ศิลปะการใช้ชีวิตแบบไร้ความหมาย (The Art of Living a Meaningless Existence) “ความมั่นคงเป็นความเชื่องมงาย...ในทางธรรมชาติไม่มีเรื่องเช่นนี้อยู่แน่นอน...!”
ปากกาขนนก / สกุล บุณยทัต
“การปล่อยชีวิต...ให้ดำเนินไปในห้วงขณะของการเรียนรู้...ผ่านหัวใจและความรู้สึก...จักทำให้ตัวตนของเราปลอดพ้นจากการถูกควบคุม และสามารถดำเนินบทบาทไปในวิถีที่เป็นอิสระ... นี่ถือนัยแห่งความเป็นศิลปะ...ของการใช้ชีวิตอย่างไร้ความหมายต่อข้อกำหนดใดๆ ที่คอยทิ่มตำเนื้อในของชีวิตให้รกเรื้อ และเต็มไปด้วยเงื่อนไขแห่งบาดแผลของการผูกมัด...!
“ความปรารถนาแห่งความเป็นเสรี” ย่อมคือพลังแรงแห่งใจที่จะทำให้ชีวิตไหวเคลื่อนได้...ด้วยแรงกระตุ้นอันบริสุทธิ์ของตัวตนที่เข้าใจในลักษณะของธรรมชาติที่แท้...!
“ความมั่นคงเป็นความเชื่องมงาย...ในทางธรรมชาติไม่มีเรื่องเช่นนี้อยู่แน่นอน...!”
ศิลปะการใช้ชีวิตอย่างไร้ความหมาย (The Art of Living a Meaningless Existence) คือหนังสือ...ที่ระบุถึงการใช้ “ชีวิตเชิงขวาง”...อันหมายถึงการใช้ชีวิตแบบตามใจตัวตน...เฝ้ามอง และปฏิบัติด้วยการตัดสินใจเฉพาะตัวเป็นบรรทัดฐาน...!
ผลงานเขียนชิ้นสำคัญโดย “โรเบิร์ต แพนทาโน” (Robert Pantano)...ผู้เชี่ยวชาญในการเขียนบทความเพื่อเป็นแนวทางให้มนุษย์ทุกคนได้คิดในการรู้จักและรู้สึกต่อการปลดแอกชีวิตของตัวเอง...จากความคาดหวังของสังคมนานา...รวมทั้งทำให้เกิดความเข้าใจ...ในความไร้สาระของจักรวาล...เพื่อจะได้ดำรงชีวิตอยู่อย่าง “ตื่นรู้”
...“โอบกอดความไร้สาระ” (Absurdism)...ด้วยการเรียนรู้ให้กับ “ความย้อนแย้งของชีวิต” แทนที่การพยายามหาคำตอบให้ได้ทุกอย่าง...ด้วย “เหตุผล”...
บทความส่วนใหญ่ในหนังสือเล่มนี้...เผยแพร่ครั้งแรกด้วยวิดีโอที่ผู้ชมหลายสิบล้านคนรับชมในช่องยูทูบของ “แพนทาโน” ที่ชื่อว่า “Pursuit of Wonder”
...ด้วยความนิยมของบทความเหล่านี้...เขาจึงได้รวบรวมบทความที่ปรับปรุงแล้วมาจัดพิมพ์เป็นหนังสือเล่มนี้...ขึ้นมา!
ไม่เพียงแต่บทความจะได้รับการปรับปรุงและแก้ไขเท่านั้น “Pantano” ยังได้เพิ่มบทความเข้ามาอีก...เป็นบทความที่เจาะลึกประเด็นหลักที่ครอบคลุม...อีกทั้งเหตุผลที่เขามองว่า...บทความเหล่านั้น...มีคุณค่าในสายตาของเขา...!
“การยอมรับความไม่รู้...เป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง...เนื่องเพราะเราไม่จำเป็นที่จะต้องรู้คำตอบของทุกเรื่องในจักรวาล...การอยู่กับความไม่รู้ได้อย่างสบายใจ...คือความสงบอย่างหนึ่ง!...”
หนังสือเล่มนี้...ถือได้ว่าได้ถอดบทเรียนออกมาจากปรัชญาในหลายสำนักด้วยกัน...อย่างเช่น “อัตถิภาวนิยม” (Existentialism) และ “สโตอิก” (Stoicism) ทั้งนี้เพื่อชี้ให้เห็นว่า ความไร้ความหมายสากลคือ “อิสระในการสร้างคุณค่าให้ตัวเอง”
เหตุนี้แก่นคิดสำคัญตามโครงสร้างและบทของหนังสือ จึงประกอบด้วย...
บทที่ 1: แก่นแท้ของความสงสัย (The Essence of Doubt)
o การยอมรับความไม่รู้: อันหมายถึงปัญหาที่แท้จริง ซึ่งต้องเริ่มต้นจากการกล้าตั้งคำถามและยอมรับว่า...เราไม่ได้รู้ทุกเรื่องในจักรวาล...!
o การตั้งคำถามถูกจุด: ซึ่งก็คือการเติบโตทางความคิด อันเกิดจากการสงสัยในความเชื่อเดิมที่เคยยึดถือ
o ความจริงที่เปลี่ยนได้: ซึ่งก็คือสิ่งที่เคยคิดว่าจริงในอดีต...ที่อาจไม่ใช่ความจริงในปัจจุบัน...!
บทที่ 2: ความหมายในความว่างเปล่า (Meaning in Emptiness)
o อิสระจากความคาดหวัง: โดยว่ากันว่า...ความไร้จุดหมายและจุดสิ้นสุดของความหมายสากล คือจุดเริ่มต้นของอิสรภาพที่แท้จริง
o เราต้องสร้างความหมายเอง: เพราะชีวิตไม่ได้เกิดมาพร้อมด้วยความหมายสำเร็จรูป แต่ต้องเขียนมันขึ้นมาใหม่ทุกวัน...
o ความเรียบง่ายมีคุณค่า: ไม่จำเป็นที่ใครจะต้องยิ่งใหญ่ระดับจักรวาล การรู้จักซาบซึ้งกับสิ่งปัจจุบันก็เพียงพอแล้ว...!
บทที่ 3: ปัญหาของคนอื่น (Other People's Problems)
o จงปล่อยวางสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ให้โฟกัสเฉพาะปฏิกิริยาและการกระทำของตนเอง ไม่ใช่ความคาดหวังจากภายนอก...
o ต้องเข้าใจความขัดแย้ง: เพราะโลกเต็มไปด้วยการขัดแย้งและการมองโลกที่ต่างกัน การยอมรับความจริงในข้อนี้จะช่วยลดความทุกข์ใจ...
o ต้องเข้าใจในอิสระจากการเปรียบเทียบ: ด้วยการหลุดพ้นจากการวิ่งตามเกมชีวิตที่คนอื่นเป็นผู้กำหนดไว้ให้...!
บทที่ 4: การพัฒนาตนเอง (Self-Improvement)
o ให้ยึดมั่นว่า “กระบวนการสำคัญกว่าผลลัพธ์”...ดั่งข้อตระหนักที่ว่า...ความสุขที่แท้จริงย่อมคือการเรียนรู้ผ่านการมีชีวิตอยู่ ไม่ใช่การรอให้ชีวิตสมบูรณ์แบบ...
o ส่วน การยืดหยุ่นทางด้านจิตใจ คือการเรียนรู้จากความไม่แน่นอนของชีวิต...เพราะทุกๆ การเปลี่ยนแปลงคือครูที่ดีที่สุด
o และสำหรับ ความสมดุลและความพอดี ก็จะบังเกิดขึ้นได้ด้วยการตระหนักถึงการลดความอยากในการยึดติดที่เกินตัว...เพื่อเปิดโอกาสให้ใจได้สงบ...!
บทที่ 5: ศิลปะการปล่อยให้ทุกอย่างเกิดขึ้น
o โดยเลิกฝืนถึงการควบคุม เพราะยิ่งพยายามควบคุมทุกอย่าง...เราจะยิ่งพบกับความทุกข์และเหนื่อยล้า
o เหตุนี้จึงสมควรต้องอยู่กับปัจจุบัน เพราะความสุขที่แท้จริงที่เกิดขึ้น ณ วินาทีนี้ หาใช่อดีตหรืออนาคตไม่...เราจึงควรปล่อยให้มันไหลไปตามธรรมชาติ อันโยงใยถึงว่า การยอมรับถึงการเปลี่ยนแปลง...คือศิลปะสูงสุดของการมี...ชีวิตอยู่...!
10 ข้อคิดจากหนังสือ ศิลปะการใช้ชีวิตอย่างไร้ความหมาย
ถือเป็นนัยประกอบที่เสริมส่งบทสรุปทางความคิดที่เป็นสายทางแห่ง “แสงสว่างทางปัญญา” อันน่าพินิจพิเคราะห์...
1. ให้เติบโตจากการตั้งคำถาม: เนื่องจากชีวิตที่ดีไม่ได้อยู่ที่การได้คำตอบสำเร็จรูป แต่อยู่ที่ความกล้าในการตั้งคำถามและมองหาแง่มุมใหม่ๆ
2. เลิกเอาชนะกระแสสังคม: เพราะแท้ที่จริงแล้วไม่มีใครรู้สูตรสำเร็จที่แท้จริงของการมีชีวิตอยู่...ทุกคนต่างก็แค่ดำเนินไปในเกมของเราเอง หน้าที่ของเราคือการใช้ชีวิตในแบบที่ซื่อสัตย์กับตัวเองที่สุด
3. ความเป็นไปได้ไม่จำกัด: แม้ว่าเวลาในชีวิตของเราทุกคนจะสั้น แต่โอกาสและทางเลือกในการใช้ชีวิตนั้น...กว้างใหญ่เสมอ...
4. ต้องตระหนักในคุณค่าจากความธรรมดา: เราไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่หรือประสบความสำเร็จระดับโลกเพื่อที่จะมีคุณค่า... “การใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายแต่รู้สึกและสัมผัส” กับมันจริงๆ...นั่นก็เพียงพอแล้ว...!
5. ความว่างเปล่าคืออิสรภาพ: นั่นหมายถึงว่า ความรู้สึกไร้จุดหมายหรือความว่างเปล่าไม่ใช่หายนะ แต่คือพื้นที่ว่างให้เราได้เริ่มต้นใหม่ และเป็นอิสระจากกรอบเดิมๆ...
6. เราคือผู้สร้างความหมาย: เนื่องจากความหมายของชีวิตไม่ได้มีซ่อนไว้ให้ใครไปค้นพบ...แต่เป็นสิ่งเดียวที่ “เราต้องลงมือเขียนและสร้างขึ้นเอง” ในทุกๆ วัน
7. ความไม่แน่นอนคือครู: เราเติบโตและเรียนรู้มากที่สุดจากสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ ไม่ใช่จากความมั่นคงตายตัว
8. ความสุขมีแค่ตอนนี้: อย่ารอให้ชีวิตสมบูรณ์แบบ หรือรอให้เป้าหมายสำเร็จก่อนถึงจะมีความสุข...เพราะความสุขเกิดขึ้นได้เพราะ...วินาทีในปัจจุบันเท่านั้น...!
9. อย่ายึดติดกับ “สิ่งที่ควรเป็น”: เพราะทุกสิ่งในโลกเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา...การเอาแต่ยึดติดกับอุดมคติจักทำให้เราพลาดความงามของสิ่งที่ “กำลังเป็น” อยู่ตรงหน้า...!
10. ชีวิตไม่ต้องมีความหมายเสมอไป: เพราะการพยายามตามหาความหมายที่ยิ่งใหญ่อยู่ตลอดเวลา อาจทำให้เราต้องเหนื่อยล้ากว่าการได้ปล่อยตัวเองให้ใช้ชีวิตอยู่เฉยๆ ในปัจจุบัน...!
หนังสือเล่มนี้...มีเรื่องราวและแก่นสารภายในเล่ม...ที่เกิดจากความรู้สึกสงสัยของผู้เขียน รวมทั้งความคลางแคลงใจ ความหลงใหล และความปรารถนาอันแรงกล้าเกี่ยวกับชีวิตของคนเรา...
สิ่งต่างๆ เหล่านี้...คือสิ่งที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เราในฐานะผู้อ่าน ให้ได้ออกเดินทางแสวงหาความหมายอันลึกเร้นของชีวิตได้อย่างลึกซึ้ง กว้างไกล และน่าอัศจรรย์...!
สำหรับผม...การได้สัมผัสรู้หนังสือเล่มนี้...ถือเป็นการรับรู้เพื่อการตระหนักเห็นในทาง “ขวาง” ผ่านเหลี่ยมมุมที่อ่อนโยน แต่...มีนัยสัมผัสอันซับซ้อนที่ต้องตีความผ่านความเข้าใจที่เข้าใจ...ดั่งการปอกเปลือก “ผลไม้ทางปัญญา” ที่จำเป็นต้องมีสติและสมาธิในทุกๆ ขั้นตอน...ของชีวิต...!
ความสำคัญตรงส่วนนี้...ถือเป็นคุณค่าที่จะเข้าใจ “ความไร้ความหมายในความหมาย”...อย่างแท้จริง...!
“วรรธนา วงษ์ฉัตร” ถอดความและแปลหนังสือเล่มนี้ออกมาได้อย่างน่าติดตามศึกษา...มันคือการสืบทอดความคิดสู่ความคิด...ที่น่าใฝ่รู้และน่าสนใจยิ่ง...!
“การใช้ชีวิตที่เรียบง่าย แต่ได้ ‘รู้สึก’ และได้สัมผัสกับทุกย่างก้าวอย่างแท้จริง...ก็เพียงพอแล้ว...ต่อการที่จะทำให้ชีวิตมีคุณค่า...!”