“กาชาดสากล” จี้ชาติร่ำรวยช่วย “เอเชียตะวันออกเฉียงใต้” เข้าถึงวัคซีนโควิดให้มากขึ้น

ต่างประเทศ18 ส.ค. 2564 • 11:52 น.
“กาชาดสากล” จี้ชาติร่ำรวยช่วย “เอเชียตะวันออกเฉียงใต้” เข้าถึงวัคซีนโควิดให้มากขึ้น
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ หรือไอเอฟอาร์ซี เปิดเผยถึงสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึงประเทศไทยว่า จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือให้มากกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อให้ได้รับวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ให้มากขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สายพันธุ์เดลตา ที่บรรดาประเทศในภูมิภาคแห่งนี้กำลังต่อสู้ เพื่อควบคุมการติดเชื้อ และการเสียชีวิต จากเชื้อไวรัสดังกล่าว โดยนายอเล็กซานเดอร์ มาเธอู ผอ.ไอเอฟอาร์ซี ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก กล่าวว่า จำนวนผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในภูมิภาคดังกล่าว เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย และไทย มีปัจจัยสำคัญมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา ที่แพร่กระจายเชื้อได้ง่าย รวดเร็ว และยังไม่ทีท่าว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด ในขณะเดียวกัน ประเทศแคนาดา สเปน และอังกฤษ ได้ฉีดวัคซีนให้แก่ประชากรครบ 2 เข็ม ไปจำนวนมากกว่าร้อยละ 60 และสหรัฐฯ มากกว่าร้อยละ 50 แต่บรรดาประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังมีอัตรการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนตามหลังชาติเหล่านั้นอยู่ ยกตัวอย่าง อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นสองประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในภูมิภาค แต่กลับฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนเพียงราวร้อยละ 10 – 11 ส่วนเวียดนามฉีดเพียงร้อยละ 2 เท่านั้น พร้อมกันนี้ ผอ.ไอเอฟอาร์ซีประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก มีข้อเสนอแนะว่า ในระยะสั้น มีความจำเป็นว่าต้องให้บรรดาประเทศร่ำรวย ใช้ความพยายามให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ในการแบ่งปันวัคซีนที่มีเกินความต้องการจำนวนหลายล้านโดสให้แก่บรรดาประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงบริษัทผู้ผลิตวัคซีน และรัฐบาล จำเป็นต้องแบ่งปันเทคโนโลยีด้านวัคซีน และเพิ่มกำลังการผลิตวัคซีนให้มากขึ้น เพื่อให้สามารถฉีดวัคซีนแก่ประชากรแต่ละประเทศให้ได้ร้อยละ 70