เลขาฯคปภ.ลงพื้นที่เกาะติดน้ำท่วมอีสาน ล่าสุดส่งหนังสือเวียนสั่งทุกบริษัทประกันให้ส่งรายงานความเสียหายและการชดใช้สินไหมทุกวันศุกร์

ประกันภัย1 ส.ค. 2560 • 12:26 น.
เลขาฯคปภ.ลงพื้นที่เกาะติดน้ำท่วมอีสาน  ล่าสุดส่งหนังสือเวียนสั่งทุกบริษัทประกันให้ส่งรายงานความเสียหายและการชดใช้สินไหมทุกวันศุกร์
นายชนะพล มหาวงษ์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.)สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคปภ.ได้ให้ความสำคัญกับกรณีปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคอีสานอย่างมาก โดยล่าสุดได้ลงพื้นที่ภาคอีสานที่จังหวัดนครพนม เพื่อสำรวจตรวจสอบสถานการณ์และความเสียหายทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนที่ได้รับจากภัยน้ำท่วม ขณะเดียวกันนี้ล่าสุดทางสำนักงานคปภ.เองก็ได้มีการส่งหนังสือลงวันที่ 1 สิงหาคม 2560 เวียนไปยังบริษัทประกันวินาศภัยทุกบริษัท เพื่อขอความร่วมมือสรุปรายงานความเสียหายและการชดใช้สินไหมทดแทนจากสถานการณ์อุทกภัย หลังจากที่ท่านเลขาธิการคปภ.ได้สั่งการเร่งรัดให้สำนักงานคปภ.ภาค 3(ขอนแก่น) ภาค 4 (นครราชสีมา) และภาค 5 (อุบลราชธานี) บูรณาการในการทำงานร่วมกัน โดยเปิดเป็นศูนย์เพื่อดำเนินการช่วยเหลือประชาชนด้านประกันภัย กรณีได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม และสั่งการให้คณะทำงานช่วยเหลือผู้เอาประกันภัย และผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยประสานงานให้บริษัทประกันภัยสำรวจภัยและสรุปรายงานความเสียหายเพื่อจ่ายค่าสินไหมทดแทนจากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้โดยเร็วต่อไป พร้อมทั้งให้รายงานสายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ เพื่อประสานความร่วมมือด้านข้อมูลการจัดทำประกันภัยของผู้ประสบภัย ประสานงานสำรวจภัย และการประเมินความเสียหาย รวมทั้งรวบรวมข้อมูลความเสียหายเพื่อติดตามเร่งรัดให้มีการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน รวดเร็ว ถูกต้องและเป็นธรรม ด้วยสำนักงานคปภ.โดยสายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและเยียวยาให้ความช่วยเหลือในการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยที่ประสบภัยเป็นไปด้วยความถูกต้อง และรวดเร็ว จึงขอความร่วมมือบริษํทดำเนินการก็คือ 1.สรุปรายงานความเสียหายและการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากสถานการณ์อุทกภัย นำส่งให้สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ ทางE-mail :MCI@oic.or.th ทุกวันศุกร์ และ2.ส่งรายชื่อผู้รับผิดชอบสรุปรายงานความเสียหายและการจ่ายค่าสินไหมทดแทนจากสถานการณ์อุทกภัย พร้อมอีเมล์ และเบอร์โทรศัพท์เคลื่อนที่ บริษัทละ 2 ท่าน