VANGELIS พ่อมดซินธิไซเซอร์
ดนตรี / ทิวา สาระจูฑะ
Chariots of Fire เป็นหนังอังกฤษในปี 1981 เนื้อหาในหนังนำมาจากเรื่องจริงของนักวิ่งสหราชอาณาจักร 2 คนที่เข้าแข่งขันในกีฬาโอลิมปิคส์ฤดูร้อนเมื่อปี 1924 ในกรุงปารีส ได้รับยกย่องว่าเป็นหนังคุณภาพ ประสบความสำเร็จทางด้านตลาด คำวิจารณ์ และเข้าชิงรางวัลสถาบันต่างๆมากมาย รวมถึงการได้รางวัลออสการ์ 4 รางวัล ซึ่งหนึ่งในนั้นคือดนตรีประกอบยอดเยี่ยมจากเพลงธีมที่สร้างสรรค์โดย แวงเกลิส
เพลงธีม “Chariots of Fire” ถูกตัดออกมาเป็นซิงเกิ้ล ติดอยู่บนตารางอันดับเพลง บิลล์บอร์ด ฮอต 100 นานถึง 28 สัปดาห์ และขึ้นไปติดถึงอันดับ 1 ด้วย ขณะที่อัลบั้มซาวน์ดแทร็ก Chariots of Fire ก็ติดอยู่บนตารางอันดับอัลบั้ม บิลล์บอร์ด 200 นานถึง 30 สัปดาห์ และในจำนวนนี้ 4 สัปดาห์ อยู่บนอันดับ 1
“Chariots of Fire” กลายเป็นเพลงที่มีอิทธิพลต่อการทำดนตรีประกอบหนังในยุคต่อมา และถูกใช้มากครั้งในการแข่งขันกีฬา ทำให้ชื่อของ แวงเกลิส โด่งดังระดับโลก ในฐานะยอดมือคีย์บอร์ด โดยเฉพาะการสร้างดนตรีจากซินธิไซเซอร์ บางคนเรียกเขาว่า ‘พ่อมดซินธิไซเซอร์’ หรือ ‘ปรมาจารย์แห่งซินธิไซเซอร์’
แวงเกลิส เล่าว่า ดนตรีประกอบ “Chariots of Fire” เกิดขึ้นมาเองอย่างรวดเร็วในขณะที่เขากำลังนั่งดูหนังที่ถูกตัดออกมาบางส่วน “ผมพยายามจะใส่ตัวเองลงไปในสถานการณ์นั้น และรู้สึกกับมัน” เขาเคยให้สัมภาษ์ณ วอชิงตัน โพสต์ ในปี 1981 “ตอนนั้นผมเป็นนักวิ่ง ในสนามกีฬา หรือตามลำพังในห้องแต่งตัว แล้วผมก็แต่งดนตรี”
เขาแต่งและบรรเลง “Chariots of Fire” ในสตูดิโอของตัวเองที่ลอนดอน ด้วยเครื่องซินธิไซเซอร์ ยามาฮ่า รุ่น CS-80 มันคือซินธิไซเซอร์ที่สำคัญที่สุดในอาชีพผม และเป็นซินธิไซเซอร์อนาล็อกที่ออกแบบได้ดีที่สุดเท่าที่เคยมี” เขาบอกกับเว็บไซต์ พร็อก ในปี 2016 “มันเป็นซินธิไซเซอร์รุ่นเดียวเท่านั้นที่ผมสามารถอธิบายได้ว่าเป็นเครื่องดนตรีจริงๆ”
แม้จะได้ชื่อว่าเป็นปรมาจารย์แห่งซินธิไซเซอร์ แวงเกลิส บอกว่า “ผมไม่ได้เล่นซินธิไซเซอร์เสมอไปหรอก ผมเล่นเครื่องดนตรีอะคูสติคด้วยความพึงพอใจแบบเดียวกัน ผมมีความสุขเมื่อผมมีทางเลือกไม่จำกัด และในการจะทำอย่างนั้นได้ คุณต้องการทุกอย่างจากเสียงอะคูสติคเรียบง่ายจนถึงเสียงอิเล็กทรอนิกส์”
แวงเกลิส เป็นนามแฝงของนักดนตรีชาวกรีกที่มีชื่อจริงว่า เอแวงเกลอส โอดิสสิแอส ปาปาธานาสสิอู เกิดเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 1943 ในเมืองแอเกรีย ประเทศกรีซ แต่ไปโตที่เอเธนส์ เขาเริ่มสนใจดนตรีและเล่นเปียโนตั้งแต่ 4 ขวบ พออายุ 6 ขวบพ่อส่งให้เรียนเปียโน แต่ไม่นานก็หยุด หันมาเรียนรู้และฝึกฝนด้วยตัวเอง ตอนหลัง แวงเกลิส บอกว่าเขาโชคดีที่ไม่ได้เรียนในโรงเรียนดนตรีจริงจัง เพราะอาจจะทำให้ขอบเขตความคิดสร้างสรรค์ของเขาถูกตีกรอบก็เป็นได้
“ดนตรี ‘ผ่าน’ ตัวผมไป” เขาบอกกับ แอสโซซิเอทด์ เพรสส์ ในปี 1982 “มันไม่ใช่ ‘โดย’ ผม”
ในทศวรรษ 1960 เขาเล่นออร์แกนในวงร็อคกรีกชื่อ ฟอร์มิงซ์ และย้ายจากกรีซไปอยู่ปารีสในปี 1967 ตั้งวงโปรเกรสซีฟ-ร็อกชื่อ แอโฟรไดท์’ส ไชล์ด มีซิงเกิ้ลฮิตและประสบความสำเร็จระดับหนึ่งในยุโรป ก่อนวงจะแยกทางกันและ แวงเกลิส มุ่งหน้าสู่ลอนดอนในปี 1974
ช่วงทศวรรษ 1970 เขาเริ่มงานแต่งดนตรีประกอบรายการโทรทัศน์, หนังสารคดี, เพลงโฆษณา และทำอัลบั้มของตนเองไปด้วย แวงเกลิส กลายเป็นเพื่อนของ จอน แอนเดอร์สัน นักร้องนำของ เยส วงโปรเกรสซีฟ-ร็อคชื่อก้อง เคยถูกชวนให้เข้าไปร่วมวงแทน ริค เวคแมน มือคีย์บอร์ดที่ลาออกไปทำงานเดี่ยว เขาปฏิเสธ แต่ต่อมาภายหลังเขาได้ร่วมงานกับ แอนเดอร์สัน ถึง 4 อัลบั้ม ในนาม จอน แอนด์ แวงเกลิส
นอกจาก Chariots of Fire แวงเกลิส ยังทำดนตรีประกอบหนังอีกหลายเรื่อง อย่างเช่น Blade Runner (1982), Missing (1982), Antarctica (1983), The Bounty (1984), 1492: Conquest of Paradise (1992) และ Alexander (2004) ทั้งยังถูกเลือกให้ทำดนตรีสำหรับงานพิธีใหญ่ๆ เช่น กีฬาโอลิมปิก (ในปี 2000 และ 2004) และฟุตบอลโลกในปี 2001
แวงเกลิส ออกอัลบั้มล่าสุด Juno to Jupiter เมื่อปี 2021 ที่ผ่านมานี้เอง แต่ก็จะไม่มีผลงานใหม่ของเขาออกมาอีกแล้ว เพราะ แวงเกลิส เสียชีวิตในกรุงปารีสในวัย 79 ปี เมื่อวันอังคารที่ 17 พฤษภาคม 2022 ด้วยอาการหัวใจล้มเหลวขณะเข้ารักษาจากการติดเชื้อโควิด-19
ผลงานมากมายของ แวงเกลิส ยังคงอยู่ในโลกใบนี้ และมีอิทธิพลต่อคนรุ่นต่อๆไป ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม เขารักดนตรีเท่าๆกับเชื่อมั่นในพลังของดนตรี เขาเคยบอกว่า “ดนตรีคือหนึ่งในพลังอำนาจยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาล” และ “ดนตรีดำรงอยู่มาก่อนพวกเรา”