- โฆษณา -

สกู๊ปต่างประเทศ : เปิดปมประท้วง "อิหร่าน 2026" วิกฤตปากท้อง และ "รัฐศาสนา" ในโลกยุคใหม่

ต่างประเทศ9 ม.ค. 2569 • 10:43 น.
สกู๊ปต่างประเทศ : เปิดปมประท้วง "อิหร่าน 2026" วิกฤตปากท้อง และ "รัฐศาสนา" ในโลกยุคใหม่

ท่ามกลางกระแสลมหนาวในช่วงปลายปี 2025 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2026 อุณหภูมิทางการเมืองใน "ประเทศอิหร่าน" กลับร้อนระอุขึ้นอีกครั้ง เมื่อการประท้วงที่เคยเงียบสงบไปหลังเหตุการณ์ "มาห์ซา อามินี" เมื่อปี 2022 ได้ปะทุขึ้นใหม่ด้วยความรุนแรง และขยายวงกว้างยิ่งกว่าเดิม ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของ "ผ้าคลุมหน้า" แต่คือความอัดอั้นจากวิกฤตเศรษฐกิจที่หยั่งรากลึกจนถึงขั้นล้มละลายทางการเงิน

จุดเริ่มต้นของพายุลูกใหม่นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2025 เมื่อกลุ่มพ่อค้าในตลาด "แกรนด์ บาซาร์" (Grand Bazaar) กลางกรุงเตหะราน พร้อมใจกันปิดร้านประท้วงการอ่อนค่าของสกุลเงิน "เรียล" ที่ดิ่งลงเหวแตะระดับ 1.4 ล้านเรียลต่อดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ค่าครองชีพพุ่งสูงเกินกว่าที่ประชาชนทั่วไปจะรับไหว

- โฆษณา -

จากการประท้วงเรื่องปากท้องเพียงไม่กี่ชั่วโมง เปลวไฟแห่งความโกรธแค้นได้ลามไปสู่มหาวิทยาลัยและท้องถนนในกว่า 31 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมกับเสียงตะโกนที่เปลี่ยนไปจากการเรียกร้องเรื่องเศรษฐกิจ สู่การขับไล่ระบอบการปกครองของผู้นำสูงสุดอย่าง "อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี"

ในเชิงรัฐศาสตร์ สถานการณ์นี้คือการรวมตัวกันของ "พายุสมบูรณ์แบบ" (Perfect Storm) ระหว่างความล้มเหลวในการบริหารจัดการทรัพยากรของรัฐ (Economic Mismanagement) และการกดขี่ทางสังคมที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน รัฐบาลเตหะรานยังคงเลือกใช้ไม้แข็งในการตอบโต้ด้วยการส่งกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เข้าปราบปราม

มีรายงานผู้เสียชีวิตสะสมพุ่งสูงกว่า 38 ราย และการจับกุมพุ่งเกิน 2,000 คนในช่วงเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ แต่สิ่งที่ต่างไปจากเดิมคือ "ความกลัว" ที่ดูเหมือนจะจางหายไปจากใจคนรุ่นใหม่ หรือ Gen Z ชาวอิหร่านที่พร้อมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่ออนาคตที่ไร้เงาของตำรวจศีลธรรม

หากพิจารณาในแง่ "ผลเสีย" ความไร้เสถียรภาพในอิหร่านส่งผลโดยตรงต่อระดับราคาน้ำมันโลก และความมั่นคงในตะวันออกกลาง เนื่องจากอิหร่านคือตัวแสดงหลักใน "ตัวแทนสงคราม" (Proxy War) ทั้งในเยเมน เลบานอน และซีเรีย ความสั่นคลอนภายในอาจทำให้รัฐบาลต้องเบี่ยงเบนความสนใจด้วยการเพิ่มความขัดแย้งภายนอก เพื่อสร้างกระแสชาตินิยม

ในขณะที่ "ผลดี" หากการประท้วงนำไปสู่การปฏิรูปโครงสร้างทางการเมืองที่เห็นแก่สิทธิมนุษยชนมากขึ้น อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการลดความตึงเครียดนิวเคลียร์ และการผ่อนปรนความสัมพันธ์กับชาติตะวันตก ซึ่งจะเป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจโลกในระยะยาว

สาเหตุหลักของการลุกฮือครั้งนี้ไม่ได้มาจากปัจจัยภายนอกอย่างที่รัฐบาลอิหร่านพยายามกล่าวอ้างว่าเป็น "ฝีมือของสหรัฐฯ หรืออิสราเอล" แต่มาจากความล้มเหลวของรัฐศาสนาที่ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับโลกยุคดิจิทัลและความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ได้ การใช้กฎหมายศีลธรรมสุดโต่งมาเป็นเครื่องมือควบคุมทางการเมือง ขณะที่คนในชาติกำลังอดตาย คือตัวเร่งปฏิกิริยาที่ทำให้มวลชนตัดสินใจว่า "ไม่มีอะไรจะเสียอีกต่อไป"

ปัจจุบัน สถานการณ์ในอิหร่านยังคงอยู่ในสภาวะคุมเชิงกันระหว่างอำนาจปืนของรัฐ และอำนาจเสียงของประชาชน โลกกำลังจับตามองว่า "พรมเปอร์เซีย" ผืนนี้จะถูกแต่งแต้มด้วยเลือดแห่งการสูญเสียต่อไป หรือจะถูกถักทอใหม่ด้วยเส้นด้ายแห่งเสรีภาพที่ประชาชนรอคอยมานานกว่า 4 ทศวรรษ

#ประท้วงอิหร่าน #IranProtests2026 #MahsaAmini #วิเคราะห์การเมืองระหว่างประเทศ #อิหร่านล่าสุด

แท็กที่เกี่ยวข้อง