ลานบ้านกลางเมือง / บูรพา โชติช่วง

"ตื่นตาต้นผึ้งยักษ์
อลังการจามจุรีแผ่กิ่งก้าน
รุกข มรดกของแผ่นดิน"

ต้นไม้ไม่เพียงแต่จะให้ความชุ่มชื่นผืนดินเท่านั้นแต่ยังเป็นสิ่งที่ร่มเย็นแก่มนุษย์ดูแล้วเจริญตาทัศนียภาพ
ขณะที่ต้นไม้ใหญ่อายุมากกว่า 100 ปีขึ้น เป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าอัศจรรย์ สูงตระหง่านแผ่กิ่งก้าน ประดิษฐกรรมของธรรมชาติ หลายต้นยืนยาวเสมือนเป็นตัวแทนบอกกล่าวเล่าเรื่อง ผ่านทั้งในเรื่องของต้นไม้เอง เรื่องของคนปลูก เรื่องของสถานที่ที่ต้นไม้เหล่านั้นเติบโตขึ้นมา ตลอดจนต้นไม้ใหญ่ยังเป็นเสมือนความเชื่อ ความศรัทธา ในวิถีชีวิตและวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของชุมชุนได้แรงบันดาลใจจากต้นไม้ใหญ่ กลายเป็นร่ม “คุ้ม” เงาของชุมชนแห่งนั้น
สุดสัปดาห์นี้พาท่านไปรู้จักต้นไม้ยักษ์ 3 แห่ง จากข้อมูลหนังสือ “รุกข มรดกของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมี” ของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้รวบรวมชื่อและภาพ 65 ต้นไม้ ปี 2560 อย่างเช่น

ที่หมู่บ้านสะนำ อำภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี พื้นที่ฝั่งตะวันตกติดกับผืนป่ามรดกโลกห้วยขาแข้ง คนในชุมชนได้ร่วมกันอนุรักษ์ ต้นผึ้งยักษ์ หรือต้นเชียง หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ต้นไม้ยักษ์ ยืนต้นตระหง่านสูงชลูดอย่างน่าอัศจรรย์ ความสูงราว 70 เมตร วัดเส้นรอบวงแนบตามพูพอนหรือรากมหัศจรรย์ที่ยื่นออกมาได้ 97 เมตร ขนาด 40 คนโอบ ถือเป็นต้นไม้ที่มีพูพอนใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีอายุราว 300 – 400 ปี

ต้นผึ้ง ทางพฤกษศาสตร์ เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ มักพบขึ้นกระจายอยู่ตามป่าดิบชื้นที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่มากนัก ชอบพื้นที่ชุ่มชื้นตามหุบเขา ลำต้นสูงชะลูด เปลาตรง โคนต้นเป็นพูพอนสูง เปลือกเรียบ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียว ดอกมีขนาดเล็ก สีขาว กลิ่นหอมตรงกับความต้องการของผึ้ง จะพบว่ามีผึ้งหลวงรังขนาดใหญ่เกาะอยู่บนต้นเป็นประจำ จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า ยวนผึ้ง ออกดอกเดือนมีนาคม – พฤษภาคม ผลแก่เดือนกรกฎาคม – สิงหาคม ตามสภาพนิเวศวิทยา

ต้นผึ้งหรือต้นเชียงในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี ในอดีตมีอยู่จำนวนมาก แต่ถูกตัดไปหมด เหลือเพียงต้นผึ้งยักษ์ต้นนี้เท่านั้นในหมู่บ้านสะนำ ซึ่งอยู่ใกล้ศาลเจ้าบ้าน อันเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยเชื้อสายลาวครั่งทุกหมู่บ้านที่อยู่ในพื้นที่ พร้อมแวดล้อมไปด้วยต้นหมากมากมายมหาศาล หรือที่เรียกว่า ป่าหมากล้านต้น อีกด้วย

และทุกปี ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 6 จะมีพิธีเลี้ยงเจ้าบ้าน และประเพณีปิดบ้าน ซึ่งสืบสานกันมาเนิ่นนานครั้งแต่อพยพมาจากกรุงเวียงจันทน์ เป็นพิธีแสดงความกตัญญูและความเคารพต่อวิญญาณบรรพบุรุษ ที่ปกปักรักษา คุ้มครองและให้อยู่ดีกินดี ต้นผึ้งยักษ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมนั้นด้วย

ไปที่ ต้นจามจุรียักษ์จังหวัดกาญจนบุรี ไม่ไกลจากอำเภอเมืองกาญจน์ มีต้นจามจุรีอายุกว่า 100 ปี ยืนตระหง่านอยู่ในที่กองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 1 กรมการสัตว์ทหารบก อยู่ภายใต้ดูแลของกองการดังกล่าว จากข้อมูล “รุกข” มรดกแผ่นดิน ต้นจามจุรียักษ์นี้ขนาดใหญ่ 10 คนโอบ สามารถวัดความสูงของต้นจากพื้นดินสู่ยอดได้ประมาณ 20 เมตร มีขนาดเส้นรอบวงประมาณ 15 เมตร ความสูงประมาณ 20 เมตร รัศมีทรงพุ่มของต้นประมาณ 25.87 เมตร มีเส้นผ่าศูนย์กลางของร่มเงายาวประมาณ 51.75 เมตร แผ่กิ่งก้านสาขาร่มรื่นอลังการเป็นรูปร่มปกคลุมบริเวณกว้างถึง 1 ไร่ 2 งาน 4 ตารางวา
ต้นจามจุรี ทางพฤกษศาสตร์ มีถิ่นกำเนิดในประเทศแถบอเมริกากลางและอเมริกาใต้ เป็นไม้ผลัดใบ เรือนยอดแผ่กว้างคล้ายรูปร่ม เปลือกสีดำ ลักษณะเนื้อไม้มีลวดลายสวยงาม แก่นสีดำคล้ำคล้ายมะม่วงป่าหรือวอลนัท ความชื้นในเนื้อไม้สูง มีความแข็งแรง ทั้งต้นมีสารพวกแอลคาลอยด์ ชื่อพิธทิโคโลไบ มีพิษใช้เป็นยาสลบ ส่วนคุณประโยชน์ของต้น ใช้เลี้ยงครั่ง ไม้ใช้ทำเครื่องเรือน แกะสลัก เมื่อนำมาตกแต่งจะขึ้นเงาเป็นมันแวววาว เป็นพรรณไม้ที่มีลักษณะสวยงามตามธรรมชาติ มีการนำมาปลูกกันอย่างแพร่หลายในประเทศโซนร้อน รวมทั้งประเทศไทยด้วย
จามจุรีที่กองการฯ ต้นนี้เติบโตอย่างเป็นธรรมชาติ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดกาญจนบุรี

ต้นจามจุรียักษ์เก่าแก่ที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นอีกหมุดหมายหนึ่งของนักท่องเที่ยวไปเยือนเมืองเชียงใหม่ นิยมถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก ตั้งอยู่บริเวณหน้าสโมสรเชียงใหม่ยิมคานา ตำบลวัดเกตุ อำเภอเมืองเชียงใหม่ สโมสรสนามกอล์ฟที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยกลุ่มข้าราชการอังกฤษที่มาทำสัมปทานป่าไม้ในเมืองไทย (6 เม.ย. 2441) ในสมัยรัชกาลที่ 5 ต้นจามจุรีนี้เติบโตมาก่อนการก่อตั้งสโมสร ยืนต้นมายาวนานอายุราว 119 ปี มีขนาดเส้นรอบวง 9 เมตร ความสูง 19 เมตร ลำต้นแผ่ขยายแตกกิ่งก้านสาขาไปโดยรอบ งามตระการตา ผู้บริหารสโมสรได้ดูแลรักษาต้นจามจุรีนี้เป็นอย่างดี ได้รับรางวัลจากการประกวดต้นไม้ใหญ่จากเทศบาลนครเชียงใหม่ ปี 2548

ยังมีชื่อต้นไม้ยักษ์อายุนับร้อยปีอีก จะได้หาจังหวะมานำเสนอ อย่างไรก็ดี ขึ้นชื่อต้นไม้ใหญ่ จะมีอายุกี่มากน้อยเพียงใด ตราบเท่าที่ “ค่า” ของต้นไม้เหล่านั้นยังคงดำรงชีวิตยืนอยู่ เป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ที่ไม่เพียงแต่จะให้ความชุ่มชื่นร่มเย็นเท่านั้นแต่ยังเป็นมรดกของแผ่นดินประจำท้องถิ่นและของประเทศ ทั้งเป็นภาพส่องสะท้อนสังคมยุคสมัยของบ้านเมืองที่ผ่านกาลเวลามาสู่ปัจจุบันได้อีกด้วย
รุกข มรดกของแผ่นดิน