เปิดโลก STEM 5 อาชีพต้นแบบหญิง จุดประกายเยาวชนไทย จากอวกาศถึงเกม-อีสปอร์ต

ไลฟ์สไตล์1 ก.ย. 2569 • 17:19 น.
เปิดโลก STEM 5 อาชีพต้นแบบหญิง จุดประกายเยาวชนไทย จากอวกาศถึงเกม-อีสปอร์ต

การขาดต้นแบบผู้หญิงในสาย STEM เป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่กีดกันเด็กผู้หญิงจากเส้นทางอาชีพในแวดวง STEM (สะเต็ม) หรืออาชีพในสายวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยี และคณิตศาสตร์ Sea (ประเทศไทย) ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตแพลตฟอร์มชั้นนำ ได้แก่ Garena, Shopee และ Monee จึงร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), insKru และ a-chieve สานต่อ โครงการ Women Made: Girl in STEM ต่อเนื่องเป็นปีที่สาม จุดประกายแรงบันดาลใจและเปิดมุมมองสู่เส้นทางการศึกษาและอาชีพด้าน STEM ให้แก่นักเรียนระดับมัธยมศึกษา โดยเฉพาะนักเรียนหญิง เชื่อมโยงห้องเรียนกับโลกการทำงานจริงผ่าน “พี่ต้นแบบ” ในแวดวง STEM ถึง 21 อาชีพ โดยมีนักเรียนระดับมัธยมศึกษา 144 คน พร้อมครูผู้สอนและครูแนะแนว 48 คน ร่วมโครงการ ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย เมื่อเร็ว ๆ นี้

หนึ่งในกิจกรรมสำคัญของโครงการฯ คือกิจกรรม “Human Library” ที่เปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้ค้นหาศักยภาพของตนเอง ผ่านการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับ พี่ต้นแบบจาก 21 อาชีพสาย STEM อย่างใกล้ชิด ครอบคลุมทั้งสายวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยี และคณิตศาสตร์ เปิดโลกอาชีพให้เยาวชนได้เรียนรู้ เส้นทางอาชีพจริงทักษะจริงงานจริง จากผู้เชี่ยวชาญที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์ ตั้งแต่เส้นทางการศึกษาต่อ ลักษณะการทำงาน ไปจนถึงทักษะสำคัญที่แต่ละอาชีพต้องการ อันเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการวางแผนเส้นทางการศึกษาและอาชีพของตนเองในอนาคต โดยตัวแทนพี่ต้นแบบ 5 อาชีพ ได้แก่ นักวิจัยเทคโนโลยีและอวกาศ นักระบาดวิทยา นักวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวการแพทย์ ผู้ประกอบการโดรนเกษตร และนักออกแบบกราฟิกสื่อเสมือนจริง ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์บนเส้นทางสู่ความสำเร็จ ร่วมฉายภาพให้เห็นความเป็นไปได้ไม่สิ้นสุดในแวดวง STEM 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิรดา เตชะวิจิตร์

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิรดา เตชะวิจิตร์ - อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมการบิน วิทยาลัยอุตสาหกรรมการบินนานาชาติ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

แม้ปัจจุบันผู้หญิงจะมีส่วนร่วมในสาย STEM เพิ่มขึ้น แต่ความเหลื่อมล้ำทางเพศยังคงปรากฏชัดในบางสาขา โดยเฉพาะวิศวกรรมศาสตร์ โดยข้อมูลจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ระบุว่าในประเทศไทยมีผู้หญิงในสาขาวิศวกรรมศาสตร์เพียง 16.8% หนึ่งในนั้นคือ คุณมิ้ง – ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิรดา เตชะวิจิตร์” ที่เริ่มต้นเส้นทางอาชีพด้านเทคโนโลยีอวกาศจากความหลงใหลในวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตั้งแต่เด็ก ก่อนเลือกเรียนสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และได้รับทุนศึกษาต่อในระดับปริญญาโทด้านวิศวกรรมอวกาศที่ประเทศฝรั่งเศส ในช่วงที่ประเทศไทยเริ่มโครงการดาวเทียมสำรวจโลก THEOS ซึ่งกลายเป็นประตูบานแรกสู่งานด้านเทคโนโลยีอวกาศ

เราโชคดีที่รู้ว่าตัวเองชอบและถนัดอะไร เมื่อความชอบด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีผนวกกับพื้นฐานด้านวิศวกรรม ทำให้มีโอกาสได้รับทุนไปเรียนต่อในระดับปริญญาโทด้านวิศวกรรมดาวเทียมและวิศวกรรมอวกาศที่สถาบัน ISAE (Institut Supérieur de L’aéronautique et de L’espace) ประเทศฝรั่งเศส โดยมีเวลาเพียง 5 เดือนในการเตรียมตัว ในการปรับตัวกับการเรียน การใช้ชีวิต และการสื่อสาร เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การศึกษาในหลักสูตรที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาหลัก” คุณมิ้งกล่าว

หลังจบการศึกษา คุณมิ้งกลับมาทำงานเป็น วิศวกรฝ่ายควบคุมดาวเทียม ดูแลการปฏิบัติการดาวเทียม THEOS ที่สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ก่อนก้าวสู่งานด้านนวัตกรรมอวกาศ ขณะเดียวกัน ความสนใจเรื่องอวกาศยังนำพาเธอเข้าสู่โครงการ AXE Apollo Space Academy ผ่านการแข่งขันรายการ “แฟนพันธุ์แท้ Apollo” โดยเธอสามารถตอบคำถามเกี่ยวกับประวัติการบินของยานอวกาศ Apollo ได้อย่างถูกต้องทุกคำถาม จนได้เป็นคนไทยเพียงคนเดียวที่ได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 23 คนจากทั่วโลกให้ได้รับตั๋วเดินทางสู่อวกาศ แม้จะเป็นที่น่าเสียดายที่สุดท้ายโครงการดังกล่าวมีเหตุให้ต้องยกเลิกไป

แม้สุดท้ายเราจะไม่ได้ขึ้นไปอวกาศจริง ๆ แต่ประสบการณ์ครั้งนี้สนุกมาก เพราะเราได้ทำเต็มที่ในทุกขั้นตอน สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงานสาย STEM คือเราต้องพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เรื่องที่เราเชี่ยวชาญในวันนี้ อาจไม่ใช่สิ่งที่ตลาดต้องการในวันข้างหน้า เราจึงต้องเปิดใจเรียนรู้อยู่เสมอ โดยเฉพาะในยุคปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่เราปฏิเสธเทคโนโลยีไม่ได้ แต่ต้องเรียนรู้ว่าจะใช้มันอย่างไรให้เกิดประโยชน์กับชีวิตและการทำงานมากที่สุด” คุณมิ้งกล่าวทิ้งท้าย

ณฐวดี ศรีวรรณยศ

ณฐวดี ศรีวรรณยศ - นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

เมื่อการค้นหาต้นตอของโรคชวนตื่นเต้นไม่ต่างจากการไขปริศนา นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นบนเส้นทางอาชีพ “นักระบาดวิทยา” ของ “คุณนัจมี่ – ณฐวดี ศรีวรรณยศ” เธอมีความความสนใจด้านสุขภาพและงานสืบสวน จึงเลือกเรียนสาขาการส่งเสริมสุขภาพ คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ก่อนสอบเข้ารับราชการ และค้นพบว่างานสอบสวนโรคคือการผสานความรู้ด้านสุขภาพ การอ่านข้อมูล และทักษะการสืบสวนเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

“ตอนเด็ก ๆ เราชอบดูการ์ตูนเรื่องยอดนักสืบจิ๋วโคนันและวรรณกรรมสืบสวนสอบสวนอย่างเชอร์ล็อก โฮล์มส์ ประกอบกับความสนใจด้านสุขภาพ จึงเลือกเรียนสายนี้ เมื่อได้ทำงานจริง มีโอกาสได้ลงพื้นที่ เก็บข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อค้นหาต้นตอของโรค ทำให้ค้นพบว่าเรามีแพสชันกับงานนี้ เพราะทั้งท้าทาย สนุกกว่าที่คิด มีเรื่องให้เรียนรู้เสมอ รวมถึงยังมีความอยากรู้และสงสัยในกระบวนการค้นหาความจริง จึงตัดสินใจศึกษาต่อปริญญาโทสาขานิติวิทยาศาสตร์ คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” คุณนัจมี่กล่าว

งานหลักของเธอคือการสอบสวนโรค ตั้งแต่ติดตามข้อมูลผู้ป่วยหรือผู้เสียชีวิต รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาความเชื่อมโยงและประเมินสถานการณ์โรค ควบคู่กับงานวิชาการและการเผยแพร่ความรู้ด้านระบาดวิทยา โดยช่วงการระบาดของโควิด-19 คือบททดสอบที่ทำให้งานซึ่งเคยอยู่เบื้องหลังกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

“ช่วงโควิดเป็นบททดสอบที่ทำให้เราได้รู้จักตัวเองมากขึ้น และยิ่งทำให้มั่นใจว่ารักงานที่ทำอยู่ รวมถึงได้พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การทำงานเป็นทีม และการปรับตัวให้ทันเทคโนโลยี โดยนำ AI และ Data Science เข้ามาช่วยให้การทำงานรวดเร็วและแม่นยำขึ้น” คุณนัจมี่กล่าวเสริม

การเติบโตในสายงานนี้ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยเพศ แต่ต้องอาศัยความรู้ ความหลงใหลในงาน และการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพราะนักระบาดวิทยาไม่ได้ทำหน้าที่เพียงค้นหาต้นตอของโรค แต่ยังเป็นกำลังสำคัญในการรับมือปัญหาสุขภาพระดับประเทศ

ดร.ข้าว ต้นสมบูรณ์

ดร.ข้าว ต้นสมบูรณ์ - นักวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวการแพทย์ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

อาชีพในฝันของเด็กสายวิทย์หลายคนคือการเป็นแพทย์ เช่นเดียวกับดร.ข้าว ต้นสมบูรณ์” ที่เคยฝันอยากเป็นแพทย์เพื่อรักษาคนที่รัก แต่เมื่อได้เห็นอาม่าเข้ารับการผ่าตัดใส่เข่าเทียมจนสามารถกลับมาเดินได้อีกครั้ง จึงค้นพบว่าเบื้องหลังการรักษาผู้ป่วยยังมีนักวิจัยและวิศวกรชีวการแพทย์ที่สร้างนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วย เหตุการณ์ครั้งนั้นได้พาเขาเข้าสู่โลกของวิศวกรรมชีวการแพทย์ (Biomedical Engineering) และเส้นทางนักวิจัยในเวลาต่อมา

ตอนนั้นเราเริ่มเห็นว่า อาชีพที่ช่วยคนไข้ไม่ได้มีแค่หมอ แต่ยังมีนักวิจัยที่คิดค้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์ด้วย จึงตัดสินใจสอบชิงทุนรัฐบาลเพื่อศึกษาต่อในสาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์ ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (University of Cambridge) สหราชอาณาจักร ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก ก่อนกลับมาทำงานเป็นนักวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวการแพทย์ที่ไบโอเทค สวทช.” ดร.ข้าวกล่าว

ด้วยความช่างสังเกตและไม่หยุดตั้งคำถามกับปัญหา ดร.ข้าว ได้นำองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์มาพัฒนานวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาด้านสุขภาพร่วมกับทีมนักวิจัยและสถาบันพันธมิตร ตั้งแต่กระจกตาชีวภาพ เส้นผม ไปจนถึงข้อเข่า โดยผลงานอยู่ระหว่างการทดสอบและต่อยอดสู่การใช้งานจริง เพื่อผลักดันเทคโนโลยีจากห้องแล็บไปสู่ผู้ป่วยในอนาคต

งานวิจัยหนึ่งชิ้นอาจใช้เวลาหลายปีกว่าจะเห็นผลและนำไปใช้ได้จริง สิ่งที่ทำให้ยังยืนหยัดเดินหน้าต่อ คือความตั้งใจที่จะหาคำตอบและพัฒนานวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาให้ผู้คน นอกจากความอดทนและการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ นักวิจัยยังต้องมีจินตนาการ กล้าคิด และกล้าลงมือทำ เพื่อพิสูจน์ว่าสมมติฐานนั้นเกิดขึ้นได้จริง เพราะหลายครั้งนวัตกรรมใหม่ ๆ ก็เริ่มจากความคิดที่ดูเหนือจินตนาการ แต่ท้ายที่สุดเมื่อได้รับการทดลองพัฒนาก็สามารถสร้างนวัตกรรมให้เกิดขึ้นได้จริง” ดร.ข้าวกล่าวทิ้งท้าย

พิชญ ปานมี – เกษตร

พิชญ ปานมี ผู้ประกอบการโดรนเกษตร

เส้นทางในวงการ STEM ของ คุณจูเนียร์ – พิชญ ปานมี” มีความเฉพาะตัวต่างจากตามภาพจำทั่วไป โดยหลังจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา คุณจูเนียร์เลือกศึกษาต่อในสาขาวิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร และเริ่มต้นการทำงานในฐานะนักโบราณคดี โดยนำความสนใจเรื่องเครื่องบินและโดรนที่มีมาตั้งแต่วัยเรียนมาต่อยอดในการทำงาน จนกลายเป็นจุดเปลี่ยนสู่อาชีพ “ผู้ประกอบการโดรนเกษตร” ในปัจจุบัน

ช่วงมัธยมปลายเราชอบเครื่องบินและเทคโนโลยี เคยเข้าชมรมเครื่องบินเล็ก ทำเครื่องบินจากโฟมและต่อวงจรเอง แต่เลือกเรียนโบราณคดีเพราะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ชอบและมองเห็นเส้นทางอาชีพที่ชัดเจนมากกว่า เมื่อเริ่มต้นทำงานก็ได้นำโดรนมาใช้สำรวจและถ่ายภาพโบราณสถาน ก่อนต่อยอดเป็นภาพสามมิติให้ทีมช่างใช้วางแผนซ่อมแซม จุดนั้นทำให้ได้กลับมาคลุกคลีเทคโนโลยีที่ชอบอีกครั้ง” คุณจูเนียร์กล่าว

จากโดรนสำรวจในงานโบราณคดี ความสนใจค่อย ๆ ขยับสู่โดรนเพื่อการเกษตร โดยใช้โดรนสร้างแผนที่และภาพสามมิติ เพื่อวางเส้นทางการบินให้เหมาะกับสภาพพื้นที่ เพิ่มความแม่นยำและลดความเสี่ยงจากสิ่งกีดขวาง ก่อนตัดสินใจออกจากงานประจำมาเป็นผู้ประกอบการโดรนเกษตรเต็มตัว ปัจจุบันให้บริการตั้งแต่จำหน่าย ให้ความรู้ ซ่อมบำรุง ไปจนถึงให้คำปรึกษาการใช้งาน

ความสุขของอาชีพนี้คือการได้เข้าไปแก้ปัญหาให้เกษตรกร เพราะพวกเขาไม่ได้ซื้อโดรนเพราะต้องการเครื่องมือใหม่ แต่ต้องการลดปัญหาแรงงาน ลดเวลา และลดต้นทุน การได้เห็นลูกค้านำอุปกรณ์ไปใช้งานแล้วได้ผลผลิตดีขึ้น ยิ้มได้ ทำให้เราภูมิใจ เพราะเป้าหมายของเราไม่ใช่เป็นเพียงผู้จำหน่าย แต่ต้องการเป็นที่ปรึกษาให้พวกเขาได้รับผลลัพธ์ที่ดีตลอดการใช้งาน” คุณจูเนียร์กล่าวเสริม

เรื่องราวของจูเนียร์สะท้อนว่าอาชีพในสายงาน STEM ไม่ได้มีเพียงเส้นทางเดียว เพราะความรู้และทักษะจากหลากหลายศาสตร์สามารถนำมาบูรณาการกับเทคโนโลยี เพื่อต่อยอดสู่อาชีพและสร้างโอกาสใหม่ ๆ ได้

ฐิติรัตน์ สายบัว

ฐิติรัตน์ สายบัว - นักออกแบบกราฟิกสื่อเสมือนจริง บริษัท การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) จำกัด

ความชอบในการ์ตูน แอนิเมชัน และภาพยนตร์แฟนตาซี คือจุดเริ่มต้นที่พา คุณมิว – ฐิติรัตน์ สายบัว” เข้าสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มิวเลือกเรียนสาขาวิชามีเดียอาตส์ (Media Arts) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และค้นพบว่างานสามมิติคือสิ่งที่หลงใหล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผสานความคิดสร้างสรรค์เข้ากับทักษะด้านการออกแบบและเทคโนโลยีดิจิทัล จนกลายเป็นทักษะหลักที่พาเธอมาถึงวันนี้

ช่วงที่ยังเรียนอยู่เรามักทุ่มเวลาว่างไปกับการฝึกปั้นงาน 3D เมื่อเรียนจบก็เริ่มทำงานแรกในตำแหน่งนักออกแบบกราฟิก (Graphic Designer) โดยรับหน้าทีออกแบบกราฟิกประกอบรายการโทรทัศน์ทั้งงาน 2D และ 3D ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก แต่เมื่อทำงานไประยะหนึ่งก็เริ่มอยากลองทำอะไรใหม่ ๆ ที่ท้าทายและได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในแบบที่ตัวเองชอบมากขึ้น จึงเริ่มมองหาโอกาสใหม่ กระทั่งได้ทำงานที่ การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ” คุณมิวกล่าว

แม้มีพื้นฐานด้านกราฟิก แต่การออกแบบสื่อเสมือนจริงสำหรับเกมต้องอาศัยมากกว่าทักษะการใช้โปรแกรมออกแบบทั่วไป เพราะเบื้องหลังโลก 3D ต้องอาศัยทั้งความเข้าใจเทคโนโลยี การคิดอย่างเป็นระบบ และวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับเกมและกลุ่มผู้เล่น เพื่อสร้างผลงานที่เติมเต็มประสบการณ์ของผู้เล่นได้จริง

ในยุคที่อุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ตเติบโตขึ้นมากและกลายเป็นความบันเทิงที่เข้าถึงผู้ชมในวงกว้างมากขึ้น แม้เราจะเล่นเกมไม่เก่ง ก็ต้องทำความเข้าใจเกมและวิเคราะห์ว่าผู้เล่นต้องการอะไร เพื่อให้สามารถสร้างสรรค์งานออกแบบได้ตรงใจผู้เล่น เรียกได้ว่าเป็นการสร้าง “โลกเสมือน” ขึ้นมาอีกโลกหนึ่งที่ต้องใช้การผสมผสานทั้งความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน เพื่อให้ผู้ชมได้รับประสบการณ์ความบันเทิงเต็มรูปแบบ”

ปัจจุบัน คุณมิวคือผู้อยู่เบื้องหลังงานออกแบบการแข่งขันอีสปอร์ตสุดยิ่งใหญ่ของ การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) อาทิ รายการ RoV Pro League ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนต์อีสปอร์ตระดับประเทศที่มีผู้ชมแต่ละฤดูกาลนับสิบล้านคน 

คุณพุทธวรรณ สุภัทรนันท์

คุณพุทธวรรณ สุภัทรนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร Sea (ประเทศไทย) ในฐานะผู้ริเริ่มโครงการ Women Made: Girl in STEM กล่าวว่า “ช่วงมัธยมศึกษาเป็นช่วงเวลาสำคัญของการค้นหาตัวตนและเส้นทางอาชีพ การเปิดโลกทัศน์ให้เยาวชนได้เห็นอาชีพที่หลากหลาย เชื่อมโยงสิ่งที่เรียนกับโลกการทำงานจริงและค้นพบศักยภาพของตัวเองจึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการมองเห็นเส้นทางอนาคต กิจกรรม Human Library ภายใต้โครงการ ‘Women Made: Girl In STEM’ ในครั้งนี้จึงเป็นการเปิดมุมมองให้นักเรียนหญิงเห็นว่า STEM มีเส้นทางอาชีพที่หลากหลาย และเด็กผู้หญิงก็สามารถเติบโตและสร้างความสำเร็จได้ในทุกพื้นที่ของโลก STEM ไม่ว่าจะเป็นอวกาศ สุขภาพ การเกษตร เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ต การได้พบกับพี่ต้นแบบจากหลากหลายเส้นทางจึงไม่เพียงช่วยให้เยาวชนเห็นว่าโลกของการทำงานว่ามีอาชีพอะไรอยู่บ้าง แต่ยังช่วยให้พวกเขาเริ่มมองเห็นความเป็นไปได้ของตัวเองและกล้าที่จะออกแบบเส้นทางอนาคตของตัวเอง” 

เพราะโลก Stem กว้างกว่าแค่ห้องแล็บ Sea (ประเทศไทย) (2)

ภาพสะท้อนจากความสำเร็จของรุ่นพี่ต้นแบบทั้ง 5 คน คือเครื่องพิสูจน์ว่าโลก STEM กว้างกว่าที่คิดและไม่มีเส้นทางสู่ความสำเร็จเพียงหนึ่งเดียว  การสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่เปิดกว้างให้เยาวชนได้เรียนรู้จากพี่ต้นแบบที่หลากหลายและสามารถเชื่อมโยงกับเด็กผู้หญิงได้ เป็นสิ่งสำคัญในการทลายกรอบความคิดทางสังคมเกี่ยวกับบทบาททางเพศ ช่วยให้เด็กผู้หญิงค้นพบศักยภาพของตนเองและก้าวเข้าสู่เส้นทางสาย STEM อย่างมั่นใจ