ผลงานล่าสุดจากสาวแจ๊สเสียงหวาน

บันเทิง1 ส.ค. 2569 • 06:05 น.
ผลงานล่าสุดจากสาวแจ๊สเสียงหวาน

ดนตรี / วรรณากร

เน็คทาร์ วูด (Nectar Woode) มีผลงานแบบอัลบั้มอีพีออกมาเมื่อปีที่แล้ว เดิมคาดหวังว่าเธอน่าจะมีผลงานแบบสตูดิโออัลบั้มออกมาหลังจากนั้น แต่สุดท้าย วูด กลับผลักดันผลงานในรูปแบบมิกซ์เทปออกมาก่อน 

จากเดิมที่ทำเพียง 3-5 เพลงในอัลบั้มอีพี ซึ่งเธอออกผลงานรูปแบบนี้มา 3 ชุดแล้ว วูด ขยายขอบเขตการทำงานของเธอออกมาเป็น 9 เพลงในอัลบั้ม Naturally ซึ่งยังคงยึดแนวดนตรีในกรอบของนีโอ-โซล, แจ๊ส และอาร์แอนด์บี ตามแบบที่เธอทำมาโดยตลอด 

สาวลูกครึ่งกานา-อังกฤษรายนี้ได้รับเสียงชื่นชมทั้งจากนักวิจารณ์และนักดนตรีด้วยกัน ความสามารถของเธอยังไปเข้าตาศิลปินรุ่นใหญ่อย่าง เอลตัน จอห์น ซึ่งเขาก็มาเป็นศิลปินรับเชิญในงานชุดนี้ด้วยในเพลง “Wine Into Water” 

ก่อนจะเปิดตัวอัลบั้มเต็ม วูด ส่งเพลง “Naturally” และ “Rivers End” ออกมาชิมลาง ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดี อีกทั้งตัวเพลงก็ฟังง่ายและติดหูคนฟังได้ง่าย 

การที่เธอเรียกอัลบั้มใหม่ว่าเป็นงานแบบมิกซ์เทป ทำให้ผลงานมีความรู้สึกแบบงานทดลอง เป็นโปรเจกต์อิสระ คล้ายกับสนามใหม่ที่เธอกำลังลงไปเล่นลองผิดลองถูกด้วยเสียงเพลง 

วูด ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ผลงานชุดนี้เป็นการสำรวจความผิดพลาด ความทุกข์ทรมาน สมองที่อึงอี่ การตกอยู่ในห้วงรักและการรักตัวเอง คำว่า “เป็นไปตามธรรมชาติ” (Naturally) จึงเป็นชื่อที่เหมาะสมที่จะเป็นชื่ออัลบั้มที่มีธีมความคิดแบบนั้น 

“Lights Off” คือเพลงฮิตที่ วูด ส่งออกมาก่อนหน้าจะเปิดตัวอัลบั้มใหม่เป็นปี พลังของทั้งนักร้องและนักดนตรีที่อยู่เบื้องหลังสมกับเป็นเพลงที่เปิดอัลบั้มได้อย่างหนักแน่น ขณะที่ “Rose In The Dark” และ “Plasticine” ฉายภาพของความรักที่ร้าวฉานและความสัมพันธ์แสนเปราะบาง 

วูดส่งเพลงเบา ๆ อย่าง “Talk To Summer” มาคั่น ก่อนที่จะไปถึง “Wine Into Water” ซึ่งมีเสียงร้องที่นุ่มนวลอ่อนโยนของ วูด คลอไปกับเสียงเปียโนของศิลปินรับเชิญอย่าง เอลตัน จอห์น 

“Message To London” เป็นเพลงจังหวะคึกคักที่ปิดท้ายอัลบั้มได้ลงตัว ด้วยการเปรียบเปรยสภาพของเมืองใหญ่ดังตัวละครที่มีความสัมพันธ์แบบทั้งรักทั้งเกลียดกับตัวเอง 

ในภาพรวมแล้ว วูด ฉลาดมากที่เลือกให้ Naturally เป็นอัลบั้มแบบมิกซ์เทปที่ให้อิสระทางความคิดแก่เธอมากกว่าการทำสตูดิโออัลบั้มแบบมาตรฐาน และกลายเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ได้รับเสียงชื่นชมของเธอ

 

ขอบคุณภาพจาก : Facebook / nectarw