ศึก2ผู้ยิ่งใหญ่ในเดโมแครต
แน่ยิ่งกว่าแช่แป้ง สำหรับการแข่งขันชิงชัยให้ได้เป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครต เพื่อไปสู้ศึกเลือกตั้งสนามใหญ่ ชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเดือน พ.ย.ปลายปีนี้กับพรรครีพับลิกัน เจ้าของตำแหน่ง จะเหลือผู้สัประยุทธ์ เพียง 2 คน เท่านั้น
มิใช่ใครที่ไหนอื่น แต่เป็นสองผู้สมัครรับเลือกตั้ง ที่ได้รับการขนานให้เป็นสองผู้ยิ่งใหญ่ในพรรคเดโมแครต ณ ชั่วโมงนี้ ได้แก่ นายโจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยบารัก โอบามา กับนายเบอร์นี แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกหรือสมาชิกสภาซีเนต แห่งรัฐเวอร์มอนต์ นั่นเอง
ทั้งนี้ ที่เหลือเพียงสองผู้สมัครฯ ข้างต้น ก็เป็นผลมาจากบรรดาผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งหลาย ต่างพากันแยกย้าย โบกมือลาออกจากสังเวียนการชิงชัยแบบไปกันทีละคนสองคน จนเหลือเพียงนายไบเดน และนายแซนเดอร์ส ดังที่ว่า
ไม่ว่าจะเป็นผู้สมัครฯ ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็น “ม้ามืด” เมื่อช่วงก่อนหน้าอย่าง “นายพีท บูติเจิจ” อดีตนายกเทศมนตรีเมืองเซาท์เบนด์ รัฐอินดีแอนา อดีตทหารผ่านศึก และเคยประกาศตัวว่าเป็นพวกหลากหลายทางเพศ ซึ่งมาแรงแซงโค้งในช่วงการออกตัวจากจุดสตาร์ทแต่แผ่วในเวลาต่อมาแบบกู่ไม่กลับ
รวมถึงผู้สมัครคนดังอย่าง “นายไมเคิล บลูมเบิร์ก” อดีตนายกเทศมนตรีแห่งมหานครนิวยอร์ก เจ้าบุญทุ่ม ที่ทุ่มเงินเป็นตั้ง แต่ไม่ได้ดังหวัง กล่าวกันว่า นายบลูมเบิร์ก หมดเงินไปไม่น้อยกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นเงินไทยก็ไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งไม่ผิดอะไรกับฉีกแบงก์เล่น หรือโยนเงินทิ้งหายวับไปกับตา
นอกจากนี้ ก็เป็นรายของ “นางเอลิซาเบธ วอร์เรน” วุฒิสมาชิก หรือสมาชิกสภาซีเนต แห่งรัฐแมสซาชูเซตส์ ซึ่งกำลังพิจารณาว่า จะกระโจนลงจากเวทีสู้ศึกชิงตัวแทนพรรคเดโมแครตในเร็วๆ นี้ หรือไม่ โดยแนวโน้มว่า ค่อนข้างแน่ที่นางวอร์เรน ตบเท้าออกจากการแข่งขันไปอีกคน เพราะเธอพ่ายแพ้แม้กระทั่งในพื้นที่ที่เธอเป็นเจ้าถิ่น คือ รัฐแมสซาชูเซตส์ ที่เธอเป็น ส.ว.อยู่ ในไพรมารีโหวต ศึกซูเปอร์ทิวส์เดย์ เมื่อวันอังคารสัปดาห์ที่ผ่านมา
บรรดานักวิเคราะห์แสดงทรรศนะว่า ปรากฏการณ์บรรดาผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคเดโมแครต ทะยอยตบเท้าออกจากสมรภูมิการชิงชัยกันทีละคนเป็นว่าเล่นนั้นแท้จริง เริ่มส่อเค้ามาตั้งแต่ก่อนจะระเบิดศึกซูเปอร์ทิวส์เดย์ เมื่อวันอังคารสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว โดยมีกำลังภายในแรงผลักดันจากทีมงานบริหารพรรคเดโมแครตเอง
จุดประสงค์ก็เพื่อรวบรวมฐานเสียงของบรรดาผู้สมัครับเลือกตั้งเหล่านั้น ให้หันมาสนับสนุนต่ออดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน แต่เพียงผู้เดียว ในการทำศึกเลือกตั้งขั้นต้นกับ ส.ว.เบอร์นี แซนเดอร์ส โดยมีหมุดหมายก็คือ พยายามที่จะทำให้นายไบเดน มีชัยชนะเหนือนายแซนเดอร์สให้จงได้
ที่มาที่ไป ก็มาจากการประเมินในระยะยาว ถึงขั้นไปทำศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสนามใหญ่ปลายปีนี้กับประธานาธิบดีทรัมป์ ของทางฝั่งรีพับลิกัน แล้วพบว่า นายไบเดน น่าจะเหมาะสมนายแซนเดอร์ส หลายประการด้วยกัน
ไล่ไปตั้งแต่แนวนโยบายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
โดยทางฟากของนายแซนเดอร์ส ดำเนินไปตามแนวคิดแบบซ้าย คือ สังคมนิยม ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบแต่เฉพาะพวกหนุ่มสาว หัวก้าวหน้า ขณะที่ นายไบเดน ออกแนวสายกลาง ที่พร้อมเป็นมือประสานสิบทิศ กับทุกกลุ่มแนวคิด มากกว่า รวมถึงภาพลักษณ์ที่ยังคงติดตาตรึงใจ ตั้งแต่สมัยที่เขาดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสมัยบารัก โอบามา ทั้งนี้ ยังมีรายงานด้วยว่า นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนนำบริหารพรรคเดโมแครต ก็อยู่ในฝ่ายสนับสนุนต่อนายไบเดนอีกด้วย
นอกจากนี้ เมื่อทางทีมงานบริหารของเดโมแครตประเมินเกี่ยวกับคะแนนนิยม ด้วยการเปรียบเทียบระหว่างสองผู้สมัครฯ กับประธานาธิบดีทรัมป์แล้ว ก็ปรากฏว่า นายไบเดน ดูจะได้เปรียบประธานาธิบดีทรัมป์ เหนือกว่านายแซนเดอร์ส ซึ่งกรณีนี้แม้แต่ประธานาธิบดีทรัมป์เอง ก็ดูจะออกอาการว่า อยากจะแข่งขันกับนายแซนเดอร์สมากกว่านายไบเดน ที่พิจารณาแล้ว ดูจะเป็นคู่ต่อสู้ที่ตึงมือสำหรับเขา
ทั้งนี้ ยังมีรายงานด้วยว่า นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนนำบริหารพรรคเดโมแครต ก็อยู่ในฝ่ายสนับสนุนต่อนายไบเดนอีกด้วย
เดโมแครตจึงเหลือสองผู้สมัครฯ จอมเก๋า ชิงเป็นตัวแทนพรรค ด้วยประการฉะนี้