ทีมข่าวคิดลึก

หากเป็นคนอื่น คง "ถอดใจ" กับการต่อสู้ในสนามการเมืองที่ยืดเยื้อ ยาวนานมากว่าสิบปีไปแล้ว แต่สำหรับ "ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะเจ้าของพรรคการเมืองใหญ่อันดับหนึ่งกลับไม่ยอมถอยหลัง มิหนำซ้ำในทุกวันนี้ แม้ทักษิณจะอยู่ในสถานการณ์ที่ตกเป็นรองฝ่ายตรงข้ามแทบทุกประตู กลับยังพบว่า มีสัญญาณ "ดิ้นสู้"และเคลื่อนไหวไม่ยอมยุติ !

ในช่วงที่การเมืองมีอันต้องลดโทนความร้อนแรง และวุ่นวายลงไป ด้วยอยู่ในช่วงของเดือนตุลาคม ซึ่งมีพระราชพิธีที่สำคัญของแผ่นดิน อีกทั้ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังไม่ยอมประกาศยกเลิกคำสั่ง คสช.ที่ห้ามไม่ให้มีการจัดกิจกรรมใดๆ ทางการเมือง แม้วันนี้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย พรรคการเมือง 2560 จะประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้วก็ตาม ถึงกระนั้นย่อมไม่ได้ทำให้ "นักการเมือง"พากันปิด ประตูตายทางการเมืองไปด้วย

เพราะในความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ประชาชนกับนักการเมืองนั้นไม่อาจตัดขาดจากกันได้ โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ต่างจังหวัด ต่างๆด้วยเหตุนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายจึงยังมีอยู่ ยิ่งในห้วงเวลานี้หากมองไปยังพรรคเพื่อไทยเองต้องยอมรับว่าพรรคกำลังอยู่ในช่วง "ขาลง" อย่างต่อเนื่อง ทั้งในสภาพ "ไร้หัว" เพราะขาดตัวหลักที่จะก้าวลงมาถือธงนำทัพ

ขณะที่ครอบครัวทักษิณ เจ้าของพรรคตัวจริง ยังอยู่ในสภาพสุ่มเสี่ยง บรรดา "ขุน" ทั้งหลายต่างเผชิญหน้ากับ "คดีความ" ติดบ่วงกันถ้วนหน้า ทั้งน้องสาวและลูกชาย !

ยิ่งเมื่อ ณ วันนี้ทักษิณ เองยังไม่สามารถเลือกได้ว่า "ใคร" คือคนที่มีความเหมาะสม ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งในทางนิตินัยให้กับพรรค หลังจากที่ "คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์" แกนนำคนสำคัญ ต้องหลบเลียแผล อยู่ในที่ตั้งหลังจากที่ "พลาด" เข้าอย่างจังจากการเป็นจิตอาสาแต่กลับมาพันกับเรื่องของการหาเสียง แม้จะมีข่าวว่าทักษิณ เลือกคุณหญิงสุดารัตน์ในการนำทัพสู้ศึกเลือกตั้งก็ตามทว่านี่อาจไม่ใช่การตัดสินใจ "รอบสุดท้าย"

มีรายงานข่าวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจว่า จนถึงวันนี้ ทักษิณ ยังคงติดต่อประสานและ "สั่งการ" ผ่านการพูดคุยกับแกนนำระดับ "วงใน" ของพรรคเพื่อไทยมิได้ขาด แม้ล่าสุด "พานทองแท้ ชินวัตร" บุตรชายคนเดียวกำลังพัวพันกับคดีแบงก์กรุงไทย ทั้งนี้วงในที่ว่านั้น มีทั้งแกนนำพรรค ไปจนถึงแกนนำคนเสื้อแดงที่ให้ความมั่นใจกับทักษิณ ถึง "ชัยชนะ" ที่พรรคเพื่อไทย จะคว้ามาได้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว วันนี้พรรคเพื่อไทยแม้ว่าจะยังมี "กระแส" ที่หนาแน่นในพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือตอนบน แต่ขณะเดียวกันความเหนือกว่าพรรคการเมืองอื่นในพื้นที่ฐานเสียงดังกล่าว อาจไม่ใช่ "ความเข้มแข็ง" หรือจุดที่แข็งแกร่ง ชนิดที่จะไม่โดนฝ่ายตรงข้าม"เจาะยาง" ลดทอนตัวเลข ส.ส.แต่อย่างใดวันนี้ พรรคเพื่อไทยในมือทักษิณอาจไม่ได้แข็งแกร่งมากพอที่จะทำให้กลับไปเป็นพรรคการเมืองที่เคยโดดเด่น เหมือนในวันวาน เช่นเมื่อคราวเป็นพรรคไทยรักไทยหรือพลังประชาชน ได้อีก ยิ่งเมื่อ กลศึกของฝ่ายตรงข้ามในการลดทอนฐานเสียงของพรรคเพื่อไทย ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้ชนิดที่เรียกว่า "เต็มรูปแบบ" จนกว่าใกล้ถึงวันเลือกตั้ง

แต่ดูเหมือนว่า ข้อเท็จจริงเช่นนี้ ยังไม่มีใคร บอกกับ "นายใหญ่" มากกว่าการเลือกเสนอข้อมูลเฉพาะด้านดีอยู่ร่ำไปการดิ้นรนเพื่อต่อสู้ของทักษิณ ที่ยังคงคอนเฟอเรนซ์ จากต่างแดนมาถึงเมืองไทยเพื่อพูดคุยกับแกนนำของพรรค จึงดำเนินไปด้วยความเชื่อมั่น ไม่เปลี่ยนแปลง!--จบ--