Iann Dior แร็ปเปอร์ที่มาพร้อมท่วงทำนอง

บันเทิง10 มิ.ย. 2565 • 23:15 น.
Iann Dior แร็ปเปอร์ที่มาพร้อมท่วงทำนอง

ดนตรี /วรรณากร ทองเสริม

 

ชื่อของ เอียน ดิออร์ อาจคุ้นหูคนฟังเพลงในบ้านเราจากผลงานเพลง “Mood” ที่เขาเคยทำร่วมกับ 24kGoldn และก่อนหน้านั้นเขาก็เคยทำงานร่วมกับ ไมค์ ชิโนดะ แห่งลิงคินพาร์ค ในเพลง “Happy Endings”

 

เอียน ดิออร์ หรือในชื่อจริงว่า ไมเคิล เอียน ออลโม เป็นแร็ปเปอร์หนุ่มอเมริกันที่มีวัยเพียง 23 ปี แต่มีเครดิตผลงานยาวเป็นหางว่าว และพอจะเรียกตัวเองว่าเป็นมืออาชีพคนหนึ่งได้

 

แทบไม่น่าเชื่อว่าเขาเพิ่งเริ่มต้นทำเพลงอย่างจริงจังเมื่อ 3 ปีที่แล้วนี่เอง

 

ดิออร์ เคยมีผลงานออกมาแล้วหลายชุด แต่งานที่เป็นสตูดิโออัลบั้มเต็มรูปแบบนั้นเพิ่งจะมีออกมา 2 ชุด โดยอัลบั้ม On To Better Things เป็นผลงานชุดที่ 2 ซึ่งออกตามหลังสตูดิโออัลบั้มชุดแรกที่ชื่อว่า Industry Plant ราว 3 ปี

         

เพลงของเขาโดยจัดประเภทไว้แบบคร่าว ๆ ว่าเป็นแร็ป, อาร์แอนด์บีและป๊อป ถ้ามองแบบกว้าง ก็นับว่าตรงปก แต่ถ้าลงลึกไปในรายละเอียด อาจรู้สึกว่าการจัดประเภทแบบนั้นออกจะ “หยาบ” เกินไปสักนิด

         

เอียน ดิออร์ เคยถูกเรียกว่าเป็นศิลปิน “อีโม แร็ป” เพราะผลงานเพลงของเขาในยุคแรก ๆ เป็นไปในรูปแบบนั้น แต่ในอัลบั้มใหม่ล่าสุดอย่าง On To Better Things เพลงของ ดิออร์ นั้นมีขอบเขตที่กว้างไกลและลื่นไหล เขาจับทั้งป๊อป อาร์แอนด์บี แร็ป แทร็ป อีโม พังก์และร็อกเข้ามาผสมกันได้อย่างกลมกลืน สมกับที่มีไอดอลเป็นวงพารามอร์, แพนิค! แอทเดอะดิสโกและแมชีนกัน เคลลี

         

มีหลายเพลงในอัลบั้มใหม่ของเขาที่โดดเด่นและสะดุดหู เช่น “V12”, “Regrets”, “Thought It Was”, “Fallin”, “Sinking (Interlude)” เหล่านี้ทำให้มองเห็นศักยภาพในการเป็นคนทำเพลงของเขาได้ดี

         

อย่างไรก็ตาม น่าเสียดายที่หลายเพลงในส่วนที่เหลือดูธรรมดาเกินไป แม้จะเป็นเพลงแบบที่ฟังแล้วก็เพราะดี แต่ในไม่ช้าก็จะลืมกันไปอย่างง่ายดาย

         

ดิออร์ มีฝีมือในการทำเพลงไม่ธรรมดา แต่ปัญหาก็คือเขาขาดความเร้าใจในแง่ของความเป็นแร็ปเปอร์ ขณะที่เสียงร้องของเขาซึ่งอาจจะไม่ได้แย่เท่าไหร่นัก หากก็ยังขาดเสน่ห์ไปสักหน่อย ซึ่งทำให้เพลงของเขาไปไม่ถึงขั้นสุด

 

เวลาฟังเพลงของเขาจึงมักจะรู้สึกว่าเหมือนว่ายังขาดอะไรบางอย่างที่จะทำให้หลุดจากความเป็นเพลงป๊อปดาด ๆ พื้น ๆ ไปได้

 

พูดง่าย ๆ ว่าเพลงของ ดิออร์ ยังขาดองค์ประกอบที่จับหัวใจคนฟังได้อยู่หมัด และนั่นออกจะเป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะเมื่อพิจารณาโดยรวมแล้ว เขาน่าจะเป็นศิลปินรุ่นเยาว์ที่เดินไปได้อีกไกลบนเส้นทางสายดนตรีของยุคนี้