ศูนย์จีโนมฯ ตอบชัด! “อีโบลา” ถือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือไม่?

สุขภาพ29 พ.ค. 2569 • 11:43 น.
ศูนย์จีโนมฯ ตอบชัด!  “อีโบลา” ถือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือไม่?

วันที่ 29 พ.ค.69 ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Center for Medical Genomics" ระบุว่า...

อีโบลา (Ebola) ถือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STD) หรือไม่?

มักมีข้อสงสัยว่า อีโบลา ควรถูกจัดกลุ่มเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (Sexually Transmitted Disease - STD) เช่นเดียวกับ เอชไอวี (HIV), ซิฟิลิส (Syphilis) หรือหนองใน (Gonorrhea) หรือไม่

คำตอบคือ อีโบลาไม่ใช่ STD เป็นหลัก แต่เป็นโรคที่ "อาจแพร่ทางเพศสัมพันธ์ได้หลังจากหายป่วย"

ทำไมอีโบลาถึงไม่ใช่ STD แบบคลาสสิก?

อ้างอิงจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ช่องทางหลักในการแพร่กระจายของไวรัสอีโบลา คือการสัมผัสโดยตรงกับ:

• เลือด

• สารคัดหลั่ง

• อวัยวะ

• เนื้อเยื่อ

• พื้นผิว หรือวัสดุที่ปนเปื้อนจากผู้ป่วยที่มีอาการ

หากการแพร่เชื้อทางเพศสัมพันธ์ ไม่ใช่ เส้นทางหลักของโรคในระยะเฉียบพลัน ทำไมถึงมีรายงานการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์?

แม้ไม่ใช่ช่องทางหลัก แต่ อีโบลาสามารถแพร่ทางเพศสัมพันธ์ได้ในบางสถานการณ์ โดยเฉพาะผ่านทาง น้ำอสุจิของผู้ชายที่หายจากโรคอีโบลาแล้ว

สาเหตุเนื่องจากไวรัสอีโบลาอาจยังคงหลบซ่อนอยู่ในบางอวัยวะของร่างกายที่ระบบภูมิคุ้มกันเข้าถึงได้ยาก (Immunologically privileged sites) เช่น:

• อัณฑะ

• ดวงตา

• สมอง

WHO ระบุว่า มีการบันทึกการแพร่เชื้อผ่านน้ำอสุจิได้นานถึง 15 เดือน หลังจากผู้ป่วยฟื้นตัวทางคลินิกแล้ว

หลักฐานสนับสนุน

ในปี 2015 ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) ได้รายงานกรณีในประเทศไลบีเรีย ที่เข้าข่ายการแพร่เชื้ออีโบลาทางเพศสัมพันธ์จากผู้รอดชีวิตชาย โดยตรวจพบ RNA ของไวรัสในน้ำอสุจิ แม้เวลาจะผ่านไปนานถึง 199 วัน หลังเริ่มมีอาการป่วย อย่างไรก็ตาม CDC ได้ระบุอย่างระมัดระวังว่าเป็น "การแพร่เชื้อทางเพศสัมพันธ์ที่เป็นไปได้ (Possible sexual transmission)" ไม่ใช่ช่องทางหลักของการระบาด

เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ควรแบ่งระยะการแพร่เชื้อออกเป็น 2 ระยะ:

1. ระยะป่วยเฉียบพลัน: การแพร่เชื้อหลักเกิดจากการสัมผัสเลือดและสารคัดหลั่งของผู้ป่วย

2. ระยะหลังหายป่วย: ผู้รอดชีวิตชายบางรายอาจยังมีไวรัสหลงเหลือในน้ำอสุจิ ทำให้มีความเสี่ยงในการแพร่เชื้อทางเพศสัมพันธ์ได้

แนวทางปฏิบัติจาก WHO สำหรับผู้รอดชีวิต

เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ WHO มีคำแนะนำดังนี้:

• โปรแกรมการตรวจ: ควรมีการตรวจน้ำอสุจิเป็นประจำทุกเดือน จนกว่าจะได้รับผลเป็นลบ 2 ครั้งติดต่อกัน

• การป้องกัน: หากไม่มีโปรแกรมการตรวจรองรับ WHO แนะนำให้ผู้รอดชีวิตชายใช้มาตรการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย (Safe sex) เป็นเวลา 12 เดือน

"อีโบลาไม่ใช่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยกำเนิด แต่ในผู้รอดชีวิตบางราย ไวรัสอาจคงอยู่ในน้ำอสุจิได้นาน จึงมีโอกาสแพร่เชื้อทางเพศสัมพันธ์หลังหายป่วยได้ ด้วยเหตุนี้ จึงต้องมีการให้คำปรึกษา การป้องกัน และการตรวจติดตามอย่างเหมาะสม"

อ้างอิง (References)

• World Health Organization (WHO) - Ebola virus disease (ข้อมูลช่องทางการแพร่กระจายเชื้อ และคำแนะนำสำหรับผู้รอดชีวิตชาย)

https://www.who.int/news.../fact-sheets/detail/ebola-disease

• Centers for Disease Control and Prevention (CDC) - Possible Sexual Transmission of Ebola Virus — Liberia, 2015 (รายงานกรณีศึกษาการพบเชื้อในน้ำอสุจิที่ประเทศไลบีเรีย)

https://www.cdc.gov/mmwr/preview/mmwrhtml/mm6417a6.htm

#อีโบลา #Ebola #ศูนย์จีโนม #โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ #WHO #CDC #ข่าวสุขภาพ #สุขภาพ #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline