าต้องการให้ดำเนินการในเรื่องนั้นๆ ต่อไปอย่างไร

ซึ่งที่มาของการลงประชามติในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการเมืองของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 โดยเฉพาะในมาตรา 256 เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีข้อถกเถียงระหว่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภามาโดยตลอด จนกระทั่งมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งในปี พ.ศ. 2564 ศาลได้มีคำวินิจฉัยว่าต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติก่อนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และต้องทำอีกครั้งเมื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่เสร็จสิ้นเพื่อให้ประชาชนเห็นชอบ

- โฆษณา -

เส้นทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังคงดำเนินท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงต้นปี พ.ศ. 2568 ได้มีการยื่นร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แต่ประสบปัญหาองค์ประชุมล่มในเดือนกุมภาพันธ์ จนนำไปสู่การส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีกครั้งในเดือนมีนาคมถึงจำนวนครั้งที่ต้องทำประชามติ

ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยในเดือนกันยายน พ.ศ. 2568 ว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องทำประชามติรวม 3 ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ 1 ถามความเห็นชอบในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ครั้งที่ 2 เห็นชอบกรอบเนื้อหาของร่างแก้ไขหมวดการแก้ไขเพิ่มเติม และครั้งที่ 3 เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ยกร่างเสร็จแล้ว ทั้งนี้ศาลระบุว่าสามารถรวมการทำประชามติครั้งที่ 1 และ 2 เข้าด้วยกันได้

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการพ้นตำแหน่งของรัฐบาลคุณแพทองธารและเข้าสู่รัฐบาลคุณอนุทิน แม้จะมีการลงนาม MOA ระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนเพื่อผลักดันเรื่องนี้ แต่กลับเกิดความเห็นไม่ลงรอยกันระหว่างสมาชิกวุฒิสภาที่ต้องการรักษาอำนาจการเห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยเสียง 1 ใน 3 ไว้ กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ต้องการตัดอำนาจดังกล่าวออกไป ความขัดแย้งนี้ส่งผลให้เกิดการยุบสภาเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568

การยุบสภาในครั้งนั้นส่งผลให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ตั้งใจจะถามคำถามประชามติครั้งที่ 1 และ 2 พร้อมกันต้องตกไป ทำให้ในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จะถึงนี้ จะเหลือเพียงการลงประชามติในคำถามแรกตามที่คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบและประกาศในราชกิจจานุเบกษาไว้ คือการถามความเห็นชอบว่าควรมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่

อาจารย์ ดร. ปุรวิชญ์ มองว่านี่คือโอกาสครั้งสำคัญที่สุดในรอบหลายปีที่จะผลักดันการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เป็นวาระทางสังคมและการเมืองต่อไป เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2560 ถือเป็นมรดกจากการรัฐประหารปี พ.ศ. 2557 การออกไปใช้สิทธิในครั้งนี้จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญของประชาชนในการแสดงเจตจำนงเพื่อกำหนดกติกาสังคมร่วมกัน แม้กระบวนการอาจไม่สำเร็จในเวลาอันสั้นแต่จะเป็นการยืนยันถึงความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง