เส้นทางสู่ทำเนียบขาวของ “อดีตประธานาธิบดีทรัมป์” จะเจอวิบากกรรมหรือไม่?
คุยเฟื่องเรื่องต่างประเทศ / ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย
ปรอทการเมืองของสหรัฐอเมริกาในขณะนี้มีประเด็นร้อนๆเดือดจนเกือบทะลุแทบทุกๆวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องราวที่ว่า “อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์”จะสามารถก้าวข้ามผ่านเส้นทางวิบากกรรมที่เขากำลังเผชิญอยู่ได้หรือไม่?
และจากผลการสำรวจด้านความคิดเห็นของมหาวิทยาลัย “Monmouth” ซึ่งเป็นสำนักโพลวางตัวเป็นกลางไม่เอนเอียงกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ออกมาเปิดเผยเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2023ว่า คนอเมริกันส่วนใหญ่ทั้งผู้ที่นิยมชมชอบสังกัดอยู่กับค่ายพรรครีพับลิกันหรือกับค่ายพรรคเดโมแครต โดยทุกๆคนต่างก็วิตกกังวลเกี่ยวกับระบบการปกครองของสหรัฐอเมริกา ที่ขณะนี้พวกเขารู้สึกว่ามีความโปร่งใสแค่เพียง 40% เท่านั้นเอง!!!
อีกทั้งการเลือกตั้งเมื่อปีค.ศ. 2020 ที่ถึงแม้ว่าจะผ่านไปแล้วสองปีกว่าๆแล้วก็ตาม แต่ทว่าบรรดาสมาชิกของพรรครีพับลิกัน 2 ใน 3 ก็ยังคงเชื่อว่า การเลือกตั้งในครั้งนั้นยังมีการโกงคะแนนกันอยู่ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าบรรดาสมาชิกของพรรครีพับลิกันกลุ่มนั้นยังคงยึดมั่นให้การสนับสนุนอดีตประธานาธิบดีทรัมป์อย่างมิเสื่อมคลายนั่นเอง
และยังมีผลการวิจัยเกี่ยวกับการศึกษาของบรรดาฐานเสียงผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันว่ามีปัจจัยสำคัญมากน้อยเพียงใดหรือไม่?
โดยมีผลการรายงานออกมาว่า “ประธานาธิบดีโจ ไบเดน” ได้รับคะแนนเสียงประมาณ 60% จากผู้ที่มีการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย
แต่ในทางกลับกันส่วนใหญ่ของผู้ที่สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีทรัมป์มาจากผู้ที่มีการศึกษาไม่ค่อยสูงเท่าใดนัก (ข้อมูลจาก“How Educational Differences are Widening America’s Political Rift” New York Times,เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2021)
และจากสถิติล่าสุดของสำนักหยั่งเสียง “Pew Research” ที่วางตัวเป็นกลางก็ได้ออกมาเปรียบเทียบความแตกต่างเรื่องการศึกษาระหว่างฐานเสียงของพรรครีพับลิกันและฐานเสียงของพรรคเดโมแครตว่า ผู้ที่นิยมชมชอบยึดติดสนิทกับพรรครีพับลิกันที่มิได้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญามี 54% ส่วนฝ่ายพรรคเดโมแครตที่ไม่สำเร็จปริญญาตรีมีอยู่ที่ 29%
และการสำรวจนี้ได้เปิดเผยต่อไปอีกว่า มีฐานเสียงของพรรครีพับลิกันถึง 30% ที่ยังคงปักใจเชื่อว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน โกงการเลือกตั้งได้รับเลือกมาอย่างไม่ถูกต้อง!!!
ในประวัติศาสตร์การเมืองของสหรัฐฯที่ผ่านมายังไม่เคยมีอดีตประธานาธิบดีคนใดเลยที่จะเหมือนดั่งเช่นอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องเผชิญกับการถูกตั้งข้อหาในรอบสี่เดือนมากถึงสี่ครั้งรวมแล้วมากถึง 91 กระทง และดูเหมือนว่า การตั้งข้อกล่าวหาที่เขาได้รับนั้นได้กลายเป็นกิจวัตรประจำวันของเขาไปสียแล้ว
โดยคดีแรกอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกฟ้องโดย “อัยการอัลวิน แบรกก์” เขตแมนฮัตตัน คดีที่สองอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ถูกฟ้องในข้อหาเกี่ยวกับการที่เขานำเอกสารลับไปเก็บไว้ในครอบครอง
และคดีที่สามอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ถูกฟ้องโดย “อัยการพิเศษแจ๊ค สมิธ”แห่งกระทรวงยุติธรรมในข้อหาเกี่ยวกับการก่อการจลาจลเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021 เพื่อหวังโค่นล้มคว่ำรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
ส่วนคดีอาญาที่สี่นั้น เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2023 ไม่นานมานี้โดย “อัยการฟานี วิลลิส” นักการเมืองผิวสีของมณฑลฟุลตันที่มีประชากรมากที่สุดของนครแอตแลนตาของรัฐจอร์เจีย ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการปราบปรามคอร์รัปชันมานานกว่าสิบปีเป็นผู้ฟ้องร้องดำเนินคดี
โดยคดีที่ 4 นี้มีความแตกต่างไปจากสามคดีแรกหลายประเด็นด้วยกัน เช่น ประเด็นแรกสืบเนื่องมาจากคดีนี้เป็นคดีบังคับในวงกว้างกว่ากฎหมายของรัฐบาลกลาง โดยอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ถูกฟ้องร้องในความผิด 13 กระทง จากความพยายามที่จะเข้าไปล้มล้างการเลือกตั้งเมื่อปี 2020
ประเด็นที่สองเป็นคดีที่อดีตประธานาธิบดีทรัมป์กับพวกอีก 18 คน ถูกตั้งข้อหาที่จำเลยทั้งหมดใช้วิธีการต่างๆในความพยายามล้มล้างผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2020
ประการที่สามการพิจารณากับคำฟ้องในรัฐจอร์เจียจะมีการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ทั่วประเทศ
และประการที่สี่ อัยการฟานี วิลลิส จะนำเอากฎหมายด้านการฉ้อฉลเพื่อสร้างองค์กรอาชญากรรม “RICO” (Racketeer Influenced and Corrupt Organizations) มาใช้ต่ออดีตประธานาธิบดีทรัมป์และบรรดาลิ่วล้ออีก 18 คนของเขา
โดยกฎหมายนี้เป็นโมเดลที่เคยนำมาใช้ในการกำจัดและปราบปรามกวาดล้างกลุ่มมาเฟียในนครนิวยอร์กเมื่อห้าสิบปีก่อน โดยอดีตที่ผ่านกลุ่มมาเฟียมักจะเป็นชาวอเมริกันที่มีเชื้อสายอิตาลี
และในอดีตที่ผ่านมาผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังด้านการปราบปรามกลุ่มมาเฟียในนครนิวยอร์กก็คือ “รูดี จิวเลียนี” (Rudy Giuliani) มีเชื้อสายอิตาลี และเคยดำรงตำแหน่งอัยการกลางสหรัฐฯและยังเคยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีแห่งนครนิวยอร์กยาวนานถึงเจ็ดปี ระหว่างปีค.ศ. 1994-2001
แต่กลับปรากฎว่ารูดี จิวเลียนี ต้องตกเป็นจำเลยในรัฐจอร์เจีย เพราะเขาเข้าไปรับหน้าที่เป็นทนายความส่วนตัวให้กับอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ และยังมีจำเลยอีกหลายๆคนที่ต่างก็เป็นทนายความที่มีชื่อเสียงอาทิเช่น “อดีตศาสตราจารย์ด้านกฎหมาย “จอห์น อีสต์แมน”คณบดีกฎหมายแห่งมหาวิทลัยในรัฐแคลิฟอร์เนีย “อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯเจฟฟ์ คลาร์ก” และ “มาร์ค เมดาวส์” อดีตเสนาธิการทำเนียบขาวในยุคสมัยของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ โดยอัยการฟานี วิลลิส ได้นำกฎหมายด้านการฉ้อฉลเพื่อสร้างองค์กรอาชญากรรมโดยมีอดีตประธานาธิบดีทรัมป์เป็นหัวหน้าแก๊งมาเฟีย!!!
และล่าสุดนี้ “อดีตอัยการสูงสุดสหรัฐฯวิลเลียม บาร์” ผู้ที่จงรักภักดีรักใคร่สนิทสนมอย่างดูดดื่มกับอดีตประธานาธิบดีทรัมป์อย่างเหนียวแน่นก็ออกมาประกาศตัดสัมพันธ์แยกทางกับอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ภายหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดี 2020 โดยเขาให้สัมภาษณ์ต่อ “นีล คาวูโต” พิธีกรชื่อดังแห่งช่องฟอกซ์นิวส์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 สิงหาคม 2023 ที่เพิ่งผ่านมาว่า ที่ตนลาออกจากตำแหน่งสืบเนื่องมาจากอดรนทนไม่ได้ในการที่อดีตประธานาธิบดีทรัมป์พูดโกหกหลอกลวงประชาชนว่าตนเองชนะการเลือกตั้ง โดยที่ไม่มีหลักฐานใดๆมาแสดงและทำไปแบบล้ำเส้นไร้ความผิดชอบ!!!
อย่างไรก็ตามจากความคิดเห็นของคนอเมริกันเกี่ยวกับคดีอาญาครั้งที่ 4 นี้ มีความคิดเห็นที่แตกต่างไปจากคำฟ้องร้องในคดีอาญาครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 ของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์
และจากโพลของสถานีโทรทัศน์ของสำนักข่าวช่องเอบีซีนิวส์ร่วมกับสำนักโพล Ipsos ออกมารายงานครั้งล่าสุดนี้ว่า คนอเมริกันส่วนใหญ่ถึง 63% คิดว่าความพยายามล้มล้างรัฐบาลที่อดีตประธานาธิบดีทรัมป์และผู้ร่วมอีก 18 คนนั้น ถือเป็นคดีที่ร้ายแรง
ส่วนอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ก็ได้ออกมาแก้ต่างกล่าวยืนยันว่า “ข้าพเจ้ามิได้กระทำความผิดแต่อย่างใด”และยังได้กล่าวอ้างต่อไปว่า “ทั้ง 4 คดีที่ข้าพเจ้าถูกฟ้องร้องนั้น เป็นเกมทางการเมือง”
สำหรับการหยั่งเสียงของสำนักข่าวเอพีที่ได้ทำการสำรวจในด้านการตั้งข้อหาที่รัฐจอร์เจียนั้น คนอเมริกันถึง 53% เห็นด้วยกับข้อฟ้องร้อง โดยมีฐานเสียงของพรรคเดโมแครตเห็นพ้องถึง 85% ส่วนฐานเสียงของพรรครีพับลิกันเห็นด้วยแค่เพียง 26% ส่วนผู้ที่ไม่สังกัดพรรคหรือถือเป็นกลุ่มอิสระ 41% เห็นด้วยกับข้อฟ้องร้อง แต่ก็ยังมีผู้ที่ไม่เห็นด้วยต่อข้อฟ้องร้องที่มีต่ออดีตประธานาธิบดีทรัมป์ 34% อีกด้วย
สำหรับสำนักหยั่งเสียงมาริสเนชั่นโพล เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2023 ได้เปิดเผยออกมาว่าคนอเมริกัน 52% ต้องการให้อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ถอนตัวจากการเข้าไปแข่งขันเลือกตั้งเข้าสู่ทำเนียบขาวอีกครั้งหนึ่ง!!!
และมีรายงานล่าสุดรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 21 สิงหาคม 2023 ว่า อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ตกลงใจที่จะวางพันธบัตร (bail) มูลค่า 200,000 ดอลลาร์เป็นหลักทรัพย์ประกันตัวภายใต้เงื่อนไขที่ว่า ห้ามให้เขาข่มขู่พยานหรือเข้าไปมีส่วนขัดขวางกระบวนการยุติธรรมก่อนเข้าไปปรากฏตัว ณ เรือนจำมณฑลฟุลตัน ภายในวันศุกร์นี้
กล่าวโดยสรุปทั้งนี้และทั้งนั้นคดีที่จอร์เจียนับได้ว่าเป็นคดีที่เสี่ยงต่อชะตากรรมทางการเมืองของ “อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” เป็นอย่างยิ่งและขณะนี้เขาถูกตั้งข้อหาทั้งสี่คดีมากถึง 91 กระทง ฉะนั้นวิบากกรรมในครั้งนี้ของเขาแสนจะยากส์ลำบากเสมือนกำลังยืนหมิ่นๆอยู่บนผาสูงชันที่มีลมกระหน่ำพัดแรงจะตกมิตกแหล่จากหน้าผา แต่อย่างไรก็ตามทั้งหมดทั้งมวลล้วนแล้วแต่ต้องใช้เวลาและประชาชนคนอเมริกันที่จะเป็นผู้พิพากษาตัดสินชะตาชีวิตของเขาว่าจะได้ไปต่อที่ทำเนียบขาวหรือจะต้องเดินคอตกเข้าไปจบที่นอนในซังเตละครับ