FAREWELL OLIVIA NEWTON-JOHN หนึ่งในสตรีผู้ทรงอิทธิพลในประวัติศาสต์ดนตรี
ดนตรี / ทิวา สาระจูฑะ
"ท่านผู้หญิง โอลิเวีย นิวตัน-จอห์น ได้จากไปอย่างสงบที่ไร่ของเธอในแคลิฟอร์เนียตอนใต้เช้าวันนี้ ล้อมรอบด้วยครอบครัวและเพื่อนๆ”
นั่นเป็นคำประกาศบนหน้าเฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ของ โอลิเวีย นิวตัน-จอห์น เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2022 ซึ่งกลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั้งโลก จอห์น อีสเตอร์ลิง สามีของเธอเขียนในบัญชีอินสตาแกรมของเธอว่า “โอลิเวีย เป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะและความหวังมากว่า 30 ปีในการแบ่งปันเรื่องราวการเดินทางของเธอกับมะเร็งเต้านม”
โอลิเวีย พบว่าเป็นมะเร็งเต้านมครั้งแรกในปี 1992 รักษาจนหาย แล้วมะเร็งก็กลับมาใหม่ในปี 2013 เธอต่อสู้กับมันอย่างเข้มแข็ง สามารถออกคอนเสิร์ทและงานต่างๆได้ จนกระทั่งโรคร้ายกลับมาอีกครั้งในปี 2017 คราวนี้ลามไปถึงกระดูกสันหลัง และในที่สุด เธอก็เสียชีวิตในวัย 73 ปี
โอลิเวีย เกิดในแคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ ครอบครัวโยกย้ายไปอยู่เมลเบิร์น, ออสเตรเลียตั้งแต่เธออายุ 5 ขวบ เริ่มตั้งกลุ่มนักร้องหญิงล้วนตอนวัยรุ่นชื่อ โซล โฟร์ จากนั้นก็กลับไปบันทึกเสียงที่อังกฤษและเริ่มเป็นที่รู้จักระดับหนึ่ง ก่อนจะดังไปทั่วโลกด้วยเพลง "Let Me Be There" ในปี 1973 และมีเพลงฮิทมากมาย รวมถึงเพลงอันดับ 1 อย่าง "I Honestly Love You", "Have You Never Been Mellow" และ "Please Mr. Please"
ในช่วงนี้ เพลงของของ โอลิเวีย อยู่ในแนวคันทรี่-ป็อป ไม่ใช่แต่ความโด่งดังของเพลงที่เธอร้อง และทำให้นักร้องหญิงตามคลับตามบาร์ทั้งโลกต้องร้องเพลงของเธอ เธอยังมีอิทธิพลในการแต่งตัวต่อผู้หญิงทั่วโลก ทั้งเสื้อผ้าหน้าผม
ขณะที่ชื่อเสียงกำลังจะแผ่วตามกระแสดนตรีที่เปลี่ยนแปลง โอลิเวีย ก็กลับมาดังระเบิดอีกครั้งจากหนังเพลงย้อนยุคร็อค แอนด์ โรลล์ เรื่อง "Grease" ในปี 1978 เมื่อเธอรับบทนำคู่กับ จอห์น ทราโวลตา หนังได้รับความนิยมอย่างมาก และอัลบั้มซาวน์ดแทร็คหนังก็กลายเป็นหนึ่งในอัลบั้มขายดีที่สุดในโลกตลอดกาล พร้อมเพลงสุดฮิท "You're The One That I Want", "Summer Nights" และ "Hopelessly Devoted To You"
เธอเคยให้สัมภาษณ์ไม่กี่ปีที่ผ่านมาว่า “ฉันไม่คิดว่าใครจะนึกได้ว่าหนังเรื่องหนึ่งจะยังคงได้รับความนิยมมาเกือบ 40 ปี และผู้คนยังคงพูดกับฉันถึงหนังและรักมัน ฉันดีใจที่เป็นส่วนหนึ่งของหนังที่ทำให้ผู้คนมีความสุขเรื่องนี้”
"Grease" ยังเปิดโอกาสให้ โอลิเวีย เปลี่ยนภาพลักษณ์ที่ดูสะอาดเรียบร้อยมาสู่ความโฉบฉี่ยวมากขึ้น ปกอัลบั้มถัดมาเป็นภาพเธอในชุดหนังสีดำ ขณะที่ดนตรีก็เป็นป็อปร่วมสมัยมากขึ้น ทั้งดนตรีและเนื้อหา
และในปี 1981 ภาพลักษณ์ของเธอก็ดูใหม่และเซ็กซี่ขึ้นอีกเมื่อออกอัลบั้ม Physical ซึ่งเพลงชื่อเดียวกับอัลบั้ม ติดอันดับ 1 บนตาราง บิลล์บอร์ด ฮ็อท 100 นานถึง 10 สัปดาห์ และติดอันดับ 1 ไปทั่วโลก
ช่วงนี้ ภาพลักษณ์ใหม่ของ โอลิเวีย ก็ส่งอิทธิพลต่อการแต่งตัวของผู้หญิงทั้งโลกอีกเช่นกัน
โอลิเวีย ปรากฎตัวในหนังหลายเรื่อง รวมถึงหนังเพลง/เต้นรำ Xanadu ตัวหนังได้รับคำวิจารณ์ในทางลบ แต่อัลบั้มซาวน์ดแทร็คขายดิบขายดี และ "Magic" ที่เธอร้องก็ติดอันดับ 1 ทั่วโลกเช่นกัน
เข้าช่วงกลางทศวรรษ 1980 ชื่อเสียงของ โอลิเวีย ก็เริ่มแผ่วเบาลง พร้อมกับการมาถึงของศิลปินหญิงป็อปรุ่นใหม่ที่มีภาพลักษณ์สุดว่าและเนื้อหาเพลงดุเดือดกว่า อย่าง มาดอนนา หรือ ซินดี ลอเพอร์ เธอกลับไปปักหลักใช้ชีวิตที่ออสเตรเลียอีกครั้งในช่วงปลายทศวรรษ แต่ยังคงมีผลงานและออกคอนเสิร์ทเป็นระยะ
"ฉันมีหลายชีวิตในดนตรี” เธอบอก “ฉันมีคันทรีตอนเริ่มต้น แล้วก็ข้ามฟากมาสู่ป็อป ฉันมี Xanadu, Grease และอีกหลายเพลงระหว่างช่วงนั้น”
ตลอดอาชีพยาวนาน โอลิเวีย ขายอัลบั้มได้มากกว่า 100 ล้านชุด ทำให้เธอเป็นหนึ่งในศิลปินหญิงเดี่ยวที่ขายผลงานได้มากที่สุดตลอดกาล
นอกจากผลงานของ โอลิเวีย จะส่งอิทธิพลต่อวงการดนตรีทั่วโลกแล้ว ตัวเธอเองในฐานะนักเคลื่อนไหวทางสังคมก็เป็นตัวอย่างที่ดีเช่นกัน ในช่วงทศวรรษ 1970 เธอปฏิเสธการเดินทางไปเปิดคอนเสิร์ทที่ญี่ปุ่น แม้ว่าจะได้รับความนิยมอย่างท่วมท้นในประเทศนั้น เพื่อแสดงการต่อต้านการฆ่าปลาวาฬของคนญี่ปุ่น หรือในทศวรรษ 1990 เธอตั้งกองทุนวิจัยเพื่อหาวิธีรักษามะเร็งอย่างได้ผล และเพื่อให้ความรู้ต่อสาธารณะในเรื่องมะเร็ง
แม้อาชีพของเธอจะไม่เปรี้ยงปร้างเหมือนอดีต โอลิเวีย ก็ยังไม่หยุดการบันทึกเสียงและออกแสดง จนกระทั่งร่างกายไม่อนุญาตให้เธอทำอย่างที่ใจต้องการ
"ฉันรักการร้องเพลง มันคือทุกอย่างที่ฉันรู้ว่าจะทำอย่างไร” เธอให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา "นั่นคือสิ่งที่ฉันทำมาตั้งแต่อายุ 15 มันคือชีวิตของฉัน ฉันรู้สึกปลื้มมากที่ฉันยังได้ร้องเพลง และผู้คนก็ยังมาดูฉันแสดงสด”
แต่นับจากนี้ไป เราจะได้เห็นภาพและได้ยินเสียงที่ โอลิเวีย นิวตัน-จอห์น ทิ้งไว้เท่านั้น