อาชีวะเกษตรบุรีรัมย์ Farmstay จุดเช็คอินแห่งใหม่จ.บุรีรัมย์

การศึกษา8 ก.ค. 2563 • 07:00 น.
อาชีวะเกษตรบุรีรัมย์ Farmstay  จุดเช็คอินแห่งใหม่จ.บุรีรัมย์
เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เริ่มดีขึ้น รัฐบาลจึงมีมาตรการคลายล็อกดาวน์ และมีแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวด้วยการเชิญชวนคนไทยให้มาท่องเที่ยวภายในประเทศ เพื่อหวังให้การท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวและเศรษฐกิจกลับมาดีขึ้นโดยเร็ว นายณรงค์ แผ้วพลสง เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเปิดเผยว่า วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์ เป็นสถานศึกษาอาชีวศึกษาด้านเกษตรกรรม เปิดสอน 3 ระดับ ได้แก่ ปวช., ปวส.และปริญญาตรี ปัจจุบันได้เปิดสอนสาขาวิชาการโรงแรมเพิ่มอีกสาขาหนึ่ง ซึ่งวิทยาลัยมีอาคารปฏิบัติการโรงแรม ให้นักศึกษาได้ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ดังเช่น จุดเช็คอินอาชีวะเกษตรบุรีรัมย์ Farmstay ของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์ที่ผู้เรียนสามารถนำความรู้ประสบการณ์ที่ได้รับไปสร้างงาน สร้างรายได้ระหว่างเรียน และเมื่อจบการศึกษาก็นำไปประกอบอาชีพได้ทันที น.ส.ศุภลักษณ์  ลุนนู นักศึกษาชั้น ปวช.3 สาขาวิชาการโรงแรม วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์ เล่าว่า หัวใจของงานแม่บ้านคือความสะอาด มากกว่านั้นคือ ความซื่อสัตย์ ทั้งยังต้องเอาใจใส่ สังเกตรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของแขกที่พัก และต้องดูแลให้รู้สึกเป็นคนพิเศษจริง ๆ ด้วยหัวใจการบริการ น.ส.ภรินทร พลเคน นักศึกษาชั้น ปวส.2 สาขาวิชาอุตสาหกรรมเกษตรเล่าว่า ได้ฝึกปฏิบัติงานในโรงงานแปรรูปนมเป็นนมพาสเจอร์ไรส์ ซึ่งตั้งอยู่ในวิทยาลัย โดยมีครูกิตติศักดิ์ แท่นแก้ว ครูแผนกวิชาสัตวศาสตร์ เป็นครูที่ปรึกษา ซึ่งโรงงานแปรรูปนมนี้มีกำลังการผลิตได้ถึง 1,500 ลิตรต่อชั่วโมง และได้แบ่งฐานการผลิตนมให้นักศึกษาได้ฝึกประสบการณ์จนครบทุกฐาน เริ่มตั้งแต่ฐานรับน้ำนมดิบ ซึ่งมาจาก 2 แหล่ง คือ นมจากฟาร์มโคนมแผนกวิชาสัตวศาสตร์ของวิทยาลัย และจากวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคนมปากช่อง เพื่อผลิตเป็นนมในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ซึ่งขนส่งโดยรถบรรทุกนมที่รักษาความเย็น ขั้นตอนเริ่มจากตรวจสอบคุณภาพน้ำนมดิบเบื้องต้น โดยดูจากทางกายภาพ เพื่อประเมินว่าจะรับซื้อหรือไม่ ซึ่งถ้าผ่านกระบวนการดังกล่าวจะรับเข้าสู่โรงงาน ส่วนตัวอย่างนมที่เหลือจะนำไปตรวจสอบยาปฏิชีวนะ วิเคราะห์องค์ประกอบ เช่น โปรตีน ไขมัน เพื่อใช้คำนวณราคารับซื้อ จากนั้นเข้าสู่ฐานการปรุงผสมนมพาสเจอร์ไรส์ ซึ่งโครงการนมโรงเรียน จะใช้น้ำนมดิบ 100% มาใช้ผลิตนมจืดทั้งหมด ส่วนตลาดนมพาณิชย์ จะผลิตรสจืด หวาน ช็อคโกแล็ต โดยจะเติมน้ำตาล-ผงโกโก้เข้าไป สำหรับฐานการฆ่าเชื้อโรคในน้ำนม ใช้การฆ่าเชื้อโดยวิธีพาสเจอร์ไรส์ที่อุณหภูมิ 78 องศาเซลเซียส นาน 16 วินาที และทำให้เย็นลงทันทีที่อุณหภูมิต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส แล้วนำไปเก็บไว้ในถังเพื่อรอบรรจุ ส่วนฐานบรรจุ จะบรรจุด้วยเครื่องบรรจุอัตโนมัติ ภาชนะบรรจุเป็นถุงพลาสติกผ่านฆ่าเชื้อด้วยแสงอัลตราไวโอเลต ฆ่าเชื้อชุดบรรจุอัตโนมัติด้วยน้ำร้อนอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 90 องศาเซลเซียส ก่อนบรรจุ และนมพาสเจอร์ไรส์รอบรรจุต้องมีอุณหภูมิไม่เกิน 6 องศาเซลเซียส ต่อไปคือฐานห้องเย็นเพื่อรอจำหน่าย นมพาสเจอร์ไรส์ที่บรรจุแล้วจะนำไปเก็บไว้ในห้องเย็นที่อุณหภูมิ 2 – 4 องศาเซลเซียส จัดเรียงโดยมีป้ายแสดงสถานะชัดเจน เช็คอุณหภูมิห้องเย็นทุก 2 ชั่วโมง จากนั้นส่งไปฐานการตรวจสอบคุณภาพก่อนการจำหน่าย มีการตรวจสอบองค์ประกอบในน้ำนมให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด และสุดท้ายคือฐานการขนส่งไปยังผู้บริโภค โดยต้องตรวจสภาพทั่วไปของรถที่มารับนมโดยเฉพาะความสะอาด และเช็คอุณหภูมิรถขนส่งซึ่งจะต้องไม่เกิน 4 องศาเซลเซียส เมื่อผ่านตามที่กำหนดจึงลำเลียงนมที่ผ่านการพาสเจอไรส์ขึ้นรถเพื่อนำส่งต่อไป เพื่อให้มั่นใจว่าผู้รับจะได้รับนมพาสเจอร์ไรส์ที่มีคุณภาพ สด สะอาด และปลอดภัยอย่างแท้จริง โดยทุก ๆ วัน จะเริ่มทำงานตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึงบ่าย 3 โมง หรือจนกว่าจะเสร็จงาน ซึ่งนมที่แปรรูปพาสเจอไรส์ ส่วนหนึ่งก็ยังมีจำหน่ายที่หน้าโรงงานแปรรูปนมนี้อีกด้วย ขณะที่ น.ส.อนุสรา ศาลางาม ชั้นปวช.3 สาขาวิชาพืชศาสตร์ เล่าว่า ได้เรียนรู้การปลูกพืชปลอดภัยในโรงเรือนอัจฉริยะจากครูกุลภรณ์ กุณรักษ์ ครูสาขาวิชาพืชศาสตร์ โดยโรงเรือนอัจฉริยะขนาดกว้าง 6.5 เมตร ยาว 18 เมตร เน้นปลูกเมล่อนและแตงโม เพราะใช้ระยะเวลาปลูกสั้นประมาณ 60 – 65 วัน ได้ผลผลิตดี และได้ราคา สามารถควบคุมการให้น้ำผ่านระบบแอปพลิเคชันโดยการตั้งเวลา ซึ่งการให้น้ำจะมีทั้งระบบน้ำหยดและแบบพ่นหมอก ทั้งนี้ ลูกเมล่อนจะมีผิวตาข่ายละเอียด สามารถเขียนลายบนผิวของลูกเมล่อนได้ โดยผู้ที่สนใจสามารถเขียนลายเพื่อสั่งจองผลผลิตล่วงหน้าได้ โดยหลังจากเขียนลายบนผิวเมล่อนแล้ว รอเวลาประมาณ 20 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวเมล่อนส่งให้ผู้บริโภคได้ โดยตารางปลูกเมล่อนในรอบ 1 ปี สามารถปลูกเมล่อนได้ถึง 4 รอบคือ รอบที่ 1 ก.ค.-ก.ย. รอบที่ 2 พ.ย.-ม.ค. รอบที่ 3 ม.ค.-มี.ค. รอบที่ 4 คือ เม.ย.-มิ.ย. อาชีวะเกษตรบุรีรัมย์ Farmstay ตั้งอยู่ในอ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ใกล้กับสนามช้าง อารีน่า สเตเดี้ยม เพียง 3.7 กม. แวดล้อมด้วยธรรมชาติอันร่มรื่น ซึ่งผู้เข้าพักจะได้สัมผัสวิถีชีวิตแบบบ้าน ๆ ได้เยี่ยมชมการทำเกษตรจากนักศึกษาอาชีวะเกษตร อาทิ เลี้ยงวัว หมู ไก่ ปลา กบ รีดนมวัว แปรรูปนม ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ เพาะเห็ด ปลูกเมล่อนและแตงโมในฟาร์มอัจฉริยะ ปลูกข้าวโพดพันธุ์ฮอกไกโด และพันธุ์ทับทิมสยาม ปลูกพืชผักสวนครัว ปลูกพืชอินทรีย์ ตลอดจนทำเกษตรพอเพียง ซึ่งการปลูกพืชในโรงเรือนอัจฉริยะและการปลูกนอกโรงเรือนมีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานปลอดภัยเป็นไปตามการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices :GAP) ผู้ที่เข้าเยี่ยมชมฟาร์มสามารถเรียนรู้และร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ภายในฟาร์มได้ ตลอดจนซื้อผลผลิตจากฟาร์มปลอดสารพิษเป็นของฝากได้อีกด้วย โดยห้องพักมีให้เลือกหลากหลายแบบพร้อมอาหารเช้า เริ่มต้นที่ราคา 650 บาท (พักได้ 3 คน) มีบริการจัดเลี้ยง สัมมนา และนำเที่ยว สนใจติดต่อ 096-928-2632 หรือที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์