แก้วกานต์ กองโชค

สำนักวิเคราะตลาดหุ้นหลายสำนัก ประเมินว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯของไทยในปี 2561 จะขยับไปถึง 1800 จุดกว่าๆ เนื่องจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจภายในนอกประเทศ และภายในประเทศมีแนวโน้มในทิศทางที่ดีขึ้น

ภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ มีอัตราการขยายตัวสูงถึง 2.3 % โดยอัตราการมีงานทำจะขยายตัวอย่างเต็มที่ แสดงถึงการการเข้าสู่ภาวะการจ้างงานอย่างเต็มที่ ภาคการผลิตแลกภาคบริการมีแนวโนมขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวเพิ่มขึ้น

ภาวะเศรษฐกิจยุโรปเริ่มมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่า จะขยายตัวในปี 2018 ประมาณ 1.7% เนื่องจากภาคการผลิตและภาคบริการมีการขยายตัวเช่นเดียวกัน ทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวสูงขึ้น จนทำให้ธนาคารกลางยุโรปส่งสัญญานปรับลดการใช้มาตรการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ (QE : Quantitative Easing)

นอกจากนี้ ตัวเลขทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นที่สำคัญปรับตัวดีขึ้น แสดงถึงการเริ่มฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจญี่ปุ่น โดยประเมินว่า เศรษฐกิจของผญี่ปุ่นจะโตประมาณ 1.0 % แม้ว่าภาคบริการมีปรับตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ภาคการผลิตมีเร่งตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตามในระยะยาวแล้ว ภาวะเศรษฐกิจของญี่ปุ่นยังมีความไม่แน่นอนสูงอยู่

ส่วนภาะเศรษฐกิจจีนเริ่มลดน้อยถอยลง ทำให้อัตราการขยายตัวลดลงเล็กน้อยในปี 2018 ประมาณ 6.4% เนื่องจากการบริโภค การผลิต การนำเข้าและการส่งออกสินค้าและบริการ อยู่ในภาวะทรงตัว เพราะทางการจีนได้เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ทำให้เกิดความตึงตัวทางการเงิน ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทาสงเศรษฐกิจ

ในขณะที่ภาวะเศรษฐกิจไทยนั้น มีแนวโน้มในทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะดัชนีการบริโภคของครัวเรือนยังอยู่ในภาวะทรงตัว และมีทิศทางจะขยายตัวมากขึ้น ดัชนีภาคอุตสาหกรรมปรับตัวสูงขึ้น อัตราการใช้กำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรมปรับตัวเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกันอัตราการเติบโตของการลงทุนภาคเอกชนก็ปรับตัวสูงขึ้น การส่งออกและการนำเข้ามีการขยายตัว โดยอัตราการขยายตัวของภาคการส่งออกมากกว่าอัตราการขยายตัวของการนำเข้า นั่นทำให้มีการประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2018 จะขยายตัวประมาณ 3.5%

อัตราเงินเฟ้อจะไม่เพิ่มขึ้นสูงมากนัก โดยขยายตัวเพียง 1.5% ส่งผลให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% ตลอดปี 2018

“ ในภาพรวมของรายงานนโยบายการเงิน เดือนก.ย.2560 พบว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวชัดเจนขึ้น จากการส่งออกสินค้าและบริการที่ปรับตัวดี รวมทั้งอุปสงค์ภายในประเทศที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง และเริ่มกระจายตัวมากขึ้น จนทำให้ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือกนง. ครั้งล่าสุดได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 60 ใหม่ ขยายตัว 3.8% ขณะที่ประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับสูงขึ้นช้ากว่าที่เคยประเมินไว้เดิมเล็กน้อย จากราคาอาหารสดที่ปรับลดลง ทางด้านนโยบายการเงินยังอยุ่ในระดับผ่อนปรนต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนให้เศรษฐกิจขยายตัวต่อเนื่อง ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพระบบการเงินของประเทศ” จาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สรุปแนวโน้มทิศทางเศรษฐกิจของไทย

แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากภาวะภายนอกประเทศ ทั้งจากเศรษฐกิจโลก นโยบายเศรษฐกิจและการค้าของสหรัฐฯ รวมทั้งการปรับโครงสร้างของเศรษฐกิจจีน และปัญหาเสถียรภาพระบบการเงินจีน

แนวโน้มดังกล่าวข้างต้น ทำให้นักวิเคราะห์หลายสำนักเชื่อมั่น ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ จะปรับตัวไปอยู่ในระดับที่สูงกว่า 1800 จุด

โดยเชื่อว่า การปรับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 9% และการเลือกตั้งในปี 2561 จะไม่กระทบต่อภาวะเศรษฐในระยะยาวมากนัก !!!