จับตา “สงครามตัวแทน” ไต้หวัน สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐประชาชนจีน

ต่างประเทศ26 ก.ย. 2565 • 15:40 น.
จับตา “สงครามตัวแทน” ไต้หวัน สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐประชาชนจีน

“สงครามตัวแทน” ถูกหยิบหยกขึ้นมากล่าวถึงอย่างกว้างขวางหลังจากภาวะสงคราม ระหว่าง ยูเครน กับรัสเซีย ทั่วโลกจับตาดูสถานการณ์ “สงครามตัวแทน” ในภูมิภาคเอเซียตะวันออก  ระหว่างไต้หวัน กับสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่มีสหรัฐอเมริกาให้การสนับสนุนไต้หวันอย่างเปิดเผย หลังการการไปเยือนไต้หวันของนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐอเมริกา

ไต้หวันดำเนินการสะสมอาวุธเพื่อเสริมอำนาจด้านการทหาร โดยมีการสั่งซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ ท่ามกลางความไม่พอใจของสาธารณรัฐประชาชนชนจีนในเรื่องนโยบายจีนเดียว สหรัฐอเมริกากลับย้ำจุดยืนที่สนับสนุนไต้หวัน โดยเมื่อวันที่วันที่ 3 กันยายน 2565 รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศอนุมัติการขายอาวุธมูลค่า 1,106 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ให้กับไต้หวัน โดยอาวุธยุทโธปกรณ์ประกอบด้วย ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศทางยุทธวิธี AIM-9X, ขีปนาวุธต่อต้านเรือ Harpoon AGM-84 จำนวน 2 ลูก เป็นต้น นี่เป็นมูลค่าสูงสุดในการขายอาวุธให้กับไต้หวันเป็นครั้งที่ 5 ในปีนี้ ตั้งแต่รัฐบาลประธานาธิบดี โจ ไบเดน เข้ารับตำแหน่งจนถึงปัจจุบัน

นายจาง ตุนหาน โฆษกสำนักงานประธานาธิบดีไต้หวัน ออกแถลงการณ์ขอบคุณสหรัฐฯ ที่ให้การสนับสนุนด้านความมั่นคงและการป้องกันตัวเองของไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ภายใต้กฎหมายรัฐบัญญัติความสัมพันธ์กับไต้หวันและหลักประกัน 6 ประการ (Six Assurances) “นายจาง ตุนหาน กล่าวอ้างว่าการซื้อขายอาวุธครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้ทหารของเราต่อสู้ในสถานการณ์ปะทะจริงในพื้นที่สีเทาได้ แต่ยังเพิ่มความสามารถในการเตือนล่วงหน้าหากถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธพิสัยไกล”

รัฐบาลไต้หวันแสดงท่าทีในเวทีโลกว่า เป็นประเทศที่ตกอยู่ในภาวะที่อาจถูก สาธารณรัฐประชาชนจีนโจมตีได้ตลอดเวลา โดยอ้างเหตุจากการซ้อมรบของสาธารณประชาชนจีน ในทะเลใกล้เกาะไต้หวัน

สาธารณรัฐประชาชนจีนตำหนิการดำเนินนโยบายของทางการไต้หวัน ไต้หวันถือเป็นส่วนหนึ่งของจีนตามนโยบายจีนเดียว การทุ่มซื้ออาวุธจำนวนมาก ก่อหนี้ให้กับประชาชนรุ่นหลังมากกว่า 8 ล้านล้านดอลลาร์ และการซื้ออาวุธมูลค่ามหาศาลจากสหรัฐฯกลายเป็นช่องทางให้เกิดการคอร์รัปชั่นผ่านกระบวนการการซื้อขาย การไม่สนใจปัญหาด้านอื่นนอกเหนือจากการสะสมอาวุธทำให้ละเลยปัญหาด้านเศรษฐกิจ และสังคม

สาธารณรัฐประชาชนจีนแสดงความกังวลและติเตียนการไปศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ณ เมืองโฮโนลูลู รัฐฮาวาย  ในระหว่างวันที่ 5 -10 สิงหาคม 2565 ของฝ่ายกองรบใหญ่ของกระทรวงกลาโหมไต้หวัน ซึ่งประกอบด้วย พลโทของกระทรวงกลาโหม, ผู้อำนวยการสำนักพิมพ์ Youth Daily News, หัวหน้าส่วนของสำนักยุทธศาสตร์การเมืองและกองรบ, พันเอกสำนักวัฒนธรรมและประชาสัมพันธ์,พันโทฝ่ายกองรบใหญ่และพันตรีสำนักวัฒนธรรมและประชาสัมพันธ์  รวม 6 คน

สำหรับประเทศไทยนั้น ถือนโยบายจีนเดียวมาโดยตลอด ท่ามกลางสถานการณ์ระหว่าง ไต้หวัน สาธารณรัฐประชาชนจีน และสหรัฐฯจะมีท่าทีอย่างไร ในเวทีโลก ไทยยังยึดนโยบายจีนเดียว