ลานบ้านกลางเมือง / บูรพา โชติช่วง

"ครั้งแรก
Thailand Biennale
กระบี่แดนแห่งมหัศจรรย์"

งานนิทรรศการศิลปะในบ้านเรามีแสดงอยู่ต่อเนื่อง ทั้งหอศิลป์แห่งชาติ เอกชน จนถึงแกลเลอรี่
ส่วนงานศิลปะระดับนานาชาติ ก็มีเช่นกัน แต่เป็นปีหน้า อย่างน้อย 2 โครงการที่เปิดตัวกันไปเมื่อเร็วๆ นี้ นั่นคือ เทศกาลศิลปะนานาชาติ Thailand Biennale 2018 กับเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018 เจ้าภาพทั้ง 2 งาน ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าระดับเบียนนาเล่ ครั้งแรกในประเทศไทย

ในที่นี้กล่าวถึง Thailand Biennale จัดโดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ประเดิมกันที่จังหวัดกระบี่ ภายใต้ชื่อ Thailand Biennale, Krabi 2018 มีการนำศิลปินไทยและเทศกว่า 20 ชีวิต ลงพื้นที่กระบี่ โปรโมทสถานที่ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เทศกาลนั้นจะมีศิลปินทั่วโลกกว่า 60 คน มาร่วมงานตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย. 2561 ถึง 28 ก.พ. 2562 เป็นระยะเวลา 4 เดือนเต็ม
ทางเจ้าภาพบอก Thailand Biennale จะมีความพิเศษกว่าการจัดเทศกาลศิลปะอื่นๆ โดยเทศกาลนี้จะเป็นในรูปแบบแสดงผลงานกลางแจ้งตามแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงามของจังหวัด เป็นลักษณะจัดวางเฉพาะพื้นที่ (Site-Specific Installation) โดยศิลปินกว่า 60 คน ลงพื้นที่ทำกิจกรรม ซึ่งทยอยลงพื้นที่กันไปบ้างแล้ว นำเอาบริบททางวัฒนธรรม อัตลักษณ์ ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมในพื้นที่มามีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ตามแนวคิดหลักของงาน Edge of the Wonderland จะทำให้ Thailand Biennale, Krabi 2018 เป็นการแสดงศิลปกรรมร่วมสมัยนานาชาติที่มีความแตกต่างและสำคัญที่สุดของประเทศไทย

มาฟัง ดร.เจียง เจฮง ภัณฑารักษ์ของงาน Thailand Biennale, Krabi 2018 กับแนวความคิดหลัก(theme) ของงาน กล่าวว่า Edge of the Wonderland เขตแดนแห่งความมหัศจรรย์ ซึ่งแนวคิดแดนมหัศจรรย์ (wonderland) มีอยู่หลายวัฒนธรรมในโลกตะวันตก มีเรื่องเกี่ยวกับการผจญภัยของ อลิซ แต่งโดย Lewis Carroll เมื่อ ค.ศ. 1865 ส่วนโลกตะวันออกมีเรื่องราวเกี่ยวกับดินแดนในตำนานและนิทานปรัมปราซึ่งเป็นต้นกำเนิดของเทพปกรณัมจีน ปรากฏในศึกอภินิหารตำนานขุนเขาทะเล (The Classic of Mountains and Seas หรือ Shanhai Jing) ตั้งแต่ 400 ปีก่อนคริสตกาล สำหรับในเอเชียใต้ มีตำนานของฮินดูเกี่ยวกับป่าหิมพานต์ที่ล้อมรอบเชิงเขาพระสุเมรุ ซึ่งความเชื่อดังกล่าวปรากฎในศิลปะและวรรณคดีดั้งเดิมของไทย อาทิ รามเกียรติ์ และพระสุธน-มโนราห์

สำหรับ Thailand Biennale, Krabi 2018 เขตแดนแห่งความมหัศจรรย์ บ่งบอกถึงพื้นที่สำหรับจัดแสดงผลงานซึ่งตั้งอยู่บนแนวชายฝั่งทะเล เป็นแนวกั้นเขตแดนระหว่างแผ่นดินใหญ่และทะเลอันดามัน และบ่งบอกแนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงานภายในงาน จะมีทั้งการเชื่อมต่อและหักเหของแนวคิด นำไปสู่จินตนาการอันน่าตื่นเต้นในการสร้างผลงาน ขณะเดียวกันยังสะท้อนตำนานท้องถิ่นที่มีการค้นพบขุดพบกระบี่ (edge) โบราณสองเล่ม ที่บ้านนาหลวง กระบี่สองเล่มนี้เคยถูกนำมาเก็บไว้ในลักษณะไขว้กันในถ้ำของเขาขนาบน้ำเพื่อเป็นสิริมงคลในช่วงการพัฒนาเมืองกระบี่ และได้กลายเป็นตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัด

ดร.เจียง ยังกล่าว Thailand Biennale, Krabi 2018 ว่า ไม่ได้กระทำบนพื้นฐานของการจัดแสดงผลงานศิลปะในแบบดั้งเดิม แต่จะสนับสนุนให้เกิดการสร้างสรรค์ใหม่ๆ สำหรับการสร้างศิลปะจัดวางเฉพาะพื้นที่ภายนอกพิพิธภัณฑ์และหอศิลป์ อยู่ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ สามารถเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน ตามสภาพอากาศ และโอกาสต่างๆ เมื่อผสมรวมกับความสวยงามตามธรรมชาติของแหล่งท่องเที่ยวแล้ว จะส่งผลให้งานจัดแสดงมีความน่าตื่นตาตื่นใจกับผู้มาเยือนมากขึ้น

“ดังนั้น Thailand Biennale, Krabi 2018 จึงถือเป็นการบุกเบิกการสร้างสรรค์ด้านทัศนศิลป์ที่ใช้แนวทางเข้าถึง เลียนแบบ ตีความใหม่ และขยายขอบเขตแห่งความเป็นจริง ซึ่งนำไปสู่การสร้างวิธีคิดแบบใหม่ นำพาทุกคนออกเดินทางสู่ความสร้างสรรค์ที่มีจุดเริ่มต้นจาก Edge of the Wonderland” ดร.เจียง ภัณฑารักษ์ กล่าว

ทั้งนี้ สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยมีเป้าหมายที่จะจัด Thailand Biennale ทุก 2 ปี ในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ ตามลักษณะของการจัดนิทรรศการหรือเทศกาลศิลปะนานาชาติเบียนนาเล่ (Biennale) ที่จัดขึ้นทุกสองปี จะเป็นเทศกาลศิลปะนานาชาติบนพื้นที่ประเทศไทย สร้างความแตกต่าง และประสบการณ์ที่มีความแปลกใหม่ ให้กับศิลปิน นักท่องเที่ยวทั่วโลกผู้มาเยือนเมืองไทย อันน่าจดจำโดยมีศิลปะและวัฒนธรรมนำ
อย่างที่จะประเดิมครั้งแรก Thailand Biennale, Krabi 2018 เขตแดนแห่งความมหัศจรรย์