"จีน" เดินเกมใหม่! สั่งคุมส่งออก "เพชรสังเคราะห์" เสริมอำนาจในห่วงโซ่เทคโนโลยีขั้นสูง สวนแรงกดดันสหรัฐฯ
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลจีนประกาศมาตรการควบคุมการส่งออกเพชรสังเคราะห์บางประเภท โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่ข้อตกลงยกเว้นภาษีการค้าระหว่าง จีนและสหรัฐฯ จะสิ้นสุดลง
มาตรการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า จีนกำลัง เพิ่มการควบคุมห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อรักษาความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองประเทศมหาอำนาจ
กระทรวงพาณิชย์และกรมศุลกากรจีนเปิดเผยในแถลงการณ์ว่า ตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย. เป็นต้นไป การส่งออกเพชรสังเคราะห์ทุกประเภทในรูปแบบ ผงขนาดเล็ก (micropowders), ผลึกเดี่ยว (single crystals), ลวดตัด (wire saws) และ ล้อเจียร (grinding wheels) จะต้อง ยื่นขอใบอนุญาตส่งออกล่วงหน้า ทุกครั้ง
นอกจากนี้ จีนยังได้ เพิ่มธาตุหายากอีก 5 ชนิดเข้าสู่บัญชีควบคุมการส่งออก ในวันเดียวกัน โดยให้เหตุผลว่าเป็นการ “ปกป้องความมั่นคงของชาติ” ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นการส่งสัญญาณตอบโต้สหรัฐฯ ที่พยายามจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีชิปและวัสดุสำคัญของจีน
ข้อมูลจากศุลกากรจีนระบุว่า ในปี 2567 จีนส่งออกเพชรสังเคราะห์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องไปยังสหรัฐฯ มูลค่ากว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสหรัฐฯ เป็น ผู้นำเข้าผงเพชรขนาดเล็กอันดับ 3 รองจากอินเดียและเกาหลีใต้ และเป็น ผู้นำเข้าล้อเจียรอันดับ 3 รองจากเวียดนามและอินเดีย
เพชรถือเป็นหนึ่งในวัสดุที่แข็งแรงที่สุดในโลก และมีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น การขัดผิวชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ การกลึงโลหะและเซรามิกแข็ง สำหรับอุปกรณ์ควอนตัม และการระบายความร้อนในระบบอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง
นอกจากนี้ เพชรสังเคราะห์ยังถูกนำไปใช้ใน อุตสาหกรรมการทหาร เช่น การผลิตกระสุน, ระบบเรดาร์ และชิ้นส่วนที่ต้องทนความร้อนและแรงดันสูง
การเพิ่มการควบคุมเพชรสังเคราะห์ของจีน จึงถูกมองว่าเป็น การเดินเกมเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อยกระดับอำนาจต่อรองในตลาดโลก และรักษาความเป็นผู้นำในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีขั้นสูงที่กำลังแข่งขันอย่างดุเดือดกับสหรัฐฯ
#จีน #เพชรสังเคราะห์ #เทคโนโลยีขั้นสูง #สงครามการค้า #เศรษฐกิจโลก #ห่วงโซ่อุปทาน #ข่าวต่างประเทศ #China #TradeWar #Siamrath