ประเด็นข่าวรอบโลก (15 ต.ค.68) "ตลาดหุ้นเอเชีย" บวกสวนตลาดนิวยอร์ก! "สหรัฐฯ-จีน" เปิดศึกการค้าอีกระลอก "ทรัมป์" ขู่ห้ามส่งออกน้ำมันพืช
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวกในวันนี้ (15 ต.ค.) สวนทางกับตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปรับตัวลงเมื่อวานนี้ (14 ต.ค.) หลังจากสหรัฐฯ และจีนเปิดฉากตอบโต้กันอีกครั้งในข้อพิพาททางการค้า
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ วิจารณ์ว่าจีนไม่ยอมซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ โดยระบุว่าเป็น “การกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ทางเศรษฐกิจ” พร้อมขู่ใช้มาตรการตอบโต้ เช่น การห้ามส่งออกน้ำมันพืชไปยังจีน
นักวิเคราะห์ระบุว่า ความผันผวนของตลาดยังคงอยู่ในระดับสูง สาเหตุสำคัญมาจากความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับจีน
ประธานาธิบดีทรัมป์ยังกล่าวโจมตีจีนอีกครั้งเมื่อวานนี้ (14 ต.ค.) ว่าจีน “ตั้งใจ” ที่จะไม่ซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ โดยโพสต์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่าเป็น “การกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ทางเศรษฐกิจ” และเปิดเผยว่าสหรัฐฯ กำลังพิจารณายุติการทำธุรกิจน้ำมันพืชกับจีน
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) เมื่อวานนี้ โดยปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจโลกประจำปีนี้ โดยคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 3.2% ในปี 2568 เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิมในเดือนกรกฎาคมที่ 3.0% หลังจากขยายตัว 3.3% ในปี 2567 และคาดว่าจะเติบโต 3.1% ในปี 2569 ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิม
ขณะเดียวกัน กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ประกาศยึดบิตคอยน์มูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 490,000 ล้านบาท จากกระเป๋าเงินดิจิทัลของเฉิน จื้อ (Chen Zhi) หัวหน้าแก๊งสแกมเมอร์รายใหญ่ในกัมพูชา ถือเป็นการยึดทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของกระทรวงฯ
อัยการสหรัฐฯ ยื่นฟ้องนายเฉินต่อศาลรัฐบาลกลางในเมืองบรูคลิน รัฐนิวยอร์กเมื่อวานนี้ (14 ต.ค.) อย่างไรก็ดี นายเฉิน หรือที่รู้จักกันในชื่อวินเซนต์ (Vincent) ยังคงอยู่ระหว่างการหลบหนี
เจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กล่าวว่า เฟดอาจใกล้ถึงจุดที่จะยุติการลดขนาดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ แต่ยังไม่ส่งสัญญาณใดเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยระยะยาว
พาวเวลกล่าวในที่ประชุมสมาคมเศรษฐศาสตร์ธุรกิจแห่งชาติสหรัฐฯ (NABE) ที่เมืองฟิลาเดลเฟีย ถึงท่าทีของเฟดในการใช้นโยบาย “คุมเข้มเชิงปริมาณ” (Quantitative Tightening: QT) ซึ่งเป็นกระบวนการลดการถือครองสินทรัพย์ในงบดุลที่มีมูลค่ามากกว่า 6 ล้านล้านดอลลาร์ โดยระบุว่าเฟดใกล้บรรลุเป้าหมายการมีทุนสำรองเพียงพอสำหรับธนาคารต่าง ๆ แล้ว
ด้านเจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ กล่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์อาจเดินหน้าเรียกเก็บภาษี 100% จากสินค้านำเข้าจากจีนภายในวันที่ 1 พ.ย. หรือเร็วกว่านั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับท่าทีของจีนต่อการควบคุมแร่หายาก
“หลายอย่างขึ้นอยู่กับสิ่งที่จีนจะทำต่อไป พวกเขาเป็นฝ่ายเลือกที่จะยกระดับสถานการณ์ขัดแย้งครั้งนี้” กรีเออร์ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNBC
รัฐบาลจีนประกาศเมื่อวันที่ 9 ต.ค. ว่าจะไม่อนุญาตให้ส่งออกแร่หายากเพื่อวัตถุประสงค์ทางการทหาร ซึ่งจะกระทบต่อสหรัฐฯ ที่ใช้แร่ดังกล่าวในการผลิตอาวุธ เช่น เครื่องบินรบ F-35 ขีปนาวุธ Tomahawk และระเบิดอัจฉริยะ
ด้านแอนดรูว์ ฮอลเลนฮอร์สต์ นักเศรษฐศาสตร์จากซิตี้กรุ๊ป ระบุในรายงานถึงลูกค้าว่า การปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ หรือ “ชัตดาวน์” อาจยืดเยื้อถึงเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากรัฐบาลทรัมป์และสภาคองเกรสไม่ถูกกดดันจากการหางบประมาณมาจ่ายเงินเดือนให้กองทัพในวันที่ 15 ต.ค. และโครงการช่วยเหลือสาธารณะสำคัญยังดำเนินต่อได้ ทำให้ทั้งสองพรรคขาดแรงจูงใจในการยุติชัตดาวน์
“การที่ฝ่ายการเมืองสามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบเหล่านี้ และขาดเจตนารมณ์ทางการเมือง หมายความว่าภาวะชัตดาวน์อาจดำเนินต่อไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน” รายงานระบุ
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีทรัมป์ยังโพสต์บน Truth Social เมื่อวานนี้ (14 ต.ค.) แสดงความชื่นชมบทความในนิตยสาร Time แต่แสดงความไม่พอใจที่นิตยสารใช้ภาพของเขาที่ “แย่ที่สุดตลอดกาล”
“นิตยสาร Time เขียนบทความเกี่ยวกับผมได้ดี แต่รูปภาพนี่อาจจะแย่ที่สุดตลอดกาล พวกเขาทำให้ผมหายไป และมีอะไรบางอย่างลอยอยู่บนหัว เหมือนมงกุฎเล็ก ๆ แปลกสุด ๆ! ผมไม่เคยชอบให้ใครถ่ายรูปจากมุมล่างอยู่แล้ว แต่นี่เป็นรูปที่แย่มากจริง ๆ สมควรถูกตำหนิเลย พวกเขากำลังทำอะไรกันแน่?” ทรัมป์ระบุ
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญในวันนี้ (15 ต.ค.) ได้แก่
จีนเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนก.ย.
ญี่ปุ่นเปิดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนส.ค.
สหภาพยุโรปเปิดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนส.ค.
สหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือนต.ค. จากเฟดนิวยอร์ก และรายงาน Beige Book ของเฟด (เช้าวันที่ 16 ต.ค.)
#ข่าวต่างประเทศ #ตลาดหุ้นเอเชีย #สหรัฐจีน #ทรัมป์ #สงครามการค้า #IMF #เฟด #บิตคอยน์ #ข่าวเศรษฐกิจโลก #ข่าวรอบโลก #ข่าววันนี้