- โฆษณา -

การประยุกต์แนวคิด Quantum กับการบริหารวิทยาเขตสุพรรณบุรี ภายใต้นโยบาย The power of SDU

การศึกษา23 มิ.ย. 2569 • 20:10 น.
การประยุกต์แนวคิด Quantum กับการบริหารวิทยาเขตสุพรรณบุรี ภายใต้นโยบาย The power of SDU

ดร.วรานี เวสสุนทรเทพ รองอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขตสุพรรณบุรี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต นำเสนอบทความเรื่อง “การประยุกต์แนวคิด Quantum กับการบริหารวิทยาเขตสุพรรณบุรี ภายใต้นโยบาย The power of SDU” ความว่า การนำแนวคิดบริหารจัดการเชิงควอนตัม (Quantum Management) มาประยุกต์ใช้อย่างก้าวกระโดดภายใต้นโยบาย The Power of SDU จะช่วยเปลี่ยนผ่านวิทยาเขตสู่ระบบนิเวศแห่งอนาคตผ่าน 4 องค์ประกอบสำคัญ

ประการแรกคือ การบริหารแบบความพัวพันเชิงระบบ (Quantum Entanglement) ที่มองว่าความสำเร็จของมหาวิทยาลัยและชุมชนมีความผูกพันที่แยกจากกันไม่ได้ วิทยาเขตสุพรรณบุรีจึงทำหน้าที่เป็น "Platform Integrator" หรือกลไกกลางเชิงระบบที่เชื่อมโยงต้นน้ำอย่างเกษตรปลอดภัย (HOMKHAJORN Farm) กลางน้ำคือนวัตกรรมอาหาร (WellFood Lab) และปลายน้ำคือเมืองสุขภาวะ (Wellness City) เข้าด้วยกันอย่างเหนียวแน่น เพื่อตอบโจทย์ The Power of Community Engagement ในการสร้างเศรษฐกิจองค์รวม (Holistic Economy) ที่ทุกส่วนส่งผลกระทบถึงกัน

- โฆษณา -

ประการต่อมาคือ สถานะที่ซ้อนทับและการบริหารพื้นที่แบบไฮบริด (Quantum Superposition) โดยยกระดับพื้นที่วิทยาเขตให้เป็นมากกว่าสถานที่บรรยาย แต่เป็น "Living Lab" และ "Platform-based Area Development University" ที่ดำรงสถานะเป็นทั้งห้องเรียนจริงผ่านระบบ CWIE เป็นห้องปฏิบัติการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ และเป็นพื้นที่ทดลองตลาดจริงผ่าน Wellness Café ไปพร้อมกัน ซึ่งสอดรับกับนโยบาย The Power of Next Learning Ecosystem ที่มุ่งเน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงในหลากหลายมิติแนวทางนี้ช่วยให้พื้นที่เพียงแห่งเดียวสามารถสร้างคุณค่าได้หลากหลายสถานะในเวลาเดียวกัน ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกสมัยใหม่

ประการที่สามคือ การสร้างผลกระทบแบบเครือข่ายไร้พรมแดน (Non-locality) ซึ่งเน้นการส่งผ่านนวัตกรรมและผลลัพธ์ที่ไม่จำกัดอยู่เพียงพื้นที่ทางกายภาพของวิทยาเขต แต่ขยายผลโครงการ "หอมขจรโมเดล" ไปสู่ชุมชนต่างๆ ในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคกลาง–ตะวันตก (CWEC) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาวะของประชาชนในวงกว้างตามนโยบาย The Power of Research & Innovation ที่มุ่งสร้างมูลค่าผลกระทบทางสังคม (SROI) ให้สูงกว่าเงินทุนวิจัย โดยตั้งเป้าหมายในปี 2569 ให้มีมูลค่า SROI มากกว่า 9 เท่าของเงินลงทุน

ประการสุดท้ายคือ การบริหารด้วยข้อมูลและการสังเกตการณ์ (Data-driven Observation) ผ่านระบบ WellFood Knowledge Platform & Impact Dashboard ที่นำ Big Data และ AI มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลด้านบุคลากร หลักสูตร และความต้องการของชุมชนแบบ Real-time ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขเพื่อการรายงาน แต่เป็นกลไกในการสังเกตการณ์สถานะของระบบ เพื่อปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และความพึงพอใจของทุกภาคส่วนอย่างแม่นยำ การสังเกตการณ์ที่แม่นยำจะช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถ "ยุบสถานะ" (Wave function collapse) ของปัญหาให้กลายเป็นโอกาสในการพัฒนาพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว

มหาวิทยาลัยสวนดุสิตให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับการพัฒนาเชิงพื้นที่ โดยใช้ความเชี่ยวชาญและอัตลักษณ์ของสถาบันเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งในปี พ.ศ. 2569 นี้ ท่านอธิการบดีได้มอบนโยบายเชิงยุทธศาสตร์ให้ทั้งวิทยาเขตและศูนย์การศึกษาดำเนินโครงการพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยวิทยาเขตสุพรรณบุรีมุ่งเน้นการขับเคลื่อนโครงการ SUPHANBURI WELLFOOD VALLEY ECOSYSTEM ภายใต้แนวคิด "From Safe Food to Wellness City and Longevity Society" เพื่อยกระดับจากพื้นที่จัดการศึกษาไปสู่การเป็นแพลตฟอร์มต้นแบบด้านอาหารปลอดภัยและเศรษฐกิจสุขภาวะอย่างครบวงจร

การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ก้าวกระโดดนี้ยังอาศัยการทำงานร่วมกันของหน่วยงานภายในแบบบูรณาการ (Integrated Internal Ecosystem) ทั้งคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนการเรือน คณะพยาบาลศาสตร์ และคณะวิทยาการจัดการ ซึ่งเปรียบเสมือนอนุภาคที่ทำงานสอดประสานกันในสนามพลังเดียวกัน โดยมุ่งเน้นการสร้างผลผลิต (Output) ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ อาทิ แหล่งผลิตวัตถุดิบปลอดภัย ฐานข้อมูลท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์ WellFood ต้นแบบ ไปจนถึงเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาวะ (Wellness Route) ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ใช่เพียงแค่ความสำเร็จทางวิชาการ แต่คือการเติบโตของเศรษฐกิจสุขภาวะและสังคมอายุยืนที่ประชาชนอยู่ดีมีสุข (SDU HAPPY) อย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี

การนำแนวคิด Quantum มาบริหารวิทยาเขตสุพรรณบุรี ตามนโยบาย The Power of SDU คือ การเลิกมองวิทยาเขตเป็นเพียง "สาขา" แต่เปลี่ยนให้เป็น "จุดกำเนิดพลังงาน (Energy Node)" ที่มีความยืดหยุ่นสูง พร้อมเชื่อมโยงกับทุกภาคส่วน และสามารถสร้างปฏิกิริยาก้าวกระโดดเพื่อยกระดับทั้งตัวมหาวิทยาลัยและชุมชนท้องถิ่นสุพรรณบุรีไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน