เสียงจากไอซ์แลนด์ของสาวมากฝีมือ
ดนตรี / วรรณากร ทองเสริม
เอมิเลียนา โทร์รินิ ไม่น่าจะเป็นชื่อที่คุ้นเคยนักสำหรับนักฟังเพลงในไทย แต่ถ้าบอกว่าเธอคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังเพลง Gollum’s Song ที่ใช้ประกอบภาพยนตร์ดัง Lord of the Rings ตอน The Two Towers อาจจะช่วยสร้างความสนใจให้เธอขึ้นมาได้บ้าง
ถึงตรงนี้น่าจะพอรู้แล้วว่า ศิลปินสาวจากไอซ์แลนด์รายนี้ไม่ใช่น้องใหม่ของวงการ เธอมีผลงานออกมาแล้ว 7 ชุด ตั้งแต่ปี 2538 และเคยมีเพลงดังชื่อว่า “Jungle Drum” จากอัลบั้มชุด Love in the Time of Science ซึ่งออกมาในปี 2542 เป็นเพลงที่ทำให้โลกรับรู้ว่า นอกจาก บียอร์ก แล้ว ไอซ์แลนด์ยังมีศิลปินสาวอีกคนที่น่าจับตามอง
อัลบั้ม Racing The Storm คือผลงานล่าสุดของ โทร์รินิ แต่ไม่เชิงว่าเป็นงานเดี่ยว เพราะนี่คืองานที่เธอทำร่วมกับวงเชมเบอร์ 8 ชิ้นจากเบลเยี่ยมที่ชื่อว่า เดอะ คัลเลอริสต์ ออร์เคสตร้า ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 2 แล้วที่พวกเขาร่วมมือกัน โดยครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 2558 เป็นการนำเพลงเก่าของ โทร์รินิ มาเรียบเรียงใหม่
แต่ในอัลบั้มล่าสุดของเธอและพวกเขา ทุกเพลงคือเพลงใหม่ที่แต่งขึ้นมาเพื่อผลงานชุดนี้โดยเฉพาะ และดูเหมือนพวกเขาจะร่วมงานกันได้ดี จนได้ผลงานที่พอใจออกมา
ภาพรวมของ Racing The Storm นั้นมีเสน่ห์แบบลึกลับอย่างไม่น่าเชื่อ
พวกเขาจะรู้ตัวกันหรือไม่ก็ตาม แต่ดนตรี เสียงร้อง และเนื้อร้องที่ปรากฏ มีสัมผัสแห่งรากเหง้าอันยาวนานของชาติพันธุ์ ทั้งที่เพลงของพวกเขานั้นเป็นแนวร่วมสมัย เป็นกลิ่นอายแบบโบราณที่ไม่ทำให้รู้สึกว่าเชย แต่กลับกลายเป็นความขลัง
และนี่คือสิ่งที่หาไม่ได้จากดนตรีสมัยใหม่จากโลกที่ใหม่กว่าอย่างสหรัฐอเมริกา
“Mikos” คือเพลงเปิดที่ดึงความสนใจคนฟังได้ในแทบจะทันที ด้วยความสดใสของเครื่องสายและเสียงร้องของ โทร์รินิ ตัดกับเนื้อร้องที่เป็นเรื่องราวของความตายของเด็กสาว
อันที่จริง เพลงอื่น ๆ ในอัลบั้ม ไม่ว่าจะเป็น “Hilton” , “Racing The Storm”, “Right Here”, “Smoke Trails”, A Scene From A Movie” หรือ “The Illusion Curse” ล้วนเป็นการผสมผสานของดนตรีที่นุ่มนวลในแบบเชมเบอร์มิวสิคประยุกต์ กับเสียงร้องที่แจ่มใส ชัดเจน ของ โทร์รินิ และเนื้อร้องที่เต็มไปด้วยเรื่องราวประหลาด หรือจินตนาการที่พาคนฟังไปสู่มุมมืด แต่กลับไม่ได้รู้สึกว่าน่ากลัวหรือน่ารังเกียจ
Racing The Storm เป็นอัลบั้มที่แปลกมากในแง่ที่ว่า ไม่คิดมาก่อนว่าจะมีคนสนใจทำงานที่มีองค์ประกอบย้อนแย้งกันและล้อเล่นกับความหม่นมืดในจิตใจได้อย่างมีชั้นเชิง และนับว่าเป็นผลงานที่ไม่น่ามองข้ามไปอย่างยิ่ง
ขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/emilianatorriniofficial/