"ทรัมป์" ขู่แรง! แนะ "มาดูโร" สละอำนาจ เล็งยึดน้ำมันเวเนซุเอลา เติมคลังสำรองสหรัฐฯ
เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ส่งสัญญาณกดดันอย่างหนักต่อ นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา โดยระบุว่าทางเลือกที่ “ชาญฉลาดที่สุด” คือการยอมสละอำนาจ พร้อมขู่จะนำน้ำมันที่ยึดได้จากปฏิบัติการทางทหารมาเป็นทรัพย์สินของสหรัฐฯ หรือขายออกสู่ตลาดโลก
ทรัมป์กล่าวระหว่างการแถลงข่าวว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณาทางเลือกในการจัดการกับน้ำมันที่ยึดมาได้จากนอกชายฝั่งเวเนซุเอลาในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยระบุว่า “เราอาจจะขายมัน หรืออาจเก็บไว้ใช้เอง” พร้อมเสริมว่าน้ำมันดังกล่าวสามารถนำไปเติมคลังสำรองน้ำมันยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ได้
ขณะเดียวกัน หน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (21 ธ.ค.) ได้ไล่ติดตามเรือบรรทุกน้ำมันในน่านน้ำสากล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการ “ปิดล้อม” เรือบรรทุกน้ำมันทุกลำที่ถูกคว่ำบาตรทั้งขาเข้าและขาออกจากเวเนซุเอลา
ตลอดช่วงที่ผ่านมา ทรัมป์ได้ยกระดับแรงกดดันด้วยการเพิ่มกำลังทหารและสั่งปฏิบัติการโจมตีเรือที่ต้องสงสัยว่าลักลอบขนยาเสพติดในมหาสมุทรแปซิฟิกและทะเลแคริบเบียนมากกว่า 20 ครั้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 100 ราย
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เป้าหมายของมาตรการทั้งหมดคือการบีบให้มาดูโรพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “ผมคิดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับเขาเอง ผมคิดว่าเขาควรฉลาดพอที่จะสละอำนาจ แต่เราต้องรอดูกันต่อไป”
ทรัมป์ยังกล่าวด้วยถ้อยคำแข็งกร้าวว่า “ถ้าเขาคิดจะลองดีหรือทำเป็นซ่า นั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้ซ่า”
นอกจากเวเนซุเอลาแล้ว ทรัมป์ยังใช้เวทีเดียวกันวิพากษ์วิจารณ์ กุสตาโว เปโตร ประธานาธิบดีโคลอมเบีย ซึ่งมีความขัดแย้งกับเขามาตลอดปี โดยกล่าวว่า “เขาไม่ใช่เพื่อนของสหรัฐฯ เป็นคนที่แย่มาก และต้องระวังตัวให้ดี เพราะเขาผลิตโคเคนแล้วส่งเข้ามาในประเทศของเรา”
ด้านมาดูโรออกมาตอบโต้โดยไม่เอ่ยชื่อทรัมป์โดยตรง ระบุว่าผู้นำทุกประเทศควรให้ความสำคัญกับกิจการภายในของตนเองเป็นหลัก พร้อมกล่าวว่า หากมีโอกาสพูดคุยกันอีกครั้ง เขาจะบอกว่า “ทุกประเทศควรดูแลเรื่องภายในของตัวเอง” โดยอ้างถึงการสนทนาทางโทรศัพท์กับทรัมป์เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
#ทรัมป์ #มาดูโร #เวเนซุเอลา #การเมืองโลก #สหรัฐอเมริกา #น้ำมันโลก #คว่ำบาตร #ข่าวต่างประเทศ