ภาคประชาสังคมในแถบอาเซียนปฏิเสธข้อตกลงยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิก ปฏิเสธฐานทัพ ต่างประเทศในภูมิภาค 

ต่างประเทศ20 มิ.ย. 2565 • 10:11 น.
ภาคประชาสังคมในแถบอาเซียนปฏิเสธข้อตกลงยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิก ปฏิเสธฐานทัพ ต่างประเทศในภูมิภาค 

วันที่ 13 มิ.ย. 2565 ที่ศาลาว่าการกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ให้การต้อนรับ นาย Lloyd J. Austin III ( ลอยด์ เจ. ออสติน ที่สาม ) รมว.กลาโหมสหรัฐ ในโอกาสเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของ กลาโหม ระหว่าง 12 - 14 มิ.ย. 65 หลังจากที่เข้าร่วมการประชุมแชงกรี-ลาไดอะล็อกที่สิงคโปร์ ในวันที่ 12 - 13 มิ.ย.นี้

ในวันเดียวกัน บริเวณสี่แยกสะพานช้างโรงสี หลังกระทรวงกลาโหม นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. พร้อมด้วยนายนิติธร ล้ำเหลือ แกนนำกลุ่มประชาชนคนไทย เดินทางมาอ่านแถลงการณ์ ต่อต้าน การลงนามในบันทึกข้อตกลงยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิก ร่วมกับสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 พ.ย.2562  ซึ่งเป็นการพาไทยเข้าสงคราม

นายจตุพร กล่าวว่า สหรัฐ กำลังลากไทยเข้าสู่สงคราม ตามหลักการศัตรูของอเมริกาก็คือศัตรูของไทย  ทั้งที่ไทยไม่เคยเป็นศัตรูกับใคร  อยากให้พลเอกประยุทธ์ กลับไปศึกษาประวัติศาสตร์สงครามเวียดนาม และหลังประเทศไทยยินยอมให้สหรัฐอเมริกามาสร้างสถานกงสุลที่จังหวัดเชียงใหม่ ใช้หัวแม่เท้าคิด ก็ทราบว่าเกี่ยวข้องกับสงคราม

ด้านนายนิติธร  กล่าวว่า จากนี้กลุ่มจะเคลื่อนไหวในประเด็นดังกล่าวอย่างเข้มข้น และใช้วิธีการที่หลากหลายโดยเป้าหมายคือที่ สถานทูตสหรัฐอเมริกา และอีกกิจกรรมหนึ่งที่สำคัญ คือ  กลุ่มจะเคลื่อนไหวในประเด็นพลังงาน เพื่อทวงคืนพลังงาน ให้กลับมาเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง

หลังการหารือ พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กลาโหม เปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่าย ได้กล่าวชื่นชมความสัมพันธ์ระหว่างไทย - สหรัฐ ที่มีพัฒนาการแน่นแฟ้นอย่างต่อเนื่องยาวนาน และขอบคุณการสนับสนุนความร่วมมือทางทหาร พร้อมทั้งได้แลกเปลี่ยนมุมมองร่วมกันต่อสถานการณ์ความมั่นคงของภูมิภาค อาทิ ปัญหาทะเลจีนใต้ และเมียนมา

ขณะที่สหรัฐ ยืนยัน และพร้อมผลักดันการสนับสนุนพัฒนากองทัพไทยให้ทันสมัย และมีประสิทธิภาพ ทั้งการฝึก ศึกษา ยุทโธปกรณ์ และการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยเฉพาะ การพัฒนาศักยภาพร่วมกันด้านไซเบอร์และอวกาศ  ซึ่งในปี 2566 หลังผ่านความท้าทายของโควิด 19 จะได้มีความร่วมมือกัน จัดการฝึกร่วมผสมคอบบร้าโกล์ด เต็มรูปแบบ โดยจะมีการฝึกด้านไซเบอร์และอวกาศ

ที่จริงแล้ว  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาเพิ่งได้พบปะกับลอยด์ เจ. ออสติน เมื่อวันที่ 13 พ.ค.ในโอกาสการเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐอเมริกา สมัยพิเศษ ณ กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา การพบปะกันระหว่างรมว.กลาโหม 2 ประเทศที่มีความถี่สูงถือว่าไม่ธรรมดา ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสหรัฐและพรรคพวก กำลังเร่งเครื่องผลักดันยุทธศาสตร์อินโด แปซิฟิกให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในภูมิภาคอาเซียน

แต่ดูเหมือนว่าการเดินเกมของสหรัฐอเมริกาและพวกเร่งรีบไป โดยไม่ได้คำนึงถึงความรู้สึกของกลุ่มประชาชนในสังคม และอาจมองว่าคนในแถบนี้ไม่ทันเกมก็ได้ แต่ความจริงคงมิใช่ดั่งที่ฝั่งตะวันตกคิด เพราะคนในภูมิภาคนี้ก็ตื่นตัวพอสมควรแล้ว ไม่ใช่เฉพาะเมืองไทย กลุ่มประชาชนในประเทศฟิลิปปินส์ก็ตื่นตัวไม่แพ้กัน

ก่อนหน้านี้ สภาเยาวชนราเนา(The Ranao Youth Council)ได้ออกแถลงการณ์ว่า ไม่ต้องการให้เขตปกครองตนเองบังซาโมโรในมุสลิมมินดาเนา (BARM)กลายเป็นพื้นที่บรรจบกันของฐานทัพทหารต่างประเทศ กลุ่มเยาวชนมุสลิมได้มีการประท้วงต่างๆ ต่อกองทหารต่างชาติที่เข้ามาในมินดาโน พวกเขาแสดงความกังวลว่าการดำเนินการซ้อมรบของทหารข้ามชาติใดๆ ภายในอาณาเขตของบังซาโมโรอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อความมั่นคงและสันติภาพในท้องถิ่นที่เปราะบางได้ แต่ที่น่าเสียดายคือทั้งภาครัฐและภาคประชาสังคมไม่ได้ให้ความสำคัญกับประเด็นสำคัญนี้มากนัก

ตามรายงานข่าว หน่วยข่าวกรองของกองทัพออสเตรเลียได้จัดตั้งฐานทัพแนวหน้าในค่ายทหารซัมโบอังกา(Zamboanga)ของฟิลิปปินส์แล้ว โดยได้รับความช่วยเหลือจากฝ่ายฟิลิปปินส์ ผู้สนับสนุนสันติภาพของโมโรเรียกร้องให้รัฐบาลบังซาโมโรเพิ่มความระมัดระวังต่อกองกำลังต่างชาติในมินดาโน เนื่องจากกองทหารต่างชาติเหล่านี้ทำให้เกิดความวิตกกังวลในหมู่ชุมชนมุสลิมในท้องถิ่น พวกเขากำลังกังวลต่อจุดประสงค์ของกองทหารออสเตรเลียที่มีเครดิตด้านสิทธิมนุษยชนที่ต่ำ เพราะเมื่อหลายปีก่อน กระทรวงกลาโหมของออสเตรเลียเคยเปิดเผยว่ากองทหารของพวกเขาที่ประจำในอัฟกานิสถานมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมที่โหดร้ายต่อพลเรือนในท้องถิ่นอย่างน้อย 39 คดี กระทรวงกลาโหมของออสเตรเลียให้คำมั่นว่าจะสอบสวนอย่างครอบคลุม แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีสอบสวนอะไรเกิดขึ้น

กลุ่มเยาวชนมุสลิมยืนยันว่า การมีอยู่ของฐานทัพทหารต่างประเทศขัดต่อรัฐธรรมนูญของฟิลิปปินส์ และขัดต่อผลประโยชน์ของชาวฟิลิปปินส์ ชาวฟิลิปปินส์ทุกคนจำคดีที่มีชื่อเสียงของทหารอเมริกันชื่อ Pemberton ได้ 6 ปีหลังจากที่เขาฆ่า Jennifer Laude ใน Clark เขาถูกปล่อยตัวและส่งกลับไปที่สหรัฐอเมริกา ครอบครัวของเหยื่อก็เงียบไป ความยุติธรรมไม่ได้ทำ กองทหารออสเตรเลียมีประวัติด้านสิทธิมนุษยชนที่ไม่ดี หากโศกนาฏกรรมที่คล้ายกันเกิดขึ้นกับพลเรือนชาวมุสลิมในมินดาเนา เรามีเหตุผลที่จะเชื่อว่ากองทหารต่างชาติจะหนีไปโดยไม่ได้รับการลงโทษ รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้เข้าร่วมข้อตกลง Visisting Forces Agreement (VFA) กับพันธมิตรที่แตกต่างกัน และกองทัพฟิลิปปินส์ก็จับมือกัน ซ้อมรบกับกองกำลังต่างชาติที่แตกต่างกันทุกปี แต่ตามรัฐธรรมนูญไม่อนุญาตให้ตั้งฐานทัพต่างประเทศภายในอาณาเขตของฟิลิปปินส์

ภาคประชาสังคมในฟิลิปปินส์ยังเรียกร้องว่า กองกำลังต่างชาติเหล่านี้ต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของประเทศตน ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของฟิลิปปินส์  ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องทบทวนความสัมพันธ์ทางการทหารกับต่างประเทศ เพื่อสันติภาพที่ยั่งยืนในมินดาเนา ไม่ควรอนุญาตให้ฐานทัพต่างชาติใดๆ มาตั้งอยู่ที่นั่น