หนทางหลีกเลี่ยงสงครามเย็นของสหรัฐฯ VS จีน

ต่างประเทศ17 ก.พ. 2566 • 23:00 น.
หนทางหลีกเลี่ยงสงครามเย็นของสหรัฐฯ VS จีน

คุยเฟื่องเรื่องต่างประเทศ / ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าเรื่องราวบอลลูนลูกมหึมาของจีน นับวันจะทำให้เกิดวิกฤติสร้างความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนมากยิ่งขึ้นทุกทีๆ

สำหรับบอลลูนลูกแรกความสูงกว่าสองร้อยฟุต ล่องลอยอยู่ในระดับความสูง 60,000 ฟุต หรือประมาณ 18,300 เมตร ที่ “ประธานาธิบดีโจ ไบเดน” ออกคำสั่งอนุมัติให้เครื่องบินขับไล่ F-22 ยิงเข้าใส่จนตกลงสู่พื้นน้ำไปแล้วทางฝั่งตะวันออก ณ รัฐนอร์ท-แคโรไลนา ห่างจากบริเวณชุมชนเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2023

อนึ่งบอลลูนลูกแรกที่ได้ลอยผ่านน่านฟ้าข้ามทวีปจาก รัฐอะแลสกา ข้ามแคนาดา ผ่านรัฐไอดาโฮ รัฐมอนแทนา รัฐแคนซัส รัฐนอร์ท-แคโรไลนา นานติดต่อกันเป็นเวลา 8 วัน ระหว่างวันที่ 28 มกราคม 2023 ถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2023 โดยสหรัฐฯออกมาชี้ว่าบอลลูนลูกนี้ลอยผ่านจุดยุทธศาสตร์ทางทหารแทบทั้งสิ้น!!!

รัฐบาลจีนก็มิได้นิ่งเฉยออกมาแสดงความเสียใจและยังได้กล่าวอ้างว่า “บอลลูนลูกนี้เป็นของพลเรือนที่เอาไว้ใช้ติดตามสภาพอากาศเพื่อการวิจัย และบอลลูนลูกนี้ก็ถูกกระแสลมพัดออกนอกทิศทางแบบคาดการณ์ไม่ถึง เป็นเหตุสุดวิสัยมิได้มีเจตนาจะให้บอลลูนลูกนี้ลอยข้ามน่านฟ้าของสหรัฐฯ”

จนมีผลกระทบทำให้ “รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯแอนโทนี บลิงเคน” ที่ก่อนหน้านี้มีเป้าหมายว่า จะเดินทางไปพบปะกับ “ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง” และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนต้องยกเลิกการเดินทางอย่างกะทันหัน การยกเลิกเดินทางไปเยือนประเทศจีนของรัฐมนตรีต่างประเทศแอนโทนี บลิงเคน ในครั้งนี้นับว่าสหรัฐฯพลาดโอกาสดีๆ เพราะหากเดินทางไปแล้ว และเข้าไปพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงก็อาจจะทำให้บรรยากาศที่เกิดวิกฤตการเมืองโลกลดความตึงเครียดลงไปก็ได้ ฉะนั้นการประท้วงของรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯเช่นนั้นนับว่าเป็นการล้าสมัยมากทีเดียว

อีกทั้งในช่วงที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดนกล่าวปราศรัยต่อสภาคองเกรส เมื่อค่ำวันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ 2023 ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวโยงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่กลับปรากฏว่า มีนักการเมืองของค่ายพรรครีพับลิกันหลายคนได้ออกมาแสดงความรู้สึกไม่พอใจที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดนแสนเชื่องช้าปล่อยให้บอลลูนลอยข้ามใจกลางของสหรัฐฯ แทนที่จะออกคำสั่งให้ยิงบอลลูนเสียตั้งแต่เนิ่นๆ

นอกจากนั้นแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์  2023 ก็ยังปรากฏว่า พบวัตถุที่ไม่ปรากฏชัดเจนว่าเป็นอะไรบินอยู่เหนือแคนาดา สร้างความวิตกกังวลให้กับ “นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด” แห่งแคนาดา จนต้องปรึกษาหารือกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน โดยต่อมาผู้นำทั้งสองต่างเห็นพ้องต้องกันว่า “จะต้องยิงทำลายล้างวัตถุดังกล่าว”

แต่ทว่าความวัวยังไม่ทันหาย ก็เกิดความควายเข้ามาแทรก เพราะมีเหตุการณ์ที่มิได้คาดฝันเกิดจนเพิ่มความตึงเครียดขึ้นมา โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2023 นี้ กองทัพสหรัฐฯก็ได้ยิงวัตถุที่ไม่สามารถระบุตัวตนที่บินวนอยู่เหนือรัฐมิชิแกนตกลง ซึ่งเป็นวัตถุต้องสงสัยชิ้นที่สี่นั่นเอง!!!

และจากการหยั่งเสียงของ “The Trafalgar Group” ได้ออกมาเปิดเผยว่า คนอเมริกันถึง 63.4% ไม่พอใจกับการแก้ไขปัญหาในเรื่องบอลลูนของจีนที่ลอยเหนือพื้นที่สำคัญๆทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯซึ่งในประเด็นนี้ประธานาธิบดีโจ ไบเดนก็ไม่ควรกังวลกระแสนี้มากนัก อาทิ ก่อนที่อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู.บุชอนุมัติสั่งทหารบุกประเทศอิรักคนอเมริกันสนับสนุนการทำสงครามสูงถึง 72% (ซีเอ็นเอ็น/USA โพลของวันที่ 24 มีนาคม 2003) ที่เห็นได้ชัดว่าบางครั้งความคิดเห็นของคนอเมริกันก็ผิดพลาดอย่างมหันต์

และยังเป็นที่น่าสังเกตว่าในขณะที่สถานการณ์เกี่ยวกับบอลลูนจีนถูกยิงตกลง และกำลังเป็นเรื่องที่สุดตึงเครียดอยู่นั้น ก็ยังปรากฏอีกด้วยว่า“รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯลอยด์ ออสติน” ให้เจ้าหน้าที่จัดเตรียมการโทรศัพท์ไปยังรัฐมนตรีกลาโหม “เว่ย เฟิงเหอ” ของจีน แต่ฝ่ายจีนกลับปฏิเสธ (จาก Bloomberg ของวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2023)

อนึ่งขณะที่เกิดเหตุการณ์อันร้อนระอุอยู่นั้น ก็ยังปรากฏข่าวเล็ดลอดออกมาว่า สหรัฐฯเริ่มทำการซ้อมรบร่วมระหว่างกองทัพเรือและนาวิกโยธินสหรัฐฯในแถบทะเลจีนใต้ และถึงแม้ว่าการซ้อมรบของสหรัฐฯได้มีการเตรียมการณ์ล่วงหน้ามาก่อนแล้วก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นเวลาที่ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าใดนัก เพราะอาจจะทำให้ความสัมพันธ์อันดีระหว่างสหรัฐฯกับรัฐบาลปักกิ่งเกิดความหวาดระแวงสร้างความตึงเครียดเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

ทั้งนี้จีนได้ออกมาประท้วงและคัดค้านการซ้อมรบของสหรัฐฯในทะเลจีนใต้ โดยจีนอ้างสิทธิ์เหนือทะเลจีนใต้ ส่วนรัฐบาลสหรัฐฯได้อ้างถึงเสรีภาพในการเดินทางทางทะเลจีนใต้ และจากการรายงานของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นและหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์เมื่อวันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2023 นี้ ว่า กระทรวงต่างประเทศจีนได้ออกมากล่าวหาว่า สหรัฐฯกระทำผิดทางกฎหมายด้วยเช่นกัน เพราะสหรัฐฯก็ใช้บอลลูนบินเหนือน่านฟ้าของจีนมากว่า 10 ครั้ง เมื่อปีค.ศ.2022

อีกทั้ง “นายหวัง เหวินปิน” โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีนยังกล่าวต่อไปอีกว่า หรือจะถือเป็นเรื่องปกติที่บอลลูนของสหรัฐฯสามารถเข้าไปบินตามน่านฟ้าของประเทศใดๆก็ได้แบบไม่ผิดกฎหมาย!!!

นอกเหนือจากนั้นแล้ว นายหวัง เหวินปิน ยังได้กล่าวต่อไปว่า สหรัฐฯได้ส่งเรือรบและเครื่องบินลาดตระเวนระยะใกล้ๆกับประเทศจีนมากกว่า 657 ครั้งเมื่อปีกลาย และอีก 64 ครั้งในแถบทะเลจีนใต้ เมื่อเดือนมกราคมปี 2023 นี้
ทั้งนี้จอห์น เคอร์บีโฆษกของสำนักความมั่นคงแห่งชาติ ณ ทำเนียบขาวต้องออกมากล่าวปฏิเสธต่อข้อกล่าวหาของจีนว่า “ไม่เป็นความจริงแม้แต่น้อย”

ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าการพัฒนาบอลลูนของจีนมิใช่เป็นเรื่องใหม่แต่อย่างใด โดยหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ได้รายงานเอาไว้ว่าเมื่อปีค.ศ. 2019 ว่า “ศาสตราจารย์ Wu Zhe” นักวิทยาศาสตร์ชาวจีนชื่อเสียงโด่งดัง ได้สร้างความตื่นเต้นให้เกิดขึ้น ที่เขาสามารถสร้างบอลลูนได้สูงถึง 60,000 ฟุตแล้วปล่อยให้ล่องลอยไปตามน่านฟ้าทั่วโลก ที่รวมไปถึงสหรัฐฯด้วย

กล่าวโดยสรุปทั้งนี้และทั้งนั้นเมื่อวิเคราะห์ด้วยความเป็นธรรมไม่ฝักใฝ่ข้างใดข้างหนึ่งเกี่ยวกับวิกฤตที่ตึงเครียดในขณะนี้ แน่นอนว่าเป็นผลเสียต่อทุกๆฝ่าย และการที่สหรัฐฯได้กลายเป็นประเทศมหาอำนาจแบบผูกขาดของโลกนับตั้งแต่สงครามเย็นระหว่างสหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียตรัสเซีย ยุติลงเมื่อปี 1991 ฉะนั้นตอนนี้แม้ว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดนจะเป็นผู้นำที่สุขุมรอบคอบมากอยู่แล้ว ที่สมควรอย่างยิ่งที่ควรแสดงความเป็นผู้นำโลกที่จะต้องตัดสินใจอย่างกล้าหาญและเด็ดเดี่ยวเพื่อพบปะพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เหมือนดั่งในยุคสมัยของ “ประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน” ที่เคยใช้ศิลปะความเป็นนักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่ของสหรัฐฯเจรจาเผชิญหน้าแบบตัวต่อตัวกับ “มิคาอิล กอร์บาชอฟ” ผู้นำคนสุดท้ายของสหภาพโซเวียตรัสเซีย จนประสบผลสำเร็จสามารถยุติสงครามเย็นให้สงบลงได้ และหากประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะดำเนินการเยี่ยงนั้น ก็ย่อมอาจจะหลีกเลี่ยงสงครามเย็นที่กำลังร้อนแรงระหว่างสหรัฐฯกับจีนให้สงบลงได้และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสงครามเย็นระหว่างสหรัฐฯกับจีนไม่มีความจำเป็นเลยแม้แต่น้อยขณะที่สหรัฐฯจำต้องพึ่งพาจีนไม่มากก็น้อยในสงครามยูเครนอยู่ในขณะนี้ อีกทั้งความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างประธานาธิบดีโจ ไบเดนกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงได้มีความผูกพันอย่างแน่นแฟ้นอีกด้วยละครับ