เวียตเจ็ทจับมือ แพรทท์ แอนด์ วิทนีย์ ลงนามข้อตกลงใช้เครื่องยนต์ PurePower® Geared Turbofan™ สำหรับฝูงบินใหม่

กรุงเทพฯ 13 พฤศจิกายน 2560 สายการบินเวียตเจ็ท และ แพรทท์ แอนด์ วิทนีย์ ผู้นำในด้านการออกแบบ ผลิต และให้บริการหลังการขายสำหรับเครื่องยนต์และแหล่งพลังงานสำรองของอากาศยาน ประกาศความร่วมมือในการใช้เครื่องยนต์รุ่น PurePower® Geared Turbofan™ (GTF) สำหรับฝูงบินใหม่ของสายการบินเวียตเจ็ทจำนวน 10 ลำ โดยมีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริการ่วมเป็นเกียรติในโอกาสการเดินทางมาเยือนประเทศเวียดนามอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก ณ งานประชุมสุดยอดผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก

ข้อตกลงมูลค่า 600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในครั้งนี้ ยังครอบคลุมถึงการใช้โปรแกรมการบริหารจัดการเครื่องยนต์ในฝูงบิน EngineWise™ สำหรับฝูงบินรุ่นใหม่ของเวียตเจ็ทเป็นระยะเวลา 12 ปี โดยมูลค่าความร่วมมือของทั้งสองบริษัทจนถึงปัจจุบันมีอยู่ที่ 3.7 พันล้านเหรียฐสหรัฐฯ การลงนามในครั้งนี้จัดขึ้นที่เมืองฮานอยโดยมี พลเอกเจิ่น ดั่ย กวาง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยผู้บริหารของสายการบินเวียตเจ็ทและแพรตต์ แอนด์ วิทนีย์ ร่วมเป็นเกียรติในงาน

“เรามีความยินดีที่ได้เพิ่มจำนวนฝูงบินซึ่งติดตั้งเครื่องยนต์รุ่น GTF จำนวน 10 ลำเข้าสู่ฝูงบินของเรา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับประโยชน์ในด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มที่จากศักยภาพของฝูงบินนี้” นางเหวียน ถิ เฟือง เถา ประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินเวียตเจ็ท กล่าว

ตั้งแต่เปิดตัวสู่ตลาดเมื่อต้นปี ค.ศ. 2016 เครื่องยนต์รุ่น GTF สามารถแสดงศักยภาพได้ตามความคาดหวังอย่างสมบูรณ์แบบ โดยสามารถลดการเผาผลาญเชื้อเพลิงได้ถึง 16% และลดการปล่อยมลพิษได้ถึง 50% ตลอดจนลดมลภาวะทางเสียงได้ถึง 75%

“เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับสายการบินเวียตเจ็ทเมื่อปีที่แล้ว และรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้สานต่อความร่วมมือระหว่างกันในปัจจุบันและในอนาคต” นายริก เดอลู รองประธานอาวุโส ฝ่ายขาย การตลาด และดูแลลูกค้าบริษัท แพรตต์ แอนด์ วิทนีย์ กล่าว

ตั้งแต่เริ่มเปิดเส้นทางบินเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 2011 สายการบินเวียตเจ็ทซึ่งเป็นสายการบินภายในประเทศที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนามและได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสายการบินต้นทุนต่ำที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ส่งผลให้สายการบินเริ่มทำกำไรได้ตั้งแต่ปีที่สองของการดำเนินธุรกิจ ด้วยเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศมากกว่า 73 เส้นทาง รวมถึงมีอัตราความน่าเชื่อถือทางด้านเทคนิคสูงถึง 99.6% นับเป็นสายการบินที่มีอัตราสูงที่สุดเมื่อเทียบกับสายการบินที่ดำเนินงานด้วยเครื่องบินประเภทเดียวกันในภูมิภาคเอเชีย