“เลขาฯกพฐ.”ยันรร.เบญจมราชูทิศ นครศรีฯ ไม่มีกดดัน-ไล่นร.ชู 3 นิ้วออก

การศึกษา25 ต.ค. 2563 • 15:34 น.
“เลขาฯกพฐ.”ยันรร.เบญจมราชูทิศ นครศรีฯ ไม่มีกดดัน-ไล่นร.ชู 3 นิ้วออก
เผยชื่อโรงเรียนได้รับพระราชทานนามจากร.5 ระบุแม่เด็กเครียดหนัก พร้อมเสนอทางเลือกให้ลูกเอง ขณะครูเข้าใจพฤติกรรมเด็กที่เห็นต่างทางการเมือง พร้อมให้กำลังใจผู้ปกครอง ยืนยันทางโรงเรียนและครูไม่มีการกดดันเด็ก-ไล่ออก ชี้นี่ไม่ใช่เคสแรกและไม่่เคยเป็นปัญหา ย้ำพร้อมพูดคุยหาทางออก-ช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้ปกครอง ตามที่มีข่าวกรณีโรงเรียนเบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช บังคับให้ผู้ปกครองนักเรียนเขียนบันทึกลาออกจากโรงเรียน ด้วยเหตุนักเรียนไม่ยอมถวายบังคม ขณะร่วมพิธีวางพวงมาลาในวันปิยมหาราช เมื่อวันที่ 23 ต.ค.63 ที่ผ่านมา นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือเลขา กพฐ. เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายสมบูรณ์ เรืองแก้ว ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต12 (ผอ.สพม.12 ) ว่า วันปิยมหาราช ถือเป็นวันสำคัญของโรงเรียนเบญจมราชูทิศ เนื่องจากจัดตั้งตามพระราชประสงค์ของรัชกาลที่ห้า โดยชื่อโรงเรียนได้รับพระราชทานนามจากรัชกาลที่ห้า และในวันดังกล่าว โรงเรียนได้จัดพิธีวางพวงมาลาและถวายบังคม หน้าพระบรมรูปเช่นทุกปี เพื่อสร้างจิตสำนึกคุณลักษณะความกตัญญูรู้คุณแก่เด็กนักเรียน ทั้งนี้ ระหว่างประกอบพิธีถวายบังคมพระบรมรูปพร้อมกันนั้น เด็กนักเรียนรายนี้ ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โครงการห้องเรียนพิเศษ English Program ยืนตรงชูสามนิ้ว โดยไม่ร่วมถวายบังคมพร้อมกับนักเรียนคนอื่น ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นพิธีการ ครูและโรงเรียนไม่ได้มีการว่ากล่าวตักเตือน-เรียกนักเรียนมาพบแต่อย่างใด แต่ในวันเดียวกัน มารดาของนักเรียนรายนี้ ได้ติดต่อมายัง นายภูตินันทน์ เฮ้งศิริ รองผอ.โรงเรียนงานกิจการนักเรียน ซึ่งมารดานักเรียนยอมรับรู้สึกหนักใจที่ไม่สามารถปรับพฤติกรรมบุตรได้ และต้องการให้บุตรลาออก ซึ่งรองผอ.เข้าใจพฤติกรรมนักเรียนที่อยู่ในวัยเรียนรู้ พร้อมให้กำลังใจมารดาว่า เป็นแค่เรื่องทัศนคติทางการเมืองเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกัน ครูประจำชั้นได้โทรศัพท์ติดต่อนักเรียนด้วยความเป็นห่วง หลังพบการโพสต์ข้อความในสื่อโซเชี่ยล ซึ่งนักเรียนได้แจ้งให้ครูประจำชั้นทราบว่า มารดาต้องการให้ลาออก ครูประจำชั้นจึงขอคุยกับมารดาโดยตรง ซึ่งมารดานักเรียนระบุ มี 2 ทางให้ลูกเลือก คือ ต้องปรับพฤติกรรมกลับมาตั้งใจเรียน หรือหากไม่ปรับพฤติกรรม มารดาจะไปขอลาออกเอง และยืนยันว่าไม่มีผู้บริหารหรือครูกดดัน รวมทั้งได้รับคำยืนยันจาก โรงเรียนว่าไม่มีการดำเนินการใดๆ กับนักเรียนรายดังกล่าวตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด และถึงขณะนี้ยังไม่ปรากฏว่าผู้ปกครองจะมาแจ้งลาออกแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ทางโรงเรียนได้ระบุ ก่อนหน้านี้ มีนักเรียนในโรงเรียนจำนวนหนึ่ง ได้แสดงออกในรูปแบบดังกล่าว ในระหว่างเคารพธงชาติ ซึ่งทางโรงเรียนได้เปิดเวทีให้เด็กได้แสดงออกทางความคิดที่เห็นต่าง มีการแลกเปลี่ยนพูดคุยกัน จนปัจจุบันมีการแสดงออกในรูปแบบดังกล่าวลดน้อยลง ซึ่งหากผู้ปกครองนักเรียนรายดังกล่าวจะเข้าพบก็ยินดี โดยยังคงเป็นนักเรียนไม่ได้มีการตัดสิทธิ์ใดๆ และพร้อมช่วยหาทางออกแก้ปัญหาร่วมกัน