คู่แข่งเดินเรียงแถวเข้าประลองยุทธ์กับ “อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์”

ต่างประเทศ25 พ.ย. 2565 • 23:00 น.
คู่แข่งเดินเรียงแถวเข้าประลองยุทธ์กับ “อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์”

คุยเฟื่องเรื่องต่างประเทศ / ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

การเดินหน้าประกาศหาเสียงเพื่อลงแข่งขันในปี 2024 เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2022 ของ“อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” เป็นไปดั่งความคาดหมายตามที่เขาได้สัญญาเอาไว้

อย่างไรก็ตามปรากฏว่าประธานาธิบดีทรัมป์ คาดการณ์ผิดเพราะเขาประเมินไว้ว่า จะได้รับเครดิตเป็นอย่างสูงจากการเลือกตั้งกลางเทอม แต่พรรคเดโมแครตยังหนังเหนียวสามารถครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาเอาไว้ได้

อีกทั้งการที่ประธานาธิบดีทรัมป์คิดการณ์เอาไว้ใหญ่โตว่า จะได้รับคะแนนในสภาผู้แทนราษฎรเกินกว่า 40   ที่นั่ง ก็ผิดถนัดด้วยเช่นกัน เพราะขณะนี้พรรครีพับลิกันมีเสียงข้างมากในสภาผู้เพิ่มขึ้นแค่เพียง 7 ที่นั่งเท่านั้นเอง!!!

เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ย่อมจะทำให้สมาชิกของพรรครีพับลิกันที่เคยสนับสนุนและศรัทธาในตัวประธานาธิบดีทรัมป์เกิดท้อถอยอ่อนแรงลง แถมบางคนยังตีตัวห่างเหินเห็นได้จากบรรดาที่ปรึกษาของเขาหลายๆคนแนะนำให้เขาชะลอการประกาศลงแข่งขันเลือกตั้งเอาไว้จนกว่าการเลือกตั้งระหว่างวุฒิสมาชิกวุฒิสมาชิกราเฟล วอร์น็อค”สังกัดพรรคเดโมแครต และคู่แข่ง “อดีตดาราอเมริกันฟุตบอลเฮอร์เชล วอล์กเกอร์” พรรครีพับลิกันที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 6 ธันวาคม 2022 ที่จะถึงนี้ให้เสร็จสิ้นลงเสียก่อน แต่ประธานาธิบดีทรัมป์กลับไม่เห็นด้วย

แถมสังเกตได้อย่างเด่นชัดจากการจับน้ำเสียงคำปราศรัยของประธานาธิบดีทรัมป์ว่า ขณะนี้เขามีน้ำเสียงที่ค่อนข้างสงบลดความอหังการลงไปมาก เมื่อเปรียบเทียบกับการหาเสียงแบบดั้งเดิมที่ผ่านมา

โดยภาพรวมแล้วดูเหมือนว่าประธานาธิบดีทรัมป์เพิกเฉยไม่สนใจไยดีต่อการตัดสินของการเลือกตั้งกลางเทอม ซึ่งได้สร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นภายในพรรครีพับลิกันอย่างใหญ่หลวงเลยทีเดียว

และเมื่อวันศุกร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2022 นี้สำนักข่าวเอพีได้รายงานจากลาสเวกัสว่า มีนักการเมืองค่ายพรรครีพับลิกันที่มีความใฝ่ฝันจะลงแข่งขันเลือกตั้งในตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯเริ่มขยับตัวเคลื่อนไหวจะลงท้าชิงกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แล้ว

สำหรับการแข่งขันในตำแหน่งประธานาธิบดีปี 2024 หรือในอีกสองปีข้างหน้านี้ ดูเหมือนว่าเม็ดเงินนับเป็นปัจจัยสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง โดยสำนักข่าวเอพีได้รายงานว่า บรรดาพ่อยก แม่ยกผู้บริจาคเงินกระเป๋าหนักให้แก่พรรครีพับลิกันต่างไม่สบายใจที่เห็นประธานาธิบดีทรัมป์พ่ายแพ้การเลือกตั้งกลางเทอมวันที่ 8 พฤศจิกายน 2022 ที่ผ่านมา และขณะนี้พวกเขาได้เริ่มเคลื่อนไหวอย่างเปิดเผยที่จะหันไปสนับสนุนนักการเมืองคนอื่นๆในพรรครีพับลิกันแทน แถมพ่อยก แม่ยกบางคนยังเสนอให้เหล่านักการเมืองพรรครีพับลิกันตีตัวถอยห่างออกจากประธานาธิบดีทรัมป์อีกด้วย!!!

ทั้งนี้เมื่อวันศุกร์ที่จากการจัดประชุมของชาวยิว สังกัดพรรครีพับลิกัน ที่ลาสเวกัส หากอดีตประธานาธิบดีทรัมป์คิดว่า การประกาศลงแข่งขันเลือกตั้งของเขามีผลทำให้ผู้ที่คิดจะลงแข่งขันสู้กับเขายอมจำนน ซึ่งถือว่าเป็นความคิดที่ผิดถนัด เพราะในที่ประชุมมีน้อยคนนักที่จะเอ่ยชื่อของประธานาธิบดีทรัมป์ออกมา โดย ผู้บริจาคกระเป๋าหนักต่างเริ่มคลางแคลงสงสัยในความเป็นผู้นำของประธานาธิบดีทรัมป์

โดยหนึ่งในจำนวนพ่อยกแม่ยกกระเป๋าหนักอันได้แก่ “แอริค เวอวีน” ผู้บริจาครายยักษ์ใหญ่ จากกรุงนิวยอร์ก ที่เคยระดมเงินบริจาคหลายล้านดอลลาร์ให้แก่พรรครีพับลิกันได้เริ่มออกมาต่อต้านประธานาธิบดีทรัมป์ โดยกล่าวว่า “ถ้าประธานาธิบดีทรัมป์กลายเป็นแบรนด์ของพรรครีพับลิกัน พรรคนี้ก็คงจะถูกทำลาย”

เมื่อวิเคราะห์กันแล้วจากการเดินหมากวางกลยุทธ์พิชิตชัยผิดพลาดไม่ถึงเป้าของประธานาธิบดีทรัมป์ มีผลทำให้พรรคเดโมแครตภายใต้การนำของ “ประธานาธิบดีโจ ไบเดน”สามารถครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา โดยขณะนี้มีจำนวนที่นั่งของวุฒิสมาชิกอยู่ที่ 50:49 ทำให้พรรคเดโมแครตได้รับเสียงข้างมากในวุฒิสภาไปโดยอัตโนมัติ เนื่องจาก “รองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส” ซึ่งรับหน้าที่ประธานวุฒิสภาและเป็นผู้ตัดสินชี้ขาดอีกหนึ่งเสียง และแน่นอนว่าเธอจะต้องเทคะแนนให้ข้างเดียวกันกับเธอ ซึ่งนั่นก็คือพรรคเดโมแครต

ส่วนการแข่งขันเลือกวุฒิสมาชิกในรัฐจอร์เจียก็จะมีการเลือกตั้งใหม่อีกครั้งหนึ่ง ในวันที่ 6 ธันวาคม 2022 ที่กำลังจะถึงนี้ เพราะว่า“วุฒิสมาชิกวุฒิสมาชิกราเฟล วอร์น็อค”สังกัดพรรคเดโมแครต และคู่แข่ง “อดีตดาราอเมริกันฟุตบอลเฮอร์เชล วอล์กเกอร์”สังกัดค่ายพรรครีพับลิกันบุคคลที่ประธานาธิบดีทรัมป์เลือกเฟ้นมา ต่างมีคะแนนไม่ถึง 50% ดังนั้นจำเป็นที่จะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ และหากว่านักอเมริกันฟุตบอลเฮอร์เชล วอล์กเกอร์ จะเป็นฝ่ายชนะในเดือนหน้า ก็คงเพิ่มวุฒิสมาชิกของสองพรรคนี้เท่ากับ 50:50 ซึ่งรองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส ก็จะเป็นผู้ตัดสินชี้ขาดอยู่ดี

อนึ่งโอกาสที่ นักอเมริกันฟุตบอลเฮอร์เชล วอล์กเกอร์  จะเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะก็คงยากลำบากเต็มที เนื่องจากเขามีบาดแผลทางการเมืองค่อนข้างเหวอะหวะ อีกทั้งเขายังเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ขาดประสบการณ์ทางด้านการเมือง แถมยังขาดเม็ดเงินสนับสนุนเท่าที่ควร ความหวังที่จะไปพึ่งเม็ดเงินจากอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ก็คงยาก เพราะประธานาธิบดีทรัมป์ได้ตั้งเงื่อนไขเอาไว้ว่า “เงินบริจาคที่ข้าพเจ้าหามาได้ในนามของนักอเมริกันฟุตบอลเฮอร์เชล วอล์กเกอร์ ทั้งหมดจะต้องหารสองแบ่งกันคนละครึ่ง 50:50 ”

และจากการหยั่งเสียงของ Quinnipiac University poll ซึ่งเป็นโพลที่ได้รับความเชื่อถือสูงได้เปิดเผยเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ว่า วุฒิสมาชิกวอร์น็อกกำลังมีคะแนนนำวอล์กเกอร์อยู่ที่ 52% ต่อ 45%

จากข่าววงในปรากฏว่าขณะนี้มีนักการเมืองค่ายพรรครีพับลิกันอย่างน้อย 7 คนเดินเรียงแถวตัดสินใจที่จะลงแข่งขันชนกับประธานาธิบดีทรัมป์ อาทิเช่น “ผู้ว่าฯรอน ดิแซนทัส” แห่งรัฐฟลอริดา ที่กำลังเป็นดาวเด่นทางการเมืองของพรรครีพับลิกันที่เพิ่งเอาชนะรับตำแหน่งผู้ว่าฯรัฐฟลอริด้า สมัยที่สอง ซึ่งถือเป็นตัวเต็งคนสำคัญที่ประธานาธิบดีทรัมป์เกรงกลัวมากที่สุด และยังมี “อดีตรองประธานาธิบดีไมค์ เพนส์” “ไมค์ ปอมปิโอ” อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศของประธานาธิบดีทรัมป์ “ผู้ว่าฯแลร์รี โฮแกน” จากรัฐแมรี่แลนด์ และคนอื่นๆที่ล้วนแต่เป็นดาวดังทางแวดวงการเมืองแทบทั้งสิ้น!!!

กล่าวโดยสรุปทั้งนี้และทั้งนั้นเนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นนักการเมืองที่มีลักษณะพิเศษไม่เหมือนใคร แถมยังมีฐานการเมืองในพรรครีพับลิกันหนาแน่น ฉะนั้นโอกาสที่เขาจะได้รับเลือกเป็นตัวแทนของพรรครีพับลิกันก็ยังมีค่อนข้างสูง แต่เนื่องจากขณะนี้ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังถูกสอบสวนในข้อหาที่เป็นคดีอาญาหลายคดี ทำให้พรรครีพับลิกันมีความกังวลไม่น้อย เพราะหากว่าประธานาธิบดีทรัมป์ถูกฟ้องร้องขึ้นมาเกมการเมืองของพรรคคงจะวุ่นชุลมุนจนเกิดเป็นวิกฤตอย่างแน่นอนละครับ