วุฒิสมาชิกผิวสีคนเดียวของพรรครีพับลิกัน ที่กล้าหาญเปิดฉากลงสนามชิงตำแหน่ง ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

ต่างประเทศ26 พ.ค. 2566 • 23:00 น.
วุฒิสมาชิกผิวสีคนเดียวของพรรครีพับลิกัน ที่กล้าหาญเปิดฉากลงสนามชิงตำแหน่ง ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

คุยเฟื่องเรื่องต่างประเทศ/ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

การแข่งขันขั้นต้นเพื่อคัดเลือกตัวแทนของพรรครีพับลิกัน ขณะนี้กำลังเข้มข้นมากขึ้นทุกที และถึงแม้ว่า “อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” จะทำคะแนนนำหน้าเป็นตัวเก็งในการที่จะเข้าไปเป็นตัวแทนของพรรครีพับลิกันในปีค.ศ. 2024 ก็ตาม แต่ก็มิได้มีหลักประกันใดๆว่า เขาจะได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของพรรครีพับลิกันอย่างจริงแท้แน่นอนแล้ว!!!

อนึ่งขณะนี้วุฒิสมาชิกของพรรครีพับลิกันหลายๆคนได้ออกมาเปิดตัวแสดงท่าทีว่า “ไม่ต้องการให้อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้าไปเป็นตัวแทนของพรรครีพับลิกันในปี 2024” โดยนักการเมืองเหล่านั้นถือว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นเร่งด่วนในการที่พรรคจะต้องค้นหาเลือกเฟ้นตัวแทนที่เหมาะสมที่สุด เพื่อเข้าไปแข่งขันช่วงชิงตำแหน่งกับ “ประธานาธิบดีโจ ไบเดน” ที่ไปยืนรอยคอรอคอยอยู่แล้ว

ทั้งนี้ “วุฒิสมาชิกทิม สกอตต์” จาก รัฐเซาท์แคโรไลนา ซึ่งเป็นนักการเมืองผิวสีเพียงคนเดียวในวุฒิสภา ที่สังกัดอยู่ในพรรครีพับลิกัน ขณะนี้ได้ออกมาประกาศลงแข่งขันอย่างเป็นทางการที่ “Charleston Southern University” ณ รัฐเซาท์แคโนไลนา ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่เขาจบการศึกษา

และหากจะลองศึกษาชีวประวัติของวุฒิสมาชิกทิม สกอตต์ วัย 57 ปี ดูแล้ว ก็นับว่านักการเมืองท่านนี้มิใช่เป็นนักการเมืองธรรมดาๆเลยทีเดียว!!!

ในอดีตช่วงเขายังเป็นวัยรุ่นเรียนอยู่ในระดับมัธยมศึกษา วุฒิสมาชิกทิม สกอตต์ มีประวัติการเรียนที่ไม่ค่อยดีเท่าใดนัก แต่ด้วยความพากเพียรฝึกฝนบ่มเพาะจากคุณแม่ของเขาที่มีอาชีพเป็นผู้ช่วยพยาบาล และเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว พวกเขาจึงต้องผ่านชีวิตที่ยากจนข้นแค้น จนมีผลทำให้การเรียนในระดับมัธยมของเขาไม่ค่อยดี แต่เขาก็ผ่านพ้นวิกฤติสามารถปรับปรุงเกรดจนสามารถเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้จนจบ

ที่ผ่านมาตอนที่ทิม สกอตต์ เขามีอาชีพเป็นโบรคเกอร์ธุรกิจประกันที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจ และแล้วในปีค.ศ. 2012 นับว่าเป็นช่วงก้าวกระโดดทางการเมืองที่ครั้งนั้น “อดีตผู้ว่าฯนิกกี เฮลีย์” ได้แต่งตั้งให้ทิม สกอตต์เข้ารับตำแหน่งวุฒิสมาชิกที่ว่างลง ซึ่งเขาได้กลายเป็นวุฒิสมาชิกผิวสีคนแรกในรัฐเซาท์แคโรไลนา นับตั้งแต่สมัยสงครามกลางเมืองสหรัฐฯเป็นต้นมา!!!

ทั้งนี้วุฒิสมาชิกทิม สกอตต์ในระยะสิบปีที่ผ่านมา เขาได้รับตำแหน่งในคณะกรรมาธิการสำคัญๆในวุฒิสภา อาทิเช่น คณะกรรมาธิการการคลัง คณะกรรมาธิการศึกษา คณะกรรมาธิการธุรกิจขนาดย่อม และตำแหน่งคณะกรรมาธิการผู้สูงอายุ เป็นต้น

และเมื่อปีค.ศ. 2022 วุฒิสมาชิกทิม สกอตต์ ก็ได้รับชัยชนะในการแข่งขันเลือกตั้งตำแหน่งวุฒิสมาชิกในวาระที่สามเหนือคู่แข่งขันที่สังกัดอยู่ในค่ายพรรคเดโมแครต ด้วยคะแนนนำเหนือกว่าถึง 20% อีกทั้งเขายังมีเงินสดในกองทุนมากถึง 22 ล้านดอลลาร์ที่พร้อมจะโอนไปใช้ในการแข่งขันขั้นต้นตำแหน่งประธานาธิบดีอีกด้วย ซึ่งถือเป็นเม็ดเงินใช้จ่ายในการถากถางทางไปสู่ดวงดาวก้อนโตมากกว่านักการเมืองทุกๆคน ที่ขณะนี้ออกมาประกาศลงแข่งขันเลือกตั้งในตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯเลยทีเดียว

และก็ดูเหมือนว่าขณะนี้อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ที่กำลังมีคะแนนนำลิ่วเหนือนักการเมืองคนอื่นๆ แต่กลับปรากฏว่าเขามีเงินสดในกองทุนที่เอาไว้เพื่อใช้จ่ายในการหาเสียงเพียงแค่ 7 ล้านดอลลาร์เท่านั้น ทั้งๆที่ตั้งแต่ปีค.ศ. 2020 เป็นต้นมาเขาสามารถหาเงินบริจาคได้มากถึง 250 ล้านดอลลาร์ก็ตาม แต่ปรากฏว่าเขากลับเอาเงินที่ได้มาใช้เป็นค่าทนายความต่อสู้ในหลายๆคดี อีกทั้งยังต้องใช้เป็นค่าพนักงานที่เข้ามาช่วยรณรงค์หาเสียงอีก 25 คนด้วย!!!

สำหรับจุดยืนเรือธงทางการเมืองของวุฒิสมาชิกทิม สกอตต์ ที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนก็คือ เขาไม่ใช้วิธีเอ่ยปากสาดโคลนโจมตีนักการเมืองคนอื่นๆ แต่เขาเน้นย้ำในการเสนอนโยบายและแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตอันแสนลำบากในอดีตที่ผ่านมา และดูเหมือนว่าขณะนี้เขายังสามารถรักษาความสัมพันธ์อันดีกับอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

และหากว่า วุฒิสมาชิกทิม สกอตต์  ส้มหล่นสามารถได้รับเลือกให้เข้าไปเป็นตัวแทนของพรรครีพับลิกันแล้วละก็ เขาจะเป็นบุรุษผิวสีคนที่สอง รองถัดลงมาจาก “ประธานาธิบดีบารัก โอบามา”ในตำแหน่งประธานาธิบดีเลยทีเดียว

สิ่งที่เหนือความคาดหมายในขณะนี้ได้ปรากฏออกมาว่า เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2023 นี้“วุฒิสมาชิกจอห์น ทูน” นักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลในวุฒิสภาอันดับสองรองจาก “วุฒิสมาชิกอาวุโสมิชท์ แมคคอนเนลล์” ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ ก็ได้ออกมาประกาศสนับสนุนและยังได้เข้าไปร่วมในพิธีประกาศอย่างเป็นทางการของวุฒิสมาชิก ทิม สกอตต์ อีกด้วย

นอกเหนือจากนั้นแล้วก็ยังมี “วุฒิสมาชิกบิล แคสซิดี” นักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลอีกท่านหนึ่ง จากรัฐลุยเซียนา ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับ “แจค แท็ปเปอร์” นักจัดรายการชื่อดังของสถานีโทรทัศน์ช่องซีเอ็นเอ็น เมื่อวันอาทิตย์ที่เพิ่งผ่านมาว่า “วุฒิสมาชิกทิม สกอตต์ เป็นนักการเมืองน้ำดีที่น่าเกรงขามและควรค่าแก่การสนับสนุน”

และเมื่อวันพุธที่แล้ว “วุฒิสมาชิกไมค์ ราวด์” สังกัดค่ายพรรครีพับลิกัน จากรัฐเซาท์ดาโคตา ก็ได้ออกมาให้ถ้อยแถลงว่า “ข้าพเจ้าไม่สามารถทำใจให้การรับรองอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ในการเป็นตัวแทนของพรรครีพับลิกันได้เลยแม้แต่น้อย แต่ในทางกลับกันข้าพเจ้าเต็มใจที่จะสนับสนุนวุฒิสมาชิกทิม สกอตต์ ในการลงแข่งขันเลือกตั้งตำแหน่งประธานาธิบดี” โดยวุฒิสมาชิกไมค์ ราวด์ ยังได้กล่าวชี้ต่อไปอีกว่า

“วุฒิสมาชิกทิม สกอตต์ มีคุณสมบัติในการเป็นผู้นำ ที่มีส่วนคล้ายๆกับ “อดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน”

เท่ากับว่าการที่บรรดาวุฒิสมาชิกผู้ทรงอิทธิพลหลายๆคนของค่ายพรรครีพับลิกันได้ออกมาเทใจให้เครดิตประกาศสนับสนุนวุฒิสมาชิกทิม สกอตต์ นับว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีเป็นอย่างมาก

โดยขณะนี้วุฒิสมาชิกทิม สกอตต์ ประกาศที่จะเดินสายลงพื้นที่หาเสียงสองรัฐแรกในสัปดาห์นี้อันได้แก่ รัฐไอโอวา และ รัฐนิวแฮมป์เชียร์ ซึ่งถือเป็นรัฐสำคัญที่สุดในการแข่งขันรัฐแรกๆ โดยเขามีจุดประสงค์จะทุ่มเม็ดเงินในการโฆษณางวดแรกจำนวน 6 ล้านดอลลาร์!!!

ทั้งนี้ผลงานชิ้นแดงชิ้นล่าสุดของวุฒิสมาชิกทิม สกอตต์ มีได้แก่ การผ่านร่างกฎหมายประชาทัณฑ์อาชญากรรมจากการเหยียดผิว ที่เพิ่งลงนามไปสดๆร้อนๆโดย ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ณ ทำเนียบขาว เมื่อเดือนมีนาคม 2023 นี้ที่เขาได้รับความชื่นชมจากประธานาธิบดีโจ ไบเดน และ “รองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส” เป็นอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าในขณะนี้ วุฒิสมาชิกทิม สกอตต์ กำลังขะมักเขม้นวางแผนเดินกลยุทธ์เพื่อหวังจะเป็นม้ามืดในการเข้าช่วงชิงการเป็นตัวแทนของพรรคอยู่ก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าคงมิใช่เรื่องง่ายๆเหมือนปอกกล้วยเอาเข้าไปเคี้ยวในปาก เพราะขณะนี้ก็ยังมีนักการเมืองที่มีชื่อเสียงและมีนักการเมืองดาวรุ่งที่กำลังพุ่งมาแรงคนอื่นๆที่ถือเป็นคู่แข่งคนสำคัญ อาทิเช่น อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และผู้ว่าฯรอน เดอแซนติส นักการเมืองยอดนิยมที่กำลังวางแผนจะประกาศลงสนามแข่งขันในสัปดาห์นี้

นอกจากนั้นก็ยังมี อดีตผู้ว่าฯสองสมัย อาสา ฮัทชินสัน จากรัฐอาร์คันซอ ผู้ที่มากด้วยประสบการณ์ และ“อดีตผู้ว่าฯนิกกี เฮลีย์” ที่เคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำสหประชาชาติ ตามติดมาด้วย “วิเวก รามาสวามี” มหาเศรษฐีหนุ่มคนรุ่นใหม่ไฟแรง ที่มีอายุเพียง 38 ปี  และยังมี“รองอดีตประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์” ที่มีแผนว่าจะก้าวลงสนามในเร็วๆวันนี้ ทำนองเดียวกันกับ

“อดีตผู้ว่าฯคริส คริสตี” นักการเมืองผู้ที่มีความฉลาดหลักแหลม พูดตรงไปตรงมา และยังเคยเป็นที่ปรึกษาของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งเขาก็กำลังวางแผนตัดสินใจที่จะประกาศลงสนามแข่งขันด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตามวันทดสอบสมรรถนะของวุฒิสมาชิกทิม สกอตต์ ก็คงจะเป็นการแข่งขันขั้นต้นในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ เรื่อยไปจนถึง เดือนมิถุนายน 2024 ปีหน้า และในเดือนสิงหาคม 2024 ก็จะมีการจัดโต้วาทีเป็นครั้งแรกที่รัฐวิสคอนซิน และการโต้วาทีในครั้งที่สองก็จะจัดขึ้นที่หอสมุดของอดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ออกมาประกาศแบบแปลกๆว่า เขาจะไม่เข้าร่วมการโต้วาที ทำให้อดีตผู้ว่าฯคริส คริสตี ออกมาตราหน้ากล่าวประณามว่า “เป็นเพราะอดีตประธานาธิบดีทรัมป์กลัวที่จะขึ้นเวทีปะทะคารมกับคนที่เอาจริงเอาจัง” และยังกล่าวประณามหยามเหยียดต่อไปอีกว่า “อดีตประธานาธิบดีทรัมป์เป็นคนขี้ขลาด” (ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์นิวยอร์กโพสต์ วันที่ 3 พฤษภาคม 2023)

กล่าวโดยสรุปทั้งนี้และทั้งนั้นต่อไปในอีกแปดเดือนข้างหน้า ก็จะเป็นวันเปิดฉากการแข่งขันขั้นต้นของนักการเมืองค่ายพรรครีพับลิกัน และวันนั้นพวกเราก็คงจะได้รับทราบกันว่า อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์, รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์, ผู้ว่าฯรอน เดอแซนติส, ผู้ว่าฯนิกกี เฮลีย์, ผู้ว่าฯอาสา ฮัทชินสัน, มหาเศรษฐีหนุ่มวิเวก รามาสวามี, อดีตผู้ว่าฯคริส คริสตี และ วุฒิสมาชิกทิม สกอตต์ ใครคือผู้ที่จะได้ไปต่อหรือใครคือผู้ที่จะต้องหยุดเปิดหมวกลาไม่สามารถไปต่อ พอแต่เพียงแค่นี้ละครับ