สนช.เกาะติดข้อมูลน้ำท่วม 5จังหวัดอีสาน จี้ติดธกส.-บริษัทประกันให้เร่งจ่ายสินไหมประกันข้าวนาปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้าธกส.(สกต.)ขอนแก่น ได้มีการประชุมรับฟังและชี้แจงในเรื่องโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2560 โดยคณะกรรมาธิการดูแลติดตามกรณีการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)นำโดยพลเอกมารุต ปัชโชตะสิงห์ พร้อมด้วยอนุกรรมาธิการ ได้แก่ นายวรัชย์ ชวพงศ์ ,พลโทกมล สุวภาพ ,นายธรรมนูญ ยั่งยืน ,รศ.ดร.อรปภา ชุดกรทวีสิน ,นายประเกียรติ นาสิมมา ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ ,นายรัช รุจิรวรรธน์ ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ และนายพัฒน์พงษ์ บุญเลิศ ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูล ซึ่งประกอบด้วยปศุสัตว์จังหวัดขอนแก่น เกษตรและสหกรณ์จังหวัดขอนแก่น และหัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต กระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.) ตลอดจนตัวแทนของสมาคมประกันวินาศภัยไทย
ในส่วนของธกส.ก็มีนายสุพัฒน์ เอี้ยวฉาย ผู้ช่วยผู้จัดการ ,นายสมบูรณ์ ตาสี ผอ.ฝนร. ,นายอุดม ถมปัด ผช.ฝบร. ,นายจิรวัฒน์ โลหะ ผอจ.มหาสารคาม ,ส.ต.ต.วัทนธร ฟ่องอ่อน ผช.ผจก.สกลนคร ,นายวุฒิพงศ์ เกษสัญชัย ผช.ผอจ.กาฬสินธุ์ ,นายเกียรติศักดิ์ ใต้โพธิ์ ผช.ผอจ.อุบลราชธานี ,นายมงคล หาวิิธี ผช.ผอจ.ร้อยเอ็ด และนายสุนทร นาเมืองจันทร์ ผช.ผอจ.ขอนแก่น นอกจากนั้นยังมีผู้บริหารระดับลงมา และพนักงานที่ดูแลและมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งด้านบริหารสินเช่ื่อและส่วนงานอื่นๆร่วมเข้าประชุมด้วย
ต่อเรื่องนี้นายมงคล พรงาม รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน12 จังหวัด ในฐานะตัวแทนธกส.ที่เข้าร่วมประชุมให้ข้อมูลในครั้งนี้ เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการฯเดินทางมาประชุมครั้งนี้ เพราะท่านมีความกังวลในสถานการณ์น้ำท่วมและต้องการติดตามเรื่องของความคืบหน้าในการจัดทำประกันภัยตามโครงการประกันข้าวนาปี เนื่องจากเป้าหมายให้เกษตรกรทำประกันข้าวนาปีมีจำนวนถึง 30 ล้านไร่ แถมช่วงนี้เป็นช่วงที่เกษตรกรมาเกิดเหตุน้ำท่วมช่วงนี้พอดี หลังจากคณะรัฐมนตรีเพิ่งจะมีมติโครงการประกันข้าวนาปีออกมาเมื่อวันที่ 27 มิ.ย.2560 และทางบริษัทประกันฯเพิ่งจะเริ่มต้นให้เกษตรกรรับประกันได้ก็ตกเดือนก.ค. จึงเป็นห่วงว่า เกษตรกรจะทำประกัน
ดังนั้นกรรมาธิการฯจึงได้สอบถามว่า เกษตรกรได้มีการทำประกันทั่วถึงหรือไม่ และมีเกษตรกรจำนวนมากน้อยเท่าไหร่ที่ยังไม่ได้ทำ แล้วเกิดเหตุน้ำท่วมเสียก่อน โดยกรรมาธิการฯได้ถามถึง 5 จังหวัดที่ได้รับความเสียหายมากสุดเวลานี้ก็คือ ขอนแก่น สกลนคร ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ และอุบลราชธานี ซึ่งตนเองก็ได้ชี้แจงไปว่า จากจำนวนเป้าหมาย 30 ไร่ขณะนี้ได้มีเกษตรกรได้ดำเนินการทำประกันข้าวนาปีไปแล้ว 70% หรือคิดเป็น 19 ล้านไร่ ซี่งก็ได้ชี้แจงไปว่า ถ้าหากเกษตรกรที่มีที่นายังไม่ได้เกิดประสบภัยน้ำท่วม ก็ยังคงสามารถจะทำประกันได้ แต่หากเกิดภัยแล้วมาทำภายหลัง จะไม่ได้รับความคุ้มครอง ซึ่งกรรมาธิการฯก็เข้าใจ พร้อมทั้งขอให้ทางธกส.และสมาคมประกันฯได้ช่วยกันเร่งรัดการจ่ายสินไหมให้กับเกษตรกรที่ประสบภัยน้ำท่วมด้วย ซึ่งทางตัวแทนของสมาคมประกันฯก็ได้รับปากว่า จะเร่งรัดให้ โดยจะทยอยดำเนินการชดใช้ค่าสินไหมให้โดยเร็วที่สุด
สำหรับกระบวนการเรียกร้องค่าสินไหมจากบริษัทประกันฯนั้นก็ได้ชี้แจงให้คณะกรรมาธิการฯฟังจนเข้าใจว่า ตามขั้นตอนแล้วจะต้องให้ทางจังหวัดประกาศเป็นเขตพื้นที่ภัยพิบัติเสียก่อนอันดับแรก และมีการมายื่นเรื่องกับเกษตรอำเภอหรือเกษตรตำบลเพื่อให้ออกกษ01 เป็นใบแจ้ง จากนั้นเกษตรอำเภอจะออกไปสวบสวนหาสาเหตุและตรวจสอบดูว่า แปลงนาถูกน้ำท่วมจริงหรือไม่ จากนั้นจึงจะค่อยออกเอกสารกษ02 ออกมา เพื่อธกส.จะได้นำไปเคลมกับบริษัทประกันที่จะยึดเอกสารจุดนี้เป็นหลักฐานสำคัญ โดยขาดขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งไม่ได้ มิฉะนั้นแล้วบริษัทประกันฯจะไม่จ่าย ซึ่งหากเข้าหลักเกณฑ์ทุกอย่าง บริษัทประกันก็จะจ่ายเงินโดยโอนผ่านทางธกส.เพื่อนำไปให้เกษตรกรอีกทอดหนึ่ง
อนึ่ง จากข้อมูลความเสียหายจากน้ำท่วมของธกส.ใน 5 จังหวัดดังกล่าวคิดเป็นความเสียหายทั้งสิ้น 2,023,227.75 ไร่ จากจำนวนนาข้าวที่ขอเอาประกันภัย 4,670,415.25 ไร่ ทั้งนี้แยกเป็นอันดับหนึ่ง สกลนครเสียหายมากสุด 855,904 ไร่ จากจำนวนที่นาเอาประกันภัย 871,155.50 ไร่ รองลงมา ร้อยเอ็ด 627,277.75 ไร่ จากจำนวนนาที่เอาประกัน 1,354,871.50 ไร่ อันดับสามจังหวัดกาฬสินธุ์เสียหาย 185,648 ไร่ จากจำนวนนาที่เอาประกันภัย 495,960.25 ไร่ อันดับสี่จังหวัดอุบลราชธานีเสียหาย 181,807 ไร่ จากจำนวนนาที่เอาประกัน 1,222,834.50 ไร่ และอันดับที่ห้าจังหวัดขอนแก่นเสียหาย 172,591 ไร่ จากจำนวนนาที่เอาประกันภัย 725,593.50 ไร่
นายมงคล พรงาม รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขาฯยังกล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการให้การช่วยเหลือเยียวยาที่ผ่านมาทางธกส.นั้น ทางธกส.ได้นำถุงยังชีพที่บรรจุสิ่งของบริโภคอุปโภคเข้าไปช่วยเหลือทั้งลูกค้าธกส.และพี่น้องประชาชนทั่วไปที่ประสบภัยน้ำท่วมตามพื้นที่ต่างๆ รวมถึงการระดมพนักงานจัดทำอาหารแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัยได้ทานกัน