ผจก.ฝ่ายสินไหมบ.ฟินิกซ์ประกันภัยหวิดเสียท่า ไฟลุกท่วมโตโยต้าคัมรีระหว่างพาครอบครัว5ชีวิตขึ้นภูเรือ
ผู้จัดการสินไหมบริษัทฟินิกซ์ประกันภัยหวิดเสียท่ารับอรุณ หลังนั่งโดยสารมากับโตโยต้าคัมรี เพื่อพาครอบครัวขึ้นภูเรือหวังชมทะเลหมอก และพระอาทิตย์ขึ้น ดันเกิดเหตุไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็วจากห้องเครื่องจนไฟลุกท่วมเสียหายทั้งคัน
เมื่อเวลา 06.00 น.เศษของวันนี้ ร.ต.อ มานิตย์ พิมพ์พระลับ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ภูเรือ จ.เลย ได้รับแจ้งจากอุทยานแห่งชาติภูเรือว่า เมื่อเวลา 05.50น.ได้มีรถยนต์ของนักท่องเที่ยวเกิดไฟลุกไหม้ ก่อนถึงด่านตรวจจุดที่ 2 บนยอดภูเรือ หลังรับแจ้งได้รายงานให้ พ.ต.อ.ณัฐกฤต คำวิเศษชัย ผู้บังคับบัญชารับทราบ และประสานไปยัง ทต.ภูเรือ ขอรถน้ำดับเพลิง พร้อมกับรุดไปยังที่เกิดเหตุ
กระทั่งเมื่อถึงที่เกิดเหตุก็ได้พบว่า ไฟได้ลุกไหม้รถเก๋งโตโยต้า คัมรี่ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ษฉ 709กรุงเทพมหานครจากห้องเครื่อง โดยคนขับและผู้โดยสารได้หนีออกมาจากรถ กระทั่งผ่านไป 10 นาที ไฟจึงได้ลุกไหม้ท่วมทั้งคัน จนต้องระดมรถและน้ำดับเพลิงมาดับ ซึ่งใช้เวลากว่า 20 นาที จึงสามารถคุมเพลิงไว้ได้ โดยสภาพรถเสียหายทั้งคัน
ต่อกรณีดังกล่าว นายชาญชัย ภูวเกียรติกำจร อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 212/3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นคนขับ เปิดเผยว่า ตนเองพร้อมครอบครัวรวม 5 คนด้วยกัน ได้เดินทางมาจากกรุงเทพฯมาเที่ยวอ.ภูเรือ โดยได้เดินทางมาตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา และเข้าพักที่ภูดารารีสอร์ท กระทั่งรุ่งเช้าเวลา 05.00 น.ทั้งครอบครัวกำลังจะขับรถมุ่งหน้าขึ้นไปยังอุทยานแห่งชาติภูเรือ เพื่อชมทะเลหมอก และพระอาทิตย์ขึ้นที่ยอดภูเรือ ซึ่งห่างจากรีสอร์ทจุดที่ตนเองพักประมาณ 9 กิโล โดยได้ขับรถผ่านทางด่านแรกมาแล้ว และกำลังจะถึงด่านที่ 2 จู่ๆ ห้องเครื่องเกิดไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว พวกตนจึงได้ทิ้งรถ และเปิดประตูหนีออกมา กระทั่งมีรถน้ำดับเพลิงมาฉีดน้ำ แต่รถได้เสียหายทั้งคัน ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบและรถไม่ได้ติดแก๊สด้วย
ด้านนายสายัณห์ เพชรสูงสกุล ผู้จัดการฝ่ายสินไหมรถยนต์ บมจ.ฟินิกซ์ประกันภัย(ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ตนเองได้เป็นผู้โดยสาร และเดินทางมากับญาติในครั้งนี้ด้วย ซึ่งตนเองก็ไม่เข้าใจว่า สาเหตุเกิดจากอะไร ทั้งๆที่สภาพรถก็ยังดีอยู่ มีการนำรถเข้าตรวจสภาพในศูนย์โตโยต้ามาตลอด อย่างก่อนจะเดินทางมา ก็ได้นำรถคันดังกล่าวเข้าไปตรวจสภาพที่ศูนย์โตโยต้ามอเตอร์ เคมอเตอร์ แถวบางคอแหลมแล้ว และรถคันนี้รวมถึงคนขับเองก็มีประสบการณ์เดินทางขึ้นภูทับเบิก ภูเรือ ดอยอินทนนท์ หรือเดินทางท่องเที่ยวลักษณะนี้อยู่บ่อยๆ โดยไม่ใช่ไม่มีประสบการณ์อย่างที่มีข่าวลงแต่อย่างใด
ที่สำคัญรถคันดังกล่าวจะวิ่งเพียงระยะทางจากรีสอร์ทถึงภูเรือใช้ระยะเวลาเดินทางเพียง 9กิโลฯเอง ความร้อนแทบจะไม่ขึ้นเลย จึงไม่ทราบว่า เพราะเหตุใดไฟจึงลุกท่วมที่ห้องเครื่อง รวมทั้งรถคันนี้ก็ใช้น้ำมัน ไม่ได้ใช้แก๊สแต่อย่างใด อย่างไรก็ดี รถคันดังกล่าวที่เสียหายทางตำรวจและบริษัทเมืองไทยประกันที่รับประกันรถประเภทหนึ่งรถคันนี้ไว้ ก็ไม่ได้ติดใจ หลังทำเรื่องเคลมเรียบร้อยแล้ว ก็ได้ยกรถไปที่อู่ รถคันดังกล่าวเป็นรถปี 2003 ใช้งานมาแล้ว 230,000 กิโลด้วยกัน
อย่างไรก็ตาม จากกรณีเกิดเหตุไฟไหม้ครั้งนี้ จึงอยากจะฝากเตือนผู้ใช้รถว่า หากเกิดสิ่งผิดปกติหรือเกิดกลิ่นไหม้ภายในรถ ขอให้ตั้งสติให้ดี จอดรถทันที อย่าตกใจ แล้วค่อยลงจากรถลงมาตรวจสอบให้ถ้วนถี่เสียก่อน หากเกิดไฟไหม้หรือพบท่าไม่ดี ก็ควรให้คนขับและผู้โดยสารลงจากรถทันที เพื่อความปลอดภัย เช่นเดียวกับตนเองหลังกำลังจะถึงด่านตรวจด่านที่ 2 ได้เกิดควันขึ้นที่ฝากระโปรงด้านหน้า และได้กลิ่นไหม้ ก็ลงไปดูปั๊บ ก็เห็นไฟลุกอยู่ใต้ห้องเครื่อง เห็นแสงไฟลุกจากใต้ท้องรถ จึงแจ้งให้ทั้งนายชาญชัยและญาติลงจากรถ โดยเก็บสัมภาระมีค่าเท่าที่จำเป็นและจะเก็บได้ลงมาเช่นกล้อง หรืออื่นๆ ส่วนรองเท้า หรือหมวก และสิ่งของเล็กๆน้อยๆเอาลงไม่หมด ก็ถูกไฟเผาวอดไป