โลกนวัตกรรมสุขภาพปี 65 “ยุคทองวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ”

ต่างประเทศ5 ม.ค. 2565 • 06:00 น.
โลกนวัตกรรมสุขภาพปี 65 “ยุคทองวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ”
แม้ผ่านมา 2 ปีเต็ม แต่โลกเราก็ยังต้องผจญกับโรคร้ายอย่าง “โควิด-19” ที่ไม่รู้ว่าจะจบสิ้นกันเมื่อไหร่ โดยเมื่อกล่าวถึงไวรัสมรณะชนิดนี้ ก็ต้องบอกว่า ร้ายเหลือ เพราะนับแต่ปรากฏโฉม ช่วงปลายปี 2019 (พ.ศ. 2562) ถึง ณ ปัจจุบัน ก็ทำผู้คนติดเชื้อกันไปแล้วกว่า 290 ล้านร้าย ในจำนวนนี้เกือบ 5.5 ล้านราย ถูกไวรัสโควิด-19 คร่าชีวิต ซึ่งนับถึงชั่วโมงนี้ โควิด-19 ก็ยังอาละวาดอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมๆ กับการกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ใหม่ให้โลกต้องระทึกขวัญกันอย่างต่อเนื่อง จนนับเป็นวิกฤติด้านสุขภาพของมนุษยชาติเราครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งเลยทีเดียว ทว่า ผู้รู้ท่านว่า ท่ามกลางวิกฤติ ย่อมมีโอกาสอยู่ภายในนั้นเสมอ ยิ่งวิกฤติที่เกิดมนุษย์เรา ซึ่งได้ชื่อว่า เป็นผู้ที่ต่อสู้ดิ้นรน ไม่ยอมนิ่งตาย ก็ยิ่งทำให้เกิดการสรรค์สร้างเครื่องมือ หรืออุปกรณ์ เพื่อเอาชนะวิกฤติที่บังเกิดได้เสมอๆ ก็ส่งผลให้เกิด “นวัตกรรม” จากภูมิปัญญาของมนุษย์เราอันฉลาดล้ำ โดยบรรดานวัตกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “นวัตกรรมด้านสุขภาพ” ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมา ในการเผชิญหน้ากับวิกฤติโรคร้ายที่ว่าก็มีหลายหลากด้วยกัน เริ่มจาก “วัคซีนชนิดเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA)” หลายคนเรียกว่า วัคซีนแบบ “เชื้อเป็น” ถูกยกให้เป็นชนิดวัคซีนที่ได้รับการกล่าวขวัญกันมากที่สุดในท่ามกลางการอาละวาดของโรคโควิด-19 ในฐานะ “โล่” ป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยกย่องกันว่า มีประสิทธิภาพดีที่สุดยิ่งกว่าวัคซีนที่ถูกผลิตด้วยกรรมวิธีอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นแบบ “เชื้อตาย” และแบบ “ไวรัลเวกเตอร์” โดยวัคซีนประเภท “เชื้อเป็น” หรือ “เอ็มอาร์เอ็นเอ” นี้ ได้มีการศึกษา วิจัย และพัฒนา มาเป็นเวลามากกว่าทศวรรษแล้ว แต่ที่ผ่านมาบรรยากาศการศึกษา วิจัย และพัฒนา ก็ยังเป็นไปแบบธรรมดา ไม่เร่งรัด รวดเร็ว กันสักเท่าไหร่ กระทั่ง การมาของไวรัสโควิด-19 ที่อาละวาดแพร่ระบาดไปทั่วโลก เมื่อช่วงปี 2020 (พ.ศ. 2563) ก็ส่งผลให้วัคซีนแบบเอ็มอาร์เอ็นเอ ได้รับการเร่งศึกษา วิจัย พัฒนา กันอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าเก่าอย่างชนิดหลายเท่า ซึ่งวัคซีนหลายขนานด้วยกันที่ออกมาอวดโฉมเมื่อช่วงปลายปี 2020 ได้แก่ “วัคซีนขนานไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค” อันเป็นวัคซีนที่ศึกษา วิจัย พัฒนา ร่วมกันระหว่าง “บริษัท ไฟเซอร์ อิงค์ ในสหรัฐอเมริกา” กับ “บริษัท ไบโอเอ็นเทค ในเยอรมนี” และวัคซีนขนานของโมเดอร์นา ซึ่งดำเนินการศึกษา วิจัย พัฒนาโดยบริษัท โมเดอร์นา อิงค์ ในสหรัฐฯ เช่นกัน ก่อนที่ทางไฟเซอร์ฯ นำมาฉีดให้แก่ประชาชนเป็นเข็มแรก เมื่อช่วงก่อนสิ้นปี 2020 จากนั้นก็ถูกนำไปฉีดให้แก่ประชาชนทั่วโลก มาถึง ณ ปัจจุบัน และในช่วงปลายปี 2021 ต่อเนื่องถังปี 2022 นี้ทางไฟเซอร์ พร้อมด้วยไบโอเอ็นเทค ก็ได้มีแผนที่จะวิจัยพัฒนาประสิทธิภาพของวัคซีนเพิ่มเติม เพื่อให้มีศักยภาพในการป้องกันไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ๆ อย่าง “โอไมครอน” เป็นอาทิ ทั้งนี้ เมื่อกล่าวถึงไฟเซอร์ฯ แล้ว ก็ยังมีการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 แบบชนิดเม็ด หรือแบบรับประทานกันอีกด้วย ชื่อว่า “แพ็กซ์โลวิด” ซึ่งเผยโฉมไปเมื่อปลายปีที่แล้ว โดยทางไฟเซอร์มีแผนที่จะวิจัยพัฒนาประสิทธิภาพดีกว่าเวอร์ชั่นก่อนไปอย่างต่อเนื่องในปี 2022 นี้ เช่นเดียวกับ ทาง “โมเดอร์นา อิงค์” หนึ่งในบริษัทคู่แข่งสำคัญของไฟเซอร์ฯ ก็มีแผนที่จะพัฒนาคุณภาพของวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอของพวกเขาให้มีประสิทธิภาพป้องกันไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ๆ รวมถึงโอไมครอน ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ วัคซีนแบบเอ็มอาร์เอ็นเอแล้ว ในทางซีกฟากของวัคซีนแบบไวรัลเว็กเตอร์ อย่าง “แอสตราเซเนกา” ของทางฝั่งอังกฤษ ก็กำลังพัฒนาประสิทธิภาพวัคซีนให้สามารถป้องกัน ต่อต้าน เชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนด้วยเช่นกัน โดยได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัออกซ์ฟอร์ดเช่นเดิม และก็ใช้รูปแบบเหมือนเดิม “อะดีโนไวรัส” ซึ่งเป็นแบบไวรัลเวกเตอร์ เฉกเช่นวัคซีนรุ่นแรก แต่พัฒนาให้มีประสิทธิภาพดียิ่งกว่า ทั้งนี้ กระบวนการทดลองเริ่มขึ้นต้นปี 2022 นี้ ย้อนกลับไปที่การผลิตวัคซีนแบบ “เอ็มอาร์เอ็นเอ” นอกจากถูกนำไปศึกษา วิจัย พัฒนา เป็นวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 แล้ว ปรากฏว่า คณะนักวิทยาศาสตร์อีกจำนวนหนึ่ง ก็ได้นำรูปแบบนี้ ไปพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคมาลาเรีย และ “โรคภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง” หรือ “เอชไอวี” หรือที่เรียกคุ้นหูว่า “เอดส์” นั่นเอง โดยมีรายงานว่า “โมเดอร์นา อิงค์” บริษัทยาและเวชภัณฑ์ชื่อดังในสหรัฐฯ ซึ่งฝากผลงานด้านวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 แบบเอ็มอาร์เอ็นเออันเลื่องชื่อ ได้เริ่มศึกษา วิจัย พัฒนา “วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสเอชไอวี แบบเอ็มอาร์เอ็นเอ” ไปเมื่อปีที่แล้ว และจะทราบผลความสำเร็จในปี 2022 นี้ ซึ่ง ณ เวลานี้ ได้เริ่มทดลองกลุ่มตัวอย่างที่เป็นมนุษย์อาสาสมัครกันไปบ้างแล้ว สำหรับ ความคืบหน้าการศึกษา วิจัย พัฒนา วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสเอชไอวี แบบเอ็มอาร์เอ็นเอ โดยบริษัท โมเดอร์นาฯ เช่นเดียวกับ “ไบโอเอ็นเทค” บริษัทยาและเวชภัณฑ์ชื่อก้องในเยอรมนี ก็เตรียมที่จะวิจัยพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคมาลาเรีย โดยมีแผนเริ่มทดลองในกลุ่มตัวอย่างที่เป็นมนุษย์ในปี 2022 นี้เช่นกัน จนอาจกล่าวได้ว่า ในยุคนี้ ถือเป็น “ยุคทองของวัคซีนแบบเอ็มอาร์เอ็นเอ” เลยทีเดียวก็ว่าได้ อย่างไรก็ดี วัคซีนแบบเอ็มอาร์เอ็นเอ ก็มีคู่แข่งสำคัญเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนแบบเชื้อตาย และวัคซีนแบบไวรัลเวกเตอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วัคซีนแบบไวรัลเวกเตอร์อย่างหลังนี้ ก็มาแรงแซงโค้งไม่บันเบา โดยมีสถาบันการศึกษา ได้วิจัยพัฒนาวัคซีนสำหรับใช้ป้องกันไวรัสเอชไอวี และไข้มาลาเรีย โดยมีรายงานว่า มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ในอังกฤษ ได้ศึกษา วิจัย พัฒนา วัคซีนป้องกันทั้งสองโรคนี้ โดยไม่ใช้เทคโนโลยีแบบเอ็มอาร์เอ็นเอ ซึ่งผลการศึกษา วิจัย พัฒนา ปรากฏว่า เป็นไปในทิศทางที่ดีไม่น้อยเหมือนกัน การแข่งขันกันอย่างดุเดือดในการศึกษา วิจัย พัฒนา วัคซีนรูปแบบต่างๆ เช่นนี้ ผลดีก็เป็นมนุษยชาติเราที่เป็นฝ่ายได้รับมิใช่ใครที่ไหนอื่น ในการเผชิญหน้ากับโรคร้ายที่กำลังรุมเร้า ณ ชั่วโมงนี้