ทองแถม นาถจำนง

ใกล้ถึงวันคริสต์มาสแล้ว

ปีนี้ทางเมืองฝรั่งเขาเกิดพายุหิมะรุนแรงมาก คงจะหนาวหนักหนาสาหัสทีเดียว

พายุหิมะตกหนักอย่างนี้ คนเดินทางไปไหนไม่ได้ คงจะฉลองคริสต์มาสกันอยู่ในบ้านแบบสมัยโบราณกัน มีการกินเลี้ยงกันภายในครอบครัว

ฝรั่งเขานิยมกินอะไรกันในคืนคริสต์มาส ?

พลตรี ม.ร.ว คึกฤทธิ์ ปราโมช เคยเขียนไว้ในคอลัมน์ “สยามรัฐหน้า 5” ฉบับวันที่ 26 ธ.ค 2515 ดังนี้

“วันที่เขียนบทความนี้เป็นวันคริสต์มาส เรื่องคริสต์มาสนี้ ผมถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องเล่นกับเด็ก เพราะเท่าที่ได้สังเกตมาเป็นเวลาหลายสิบปี เด็กไม่ว่าชาติไหนภาษาไหน ถ้าได้เล่นคริสต์มาสแล้วดูสนุกรื่นเริงเสียจริง ๆ แต่ในระยะหลังนี้ออกจะห่างเหินคริสต์มาสไปบ้าง เพราะขาดเด็กที่จะเล่นด้วย ลูกก็เติบโตเป็นผู้ใหญ่ไปแล้ว หลานก็ยังโตไม่ทัน แต่เมื่อก่อนถึงคริสต์มาสปีนี้ มีเด็กคนหนึ่งซึ่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่ผมเคยเล่นคริสต์มาสมาด้วย ได้มาถามว่า“พ่อ ปีนี้ไม่เล่นคริสต์มาสหรือ ?”ได้ยินเข้าดังนั้นก็เลยใจอ่อน รับปากว่าจะเล่นคริสต์มาสเมื่อคืนวันที่ 24 ธันวาคม ให้ไปตามเด็กรุ่นเดียวกันมาเถิด พอถึงวันมาชุมนุมกันเข้าจริง ๆ ผมก็เลยกลายเป็นเด็กกว่าเพื่อน เพราะเด็ก ๆ เมื่อหลายปีมาแล้ว บัดนี้ปรากฏว่าเป็นผู้ใหญ่อยู่ในวัยฉกรรจ์ มีการงานทำบึกบึนน่ากลัวทั้งนั้น ผมใช้คำว่าเล่นคริสต์มาสมาตลอด

ความจริงวันคริสต์มาสเป็นวันพระเยซูประสูติ แต่ทางฝ่ายไทยเราเรียกว่าตรุษฝรั่ง

คำว่าตรุษในภาษาไทยนั้น แปลว่าเทศกาลรื่นเริงเมื่อตอนสิ้นปีก่อนที่จะถึงปีใหม่ซึ่งจะต้องรื่นเริงกันอีก

ตรุษไทยนั้นตกอยู่ตอนปลายเดือนสี่ ซึ่งเป็นปลายปีของไทยในสมัยก่อน ส่วนสงกรานต์คือปีใหม่นั้นไปตกเอากลางเดือนห้า ซึ่งเป็นเดือนแรกของปี คนไทยโบราณเคยเล่นตรุษเล่นสงกรานต์กันมามาก การใช้คำว่าเล่นคริสต์มาสก็ดูเหมือนจะไม่ผิดนัก

เพราะในสายตาของคนไทย คริสต์มาสก็คือตรุษฝรั่ง

ถึงแม้จะมีความหมายในทางศาสนา ก็เป็นความหมายอันรื่นเริง ชวนให้เล่น และฝรั่งเองก็ดูเหมือนจะเล่นคริสต์มาสมากกว่าใครทั้งหมด ที่จะถือว่าเป็นเทศกาลทางศาสนาไปเข้าโบสถ์สวดมนต์นั้นมีน้อย ส่วนมากก็เล่นกันทั้งนั้น

เขาว่าเมื่อก่อนที่ฝรั่งจะยอมรับนับถือศาสนาพระคริสต์ ตรุษฝรั่งคือการรื่นเริงท้ายปี ก็ตกอยู่ในราว ๆ ปลายเดือนธันวาคมนี้

พวกแองโกล แซ็กซอน ซึ่งอยุ่ในอังกฤษในสมัยที่ฝรั่งยังนับถือผีสางนางไม้ เรียกเทศกาลตรุษนี้ว่า ยูล (Yule)

และในเทศกาลนี้ก็ได้เคยเลี้ยงดูกันเอิกเกริก ทั้งอาหารทั้งเหล้า ประกอบด้วยการร้องเพลงเต้นรำและแสดงไมตรีจิตต่อกันทั่วไป เพราะหน้าหนาวฝรั่งนั้นมันรุนแรงนัก คนที่ต้องทนกับหน้าหนาวฝรั่งมาหลายเดือนแล้ว พอถึงตอนท้ายหน้าหนาว ก็ย่อมจะดีใจว่าหมดเวรหมดกรรมกันเสียที และฉลองความสิ้นเวรสิ้นกรรมนั้นด้วยการรื่นเริงเอิกเกริกมาก

ผมคิดเอาเองว่า ถึงทุกวันนี้ฝรั่งส่วนใหญ่ก็ยังฉลองคริสต์มาสด้วยความรื่นเริงบันเทิงใจแบบนั้น มากกว่าที่จะนึกถึงศาสนาหรือนึกถึงพระเจ้า

การเล่นตรุษฝรั่งนั้นทำกันอย่างไร ?

ทำกันด้วยการกินอาหารให้มากที่สุดในรอบปี ทั้งของคาวและของหวาน

ด้วยการดื่มสุราเมรัยหลายอย่างต่างชนิดให้มากที่สุดที่จะมากได้

ด้วยการประดับประดาตกแต่งบ้าน ด้วยกิ่งไม้ของเขียว และผลไม้เท่าที่จะหาได้ในฤดูหนาว และด้วยการลากเอาขอนไม้ใหญ่ ๆ หรือซุงเข้ามาก่อไฟในบ้านให้เกิดความอบอุ่น เมื่อได้ทำดังนี้แล้ว ก็รวบรวมพวกพ้องวงศาคณาญาติเข้ามากินมาเล่นให้สนุกรื่นเริงทั่วกัน คนที่มีความสำคัญมากในตรุษฝรั่งก็คือเด็ก เพราะเด็กหมายถึงอนาคต การเล่นตรุษคือการส่งท้ายปีเก่าซึ่งหมายถึงอดีต แล้วเตรียมตัวไว้ต้อนรับอนาคต อนาคตก็คือเด็ก ฝรั่งจึงนิยมให้ของขวัญเด็กในเทศกาลนี้ การเลี้ยงดูกันในวันคริสต์มาสนั้น เขาทำกันเป็นงานหนักจริง ๆ เหมือนกับว่า ปีหนึ่งก้กินกันจริง ๆ สักครั้ง และกินกันอย่างไม่อั้น จะลองบรรยายการกินของฝรั่งในเทศกาลตรุษฝรั่งเมื่อสมัยครั้งบ้านเมืองฝรั่งยังดี เอาไว้ให้ดูดังต่อไปนี้เริ่มต้นด้วยซุบ ซึ่งมักจะทำด้วยสัตว์ป่า เช่น นกไก่ฟ้า ซุปนี้เป็นซุบข้นใส่แป้งใส่เหล้าเวลากินซุก็ต้องมีเหล้าไว้ซด ได้แก่เหล้าเชอรี่ หรือเหล้ามะเดียร่า ซึ่งเป็นเหล้าหวาน ถ้าเป็นคนมีฐานะดี ก่อนจะถึงซุบก็ต้องกินไข่ปลาคาเวียร์กับขนมปังปิ้ง ซดเหล้าแชมเปญเล่น คล่อง ๆ คอเสียก่อน”