กรรมการอิสระฯดันปฏิรูปอุดมศึกษา 4.0 เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา คาดประกาศใช้ปี 2561

วันที่ 14 พ.ย.60 ที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการอิสระฯ ว่าที่ประชุมเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ.(...) ตามที่คณะอนุกรรมการกองทุนเสนอ จากนี้จะเสนอให้รัฐบาลเพื่อดำเนินการเสนอร่างกฎหมายต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) ก่อนเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)

โดยคาดว่าจะสามารถประกาศใช้ พ.ร.บ.กองทุนฯได้ภายในเดือน มี.ค.61 หรืออย่างช้าไม่เกินวันที่ 6 เม.ย.61 ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 กำหนดให้เร่งทำกฎหมายให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบตั้งคณะทำงานยกร่างระเบียบต่าง ๆ เพื่อรองรับกฎหมายฉบับนี้ ใน 2 เรื่องหลัก คือ การกำหนดคุณสมบัติผู้รับทุน และระเบียบการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับสาระสำคัญของร่างพ.ร.บกองทุนฯ จะไปอุดช่องว่างที่ระบบปกติไม่สามารถเข้าไปดูแลได้ เน้นลดความเหลื่อมล้ำดูแลผู้ขาดโอกาศ

นพ.จรัส กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือข้อเสนอคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.การอุดมศึกษา เสนอยกระดับเป็นการปฏิรูปการอุดมศึกษา โดยคณะกรรมการได้นำเสนอความจำเป็นที่ต้องปฏิรูปอุดมศึกษาในหลายแง่มุม ซึ่งยังไม่ได้พูดถึงเรื่องความจำเป็นที่ต้องมี พ.ร.บ.การอุดมศึกษา หรือต้องแยกเป็น กระทรวงการอุดมศึกษาหรือไม่ ส่วนกรณีที่คณะทำงานเตรียมการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา เสนอให้ตั้งกระทรวงการอุดมฯ ก็ให้ดำเนินการต่อไปตามขั้นตอน

"ขณะนี้ เรามีสถาบันอุดมศึกษาเพียงพอ รองรับความต้องการของประชาชนกระจายไปทั่วประเทศ มีระบบการบริหารที่มีความอิสระ มีระบบธรรมภิบาล มีงานวิจัยเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัย แต่การพัฒนาทั้งหมดก็ทำให้เกิดปัญหาเนื่องจากมหาวิทยาลัยแข่งขันกันเปิดหลักสูตร เน้นปริมาณ ไม่เน้นคุณภาพ ทำให้บัณฑิตที่จบออกมาว่างงาน ขณะที่เรามีระบบแต่ดูเหมือนธรรมาภิบาลยังไม่ดีพอ ขาดความรับผิดชอบ งานวิจัยไม่สามารถตอบโจทย์ของประเทศ เน้นงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ ที่ประชุมจึงเห็นด้วยที่จะมีการปฏิรูปอุดมศึกษา เป็นอุดมศึกษา 4.0 คือจะต้องมีผลิตคนที่มีความสามารถระดับสูง แข่งขันได้มีความรู้เท่าทันโลก และมหาวิทยาลัยต้องเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสังคมและประเทศ ความเป็นอิสระของมหาวิทยาลัยจะต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบ"