สื่อมวลชนและสื่อโซเชียลวิจารณ์เรื่องรถเมล์ประจำทาง ใน กทม. กันมาก โดยเฉพาะประเด็นการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีที่ค้างคามานมนานแล้ว

โครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 จนถึงบัดนี้เป็นเวลา 12 ปี แล้ว ขสมก.ก็ยังไม่สามารถจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีได้ จึงมีการตั้งข้อสังเกตว่า อาจเป็นเพราะ ขสมก.จัดทำข้อกำหนดของผู้ว่าจ้าง (Terms of Reference หรือ ทีโออาร์) และข้อกำหนดทางเทคนิค (Specifications หรือ สเปก) ที่ไม่เป็นธรรม อีกทั้ง มีการกำหนดราคากลางที่ไม่เหมาะสม

โครงการตั้งแต่ปี 2548 นั้นใหญ่โตมาก ต้องใช้ทุนมหาศาล โดยเริ่มแรกคิดจะสั่งนำเข้ารถโดยสารเอ็นจีวีถึง 6,000 ซึ่งถ้าทำสำเร็จคงมีนักการเมืองได้ผลประโยขืกันมหาศาล

แล้วต่อมาก็ต้องปรับเปลี่ยนโครงการอีกหลายครั้ง จนกระทั่งมีการประมูลได้สำเร็จ แต่แล้วก็มีเรื่องการเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีของผู้ชนะการประมูล จน ขสมก. ไม่อาจยอมรับรถที่ประมูลชนะมาได้หลังจากนั้นมีการเปิดประมูลกันอีก แต่ก็ไม่บรรลุผลสำเร็จ มีการวิเคราะห์สาเหตุกันไปต่าง ๆ นานา แต่ส่วนใหญ่ก็มักลืมไปว่า รัฐบาลมีมติ ครม. ลดอำนาจหน้าที่ของ ขสมก. ลงอย่างมากภายในปี 2561

ปัจจุบัน(สิ้นสุด 31 พ.ค. 60) ขสมก.มีหนี้สินมากถึง 1.05 แสนล้านบาท ซึ่ง ขสมก.อยู่ระหว่างหารือจัดการแก้ไขปัญหากับกระทรวงการคลัง และได้เสนอแผนการปฏิรูปแล้วทดลองปฏิบัติ แต่ก็ถูกวิพากย์

ว่าเป็นการปรับเปลี่ยนเพียงเปลือกนอก ไม่อาจสะสางปัญหาของ ขสมก. ได้ จนแผนการปฏิรูปนั้นต้องเงียบไป

เมื่อปลายเดือนกันยายนปีที่แล้ว ครม. ได้มีคติให้ยกเลิกมติ ครม.เดิมเมื่อปี 2526 ซึ่งให้ ขสมก. มีอำนาจควบคุมรถร่วมทั้งหมด แล้วจะให้ถ่ายโอนการกำกับรถเอกชนร่วมบริการให้กรมการขนส่งทางบกแทนองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เพื่อพัฒนางานด้านบริการด้วยรถโดยสารประจำทางทั้งระบบ

การทำสัญญาระหว่างเอกชนและ ขสมก.ต้องยุติภายในปี 2561 ไม่ว่าจะคงเหลือระยะเวลากี่ปีก็ตาม (Set Zero) เพื่อเปิดทางให้กรม การขนส่งฯเข้ามาดูแลเพียงผู้เดียว พูดง่าย ๆ ก็คือ ขสมก. จะถูกลิดรอนอำนาจและหน้าที่ลงไปมาก

นี่อาจจะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ ขสมก. ด้อยบารมีไปเลย....

โครงการปฏิรูปรถเมล์ด้วยรถเอ็นจีวี กลายเป็นโครงการเก่าแก่ตกสมัย เพราะแผนรูปธรรมการปกิรูป ยังไม่ชัดเจน อีกทั้งในปีหน้า อำนาจตัดสินใจจะไปอยู่ที่กรมการขนส่งทางบกเป็นหลัก

ดังนั้น คนกทม. จึงคงต้องทนอยู่กับการบริการรถเมล์สาธารณะเช่นเดิมไปอีกนาน

เพราะกรมการขนส่งทางบกก็คงจะไม่มีศักยภาพการปฏิรูปรถเมล์ มากมายหริอดีกว่า ขสมก. สักเท่าใดนัก