สองเพลงแรงแห่งปีของ ลิเวอร์พูล เอฟซี
ดนตรี / รุ่งฟ้า ลิ้มหัสนัยกุล
แม้ว่าถ้วยใบสุดท้ายที่เข้าชิงจะไม่ได้มาอยู่ในมือเป็นใบที่ 3 แต่ฤดูกาล 2021-2022 ของ สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล นับเป็นปรากฏการณ์ กับการที่พวกเขาสามารถยืนหยัดเล่นถึงนัดสุดท้ายของทุกรายการ ตั้งแต่นัดแรก 14 สิงหาคม 2021 นัดเปิดฤดูกาล พรีเมียร์ลีก กับ นอริช ซิตี จนถึงนัดสุดท้าย 28 พฤษภาคม 2022 ชิงถ้วย ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก กับ เรอัล มาดริด ทั้งหมด 63 นัด (ชนะ 49 เสมอ 10 แพ้ 4)
แต่เราคงไม่มาเขียนถึงความเก่งกาจของทีมฟุตบอล เพราะตรงนี้คือพื้นที่ของดนตรี ดังนั้น เราก็จะลากเอาฟุตบอลให้เข้ามาถึงดนตรีได้อยู่ดีนั่นแหละ ยิ่งกับทีมนี้ยิ่งง่าย เพราะเป็นเมืองเพลง แหล่งกำเนิดสุดยอดวงดนตรีชื่อ เดอะ บีเทิลส์ และอีกหลายวง
อย่างเพลงล่าสุดที่เขียนให้ เยอร์เกน คล็อปป์ ก็เป็นปฏิภาณของคนเมืองลิเวอร์พูล-ที่ใส่เนื้อร้องใหม่ลงไปในเพลงเก่าอายุ 58 ปีของ เดอะ บีเทิลส์ ใช้เวลาในการเขียนเนื้อไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำไป โทนี ซีด คือผู้ชายคนนั้น เขาเล่าให้เว็บไซต์ทางการสโมสรฟังว่า ตอนนั้น เขากำลังนั่งอยู่ในผับ แล้วจู่ๆ เสียงเพลง “I Feel Fine” ก็ลอยมาให้ได้ยิน ก็เลยแต่งเพลงเล่นๆกับกลุ่มเพื่อน-อย่างที่เคยทำประจำ และไม่เคยนำไปเผยแพร่ที่อื่น ยกเว้นครั้งนี้ “คือเรารู้ว่า คล็อปป์ ไม่อยากมีเพลงของตัวเอง เขาไม่ชอบเป็นเป้าสนใจ แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกเท่าไหร่หรอกนะ เพราะทุกคนรักเขา” เขาพูดต่อ “ผมแต่งเนื้อใหม่ลงไป แล้วเราก็อัดเสียงลงในโทรศัพท์แบบสนุกๆ แต่ที่มันไปไกลก็เพราะมีคนอัดคลิปตอนที่พวกเราร้องเพลงก่อนเกม เบนฟิกา” หลังจากนั้นเพลงนี้ก็กลายเป็นไวรัล และได้ยินทุกสนามที่มีการแข่งขัน แม้ คล็อปป์ กับลูกทีมจะไม่สามารถเกี่ยวแชมป์ 2 รายการใหญ่มาได้ แต่ก็สู้จนหยดสุดท้าย
เนื้อเพลงสั้นๆเท่านี้ “I’m so glad that Jurgen is a Red. I’m so glad he delivered what he said.
Jurgen said to me, you know. We'll win the Premier League, you know. He said so. I’m in love with him and I feel fine.”
นอกจากเพลงนี้ ยังมีอีกหลายเพลงที่แฟนบอลแต่งให้กับนักเตะ ตั้งแต่อดีต ไม่ว่าจะเป็น สตีเว่น เจอร์ราร์ด, ชาบี อลอนโซ่, หลุยส์ ซัวเรซ, เฟอร์นันโด ตอร์เรส และนักเตะชุดปัจจุบันที่เราได้ฟังกันบ่อย-ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะการสื่อสารในโลกทุกวันนี้ไปไว-อย่างสามกองหน้า ซาลาห์-มาเน่-เฟอร์มิโน รวมทั้งกองหลัง/กองกลาง/กองหน้า เรียกว่าแทบจะครบทุกตำแหน่ง เหล่านี้ แสดงให้เห็นถึงความเป็น “เมืองเพลง” ของที่นี่ได้เป็นอย่างดี
แล้วยังมีอีกหลายเพลงที่พวกเขา-แฟนบอล-หยิบยืมมาใช้จนกลายเป็นเพลงชาติของทีมอย่าง “You’ll Never Walk Alone” ฉบับ เจอร์รี แอนด์ เดอะ เพซเมเคอร์ ที่ร้องกันกระหึ่มมานานตั้งแต่ปี 1965 ยุคที่ บิลล์ แชงค์ลี่ย์ เป็นผู้จัดการทีม ล่าสุด อาจจะไม่ใช่เพลงชาติ แต่เป็นเพลงที่ปีนี้ได้ยินกันบ่อย โดยเฉพาะในนัดชิงชนะเลิศ คาราบาว คัพ และ เอฟเอ คัพ ครั้งล่าสุด หลังจากพวกเขาคว้าแชมป์ นั่นคือ “One Kiss” ของ ดูอา ลิปา นักร้องสาวอังกฤษที่ทำร่วมกับ คาลวิน แฮร์ริส ดีเจ/นักแต่งเพลง/โปรดิวเซอร์ชาวสก็อตต์คนดัง
แล้วเพลงนี้มาเกี่ยวข้องกับ ลิเวอร์พูล ได้อย่างไร จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อปี 2018 ในเกมชิงถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ระหว่าง เรอัล มาดริด กับ ลิเวอร์พูล ที่กรุงเคียฟ, ประเทศยูเครน เธอได้รับเลือกให้แสดงก่อนการแข่งขันจะเริ่ม และเพลงนี้-ที่ตอนนั้นกำลังได้รับความนิยม ติดอันดับ 1 ในสหราชอาณาจักรนาน 5 สัปดาห์-เป็นหนึ่งในเพลงที่เธอร้องวันนั้น แต่ที่ทำให้เพลงนี้กับ ลิเวอร์พูล เชื่อมกันติด เป็นเพราะระหว่างที่เธอกำลังร้องเพลงนี้ แฟนบอลนับพันในสนามของ ลิเวอร์พูล ก็ร่วมร้องไปกับเธอ หลังจากนั้นในปีถัดมา พวกเขาก็ร้องเพลงนี้กันอีกครั้งในสนามและบริเวณแฟนโซน แล้วมันก็กลายเป็นหนึ่งในเพลงประจำไปโดยปริยาย
และถึงแม้ว่า ลิเวอร์พูล จะพ่ายแพ้ให้แก่ เรอัล มาดริด เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 4 ปี แต่เพลง “One Kiss” ก็ดังกระหึ่มในสนาม สต๊าด เดอ ฟรองซ์ และบริเวณแฟนโซน รวมทั้งพาเหรดในวันถัดมา ที่มี คาลวิน แฮร์ริส รับหน้าที่ดีเจ.เปิดเพลงตลอดเกือบสี่ชั่วโมง
แน่นอนในขบวนพาเหรดฉลองสองแชมป์เมื่อวันอาทิตย์ (29) ที่ผ่านมานั่นด้วย