สมาคมรพ.เอกชนถก2สมาคมประกัน แจงไส้ในค่าใช้จ่าย Hospitel
คณะอนุกรรมการสินไหม์และแพทย์ สมาคมประกันชีวิตไทยรุกเป็นแม่งานจัดประชุมออนไลน์ เปิดเวทีสมาคมรพ.เอกชนถก2สมาคมประกันฯ ทำความเข้าใจพร้อมแจกแจงต้นทุนค่าใช้จ่าย Hospitel ต่างๆที่บริษัทประกันคาใจ
แหล่งข่าวจากวงการประกันภัย เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้(28 เม.ย.2564) คณะอนุกรรมการสินไหมประกันชีวิต และคณะแพทย์ที่ปรึกษา สมาคมประกันชีวิตไทย ร่วมทั้งคณะกรรมการประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพ สมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้ประชุมร่วมกับตัวแทนสมาคมโรงพยาบาลเอกชนเกี่ยวกับประเด็นคาใจของการคิดค่าใช้จ่ายHospitel ในอัตราที่ไม่ต่างจากโรงพยาบาลเอกชนเรียกเก็บ ซึ่งทั้ง 3 สมาคมฯได้ร่วมประชุมกันผ่านระบบออนไลน์
โดยบรรยากาศประชุมจะเป็นไปในลักษณะกันเอง เนื่องจากคุ้นเคยกันอยู่แล้ว สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ทั้ง2สมาคมประกันฯ เมื่อครั้นมีประเด็นเผือกร้อนของกระทรวงพาณิชย์ออกมาจัดระเบียบควบคุมในเรื่องค่ายาและค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลรพ. โดยทั้ง3องค์กรก็ได้เคยประชุมถกกันถึงเรื่องการจัดทำ"คู่มือปฏิบัติชนิดหรือประเภทของการรักษาพยาบาล ยาและเวชภัณฑ์ การบริการทางการแพทย์หรือการบริการอื่นของสถานพยาบาล
ดังนั้นบรรยายการประชุมเที่ยวนี้จึงค่อนข้างสบายๆไม่เกร็งกัน โดยประชุมนัดนี้เป็นเรื่องของการชี้แจงทำความเข้าใจและเปิดให้ซักถามในแง่มุมต่างๆของภาคธุรกิจประกันที่ต้องการรู้และอยากซักถามมากกว่า ซึ่งก็มีรพ.ชั้นนำมีชื่อเสียงต่างๆที่มีเครือข่ายโรงแรมเปิดให้บริการในลักษณะ Hospitel รวมๆกันแล้วกว่า 30 แห่งที่ให้บริการเข้าร่วมรับฟังและชี้แจงตัวแทน2สมาคมประกันฯอย่างคับคั่งทีเดียว
โดยทางสมาคมรพ.เอกชนได้พยายามถือโอกาสนี้ชี้แจงเหตุผลและแจกแจงค่าใช้จ่ายในส่วนของ Hospitel ซึ่งโรงพยาบาลเอกชนเรียกเก็บต่างๆให้บริษัทประกันได้เกิดความเข้าใจ รวมถึงพยายามอธิบายถึงกระบวนการเมื่อลูกค้าประกันที่ป่วยติดเชื้อโควิดแล้วเข้ามาใช้บริการและมีการส่งต่อ Hospitel และมีโครงสร้างการของการเรียกเก็บค่าใช้จ่าย และค่าบริการทางการแพทย์มีกระบวนการคิดอย่างไร โดยทางสมาคมรพ.เอกชนได้พยายามให้เหตุผลว่า Hospitel ปัจจุบันทำหน้าที่ไม่ต่างจากวอร์ดของโรงพยาบาล รวมถึงการมีเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆพร้อม ดังนั้นในการเก็บค่าธรรมเนียม ก็จะอิงทางรพ.เป็นหลัก โดยไม่ได้แตกต่างกันเสียเท่าไหร่
โดยเฉพาะHospitel จะมีต้นทุนค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีของผู้ป่วยโควิด มันมีค่าใช้จ่ายในเรื่องชุดPPE ที่ค่อนข้างแพง ซึ่งเวลาแพทย์จะเยี่ยมคนไข้ 1 คน ก็จะใช้ชุดหนึ่งแล้วเปลี่ยนชุดชุดใหม่ เพื่อไปเยี่ยมคนไข้คนใหม่ โดยจะไม่ใช้ชุดเดิมซ้ำๆในการเยี่ยมพบปะคนไข้ เนื่องจากเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิดได้ง่าย
นอกเหนือจากนี้ในเรื่องค่าแพทย์ บุคลากรแพทย์เวลานี้ก็หาค่อนข้างยาก เนื่องจากทั้งหมอและพยาบาลก็ไม่ค่อยมีใครอยากเสี่ยง โดยค่าแพทย์ที่เรียกเก็บจากบริษัทประกันทุกวันนี้จะมีอัตราเก็บที่ไม่เท่ากันนั้น ซึ่งขึ้นอยู่กับความจำเป็นในการรักษา ซึ่งบางครั้งก็มีค่าเทเลเน็ต หรือความจำเป็นต้องใช้แพทย์เฉพาะทางและเชี่ยวชาญ ซึ่งก็จะมีค่าใช้จ่ายแพงหน่อย ในส่วนของค่าห้องของHospitel ของแต่ละรพ.เอกชนที่ใช้ ก็มีราคาแตกต่างกัน ซึ่งรพ.บางแห่งเป็น Hospitel ที่ร่วมกับโรงแรมดัง และมีการแบ่งระดับค่าห้องเป็น 3 เกรด ซึ่งราคาย่อมแตกต่างกันไป
ทั้งนี้ทางตัวแทนสมาคมประกันฯที่เข้าร่วมประชุมได้มีประเด็นเป็นห่วงเรื่องของการชาร์ทของHospitel ในส่วนค่าใช้จ่ายต่างๆอย่างมาก ซึ่งท้ายสุดทางสมาคมรพ.เอกชน ก็ได้รับปากว่า จะรับไปพิจารณาและหาข้อสรุปในเรื่องราคาที่เหมาะสม พร้อมกับจะมีการนำระบบ แฟกซ์เคลมเหมือนที่บริษัทประกันร่วมกับโรงพยาบาลเอกชนในการใช้เคลมลูกค้าประกันมาใช้ รวมทั้งโรงพยาบาลจะมีการแยกใบเสร็จในส่วนที่เป็นรพ. และ Hospitel และค่าใช้จ่ายต่างๆออกมาให้ชัดเจน เพื่อให้บริษัทประกันเกิดความสบายใจ
อนึ่ง จากการนัดประชุมหารือร่วมกันครั้งนี้ ยังมีประเด็นอื่นๆที่ทั้ง 2 สมาคมประกันฯยังคาใจอีกเยอะ ซึ่งคาดว่า จะมีการนัดประชุมพูดคุยกันในครั้งต่อไปเกิดขึ้นอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเรื่องของค่าห้องของHospitel ที่มีการแบ่งเป็นหลายระดับหลายราคา ซึ่งทำให้บริษัทประกันรู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก