- โฆษณา -

ประเด็นข่าวรอบโลก : ผลโพลเผย "ทรัมป์" คะแนนนิยมร่วงต่ำสุด / FOMC ลงมติคงอัตราดอกเบี้ย / ตลาดหุ้นเอเชียเปิดปรับตัวไร้ทิศทาง

ต่างประเทศ30 ก.ค. 2569 • 09:33 น.
ประเด็นข่าวรอบโลก : ผลโพลเผย "ทรัมป์" คะแนนนิยมร่วงต่ำสุด / FOMC ลงมติคงอัตราดอกเบี้ย / ตลาดหุ้นเอเชียเปิดปรับตัวไร้ทิศทาง

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดการซื้อขายวันนี้ (30 กรกฎาคม 2569) เคลื่อนไหวไร้ทิศทาง หลังนักลงทุนประเมินผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่มีมติคงอัตราดอกเบี้ย ขณะเดียวกันยังติดตามปัจจัยการเมืองระหว่างประเทศ หลังคะแนนนิยมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุด

ดัชนีตลาดหุ้นในภูมิภาคมีการเคลื่อนไหวแตกต่างกัน โดยตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดในแดนลบ

- โฆษณา -

ดัชนีคอสปี ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เปิดบวก 0.3% แตะระดับ 5,681.77 จุด ส่วนดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดลบ 0.3% อยู่ที่ระดับ 61,258.34 จุด โดยได้รับแรงกดดันจากการปรับตัวลดลงของหุ้นกลุ่มการเงิน

ด้านธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) มีมติด้วยคะแนนเสียง 9-3 ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจครั้งนี้ไม่เป็นเอกฉันท์ โดยสมาชิก FOMC จำนวน 9 รายสนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ย ขณะที่อีก 3 รายเห็นควรให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เนื่องจากยังมีความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ

สมาชิกเฟดทั้ง 3 ราย ได้แก่ เบธ แฮมแม็ก ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์, นีล แคชแครี ประธานเฟดสาขามินนิอาโปลิส และ ลอรี โลแกน ประธานเฟดสาขาดัลลัส ต่างแสดงความกังวลว่า เงินเฟ้อยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟดมาเป็นเวลากว่า 5 ปี

ขณะเดียวกัน ผลสำรวจของ CNN/SSRS ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ระบุว่า คะแนนนิยมของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง และจำนวนประชาชนที่ "ไม่พอใจอย่างยิ่ง" ต่อการทำงานของเขาเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ผลสำรวจพบว่า ชาวอเมริกันวัยผู้ใหญ่เพียง 34% แสดงความพอใจต่อการทำงานของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งเท่ากับระดับต่ำสุดที่เคยเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์จลาจลที่อาคารรัฐสภาสหรัฐ เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2564 ขณะที่ 66% ระบุว่าไม่พอใจต่อการทำงานของเขา

นอกจากนี้ มีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 15% ที่ระบุว่า "พอใจอย่างยิ่ง" ต่อผลงานของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ 50% ระบุว่า "ไม่พอใจอย่างยิ่ง" ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

ด้านสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง สำนักข่าวฟ็อกซ์นิวส์รายงานว่า ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่านอย่างหนัก หลังอิหร่านก่อเหตุโจมตีแบบไม่คาดคิดต่อกองกำลังสหรัฐฯ ในประเทศจอร์แดน

ทรัมป์กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ว่า "เราจะโจมตีพวกเขาอย่างหนัก พวกเขาจะได้รับบทเรียนอย่างสาสม"

ขณะเดียวกัน อีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทด้านเทคโนโลยีหลายแห่ง มองว่า ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังพัฒนาเร็วกว่าที่คนส่วนใหญ่คาดการณ์ และอาจมีศักยภาพเหนือกว่าสติปัญญาของมนุษย์ในอนาคตอันใกล้

มัสก์กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับนิตยสารดิ อีโคโนมิสต์ ว่า AI อาจมีสติปัญญาเหนือกว่าผลรวมของสติปัญญามนุษย์ทั้งหมดภายในเวลาประมาณ 5 ปี และแทบไม่มีสิ่งใดที่ AI ไม่สามารถทำได้ดีกว่ามนุษย์ ยกเว้นการเป็นมนุษย์

ด้านสถานการณ์ด้านสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหประชาชาติ (UN) 2 ราย เรียกร้องให้ประชาคมโลกเร่งขยายความช่วยเหลือ เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก หลังสถานการณ์การระบาดขยายตัวรวดเร็วกว่าศักยภาพในการรับมือปัจจุบัน

จูเลียน ฮาร์เนส์ ผู้ประสานงานอาวุโสด้านอีโบลาของสหประชาชาติ และ คาร์ล สเกา รักษาการผู้อำนวยการบริหารโครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ (WFP) ได้เรียกร้องดังกล่าวระหว่างการแถลงข่าวออนไลน์จากเมืองบูเนีย จังหวัดอิตูรี ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโรคอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก

สำหรับธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 หลังยังคงประเมินผลกระทบจากสงครามอิหร่านที่ยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดเป็นเวลาหลายเดือน และเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ

แอนดรูว์ เบลีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ ระบุว่า ธนาคารกลางได้ส่งสัญญาณตั้งแต่การประชุมเดือนมีนาคมว่า อาจไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดเคยคาดการณ์ไว้ เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์สงคราม และแนวทางดังกล่าวจะช่วยควบคุมแรงกดดันด้านเงินเฟ้อไม่ให้เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่ต้องติดตามในวันนี้ ได้แก่ เกาหลีใต้เปิดเผยความเชื่อมั่นภาคธุรกิจเดือนกรกฎาคม ขณะที่หลายประเทศในยุโรปเตรียมเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2569 ได้แก่ ฝรั่งเศส สเปน เยอรมนี อิตาลี และสหภาพยุโรป

นอกจากนี้ สหภาพยุโรปจะเปิดเผยตัวเลขอัตราว่างงานเดือนมิถุนายน และความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกรกฎาคม ขณะที่ธนาคารกลางอังกฤษจะประชุมนโยบายการเงินและประกาศอัตราดอกเบี้ย

ส่วนสหรัฐฯ มีกำหนดเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ตัวเลข GDP ไตรมาส 2/2569 และดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกจับตาเพื่อประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและทิศทางนโยบายการเงินในระยะต่อไป

#ประเด็นข่าวรอบโลก #ตลาดหุ้นเอเชีย #หุ้นวันนี้ #เฟด #ธนาคารกลางสหรัฐ #ทรัมป์ #เศรษฐกิจโลก #ตลาดหุ้นต่างประเทศ #หุ้นญี่ปุ่น #หุ้นเกาหลีใต้ #ข่าวเศรษฐกิจ