ข่าวที่ชาวบ้านสุดเอือมระอาคือนักเรียนยกพวกตีกันและอีกสารพัดปัญหาของเด็กวัยรุ่น วัยใส วัยเกรียน วัยโจ๋ ฯลฯ ปัญหาของเด็กเป็นหนึ่งในปัญหาของชาติ เพราะ "เด็กวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า"เมื่อมีปัญหาไม่ว่า จะเป็นเด็กแว้น ติดสารเสพติด ยกพวกตีกันบาดเจ็บจนพิการและถึงแก่ชีวิต จี้ชิงทรัพย์ รวมทั้งการตั้งครรภ์และการทำแท้ง ปัญหาใหญ่ๆที่เกิดขึ้นนี้ต้องมองไปที่ครอบครัว ซึ่งเป็นต้นตอของปัญหา ประกอบกับวัยนี้ต่อมไร้ท่อผลิตฮอร์โมนที่สำคัญคือ ต่อมพิทูอิทารี(pituitary)เกี่ยวกับการเจริญเติบโต ต่อมอะดรีนอล(adrenal) เกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดและช่วยเพิ่มพลังยามตื่นเต้น ส่วนต่อมเพศ(gonads) ผลิตฮอร์โมนเพศเพื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ทำให้วัยรุ่นต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วกับการเปลี่ยนแปลง หลายคนโชคดีที่ผ่านช่วงวัยรุ่นมาได้อย่างราบรื่น แต่หลายคนมีบาดแผลทั้งทางร่างกายและจิตใจที่ติดตัวไปทั้งชีวิต

การผลิตฮอร์โมนเป็นเรื่องธรรมชาติจึงต้องทำความเข้าใจกับความเปลี่ยนเเปลง ส่วนบทบาทของครอบครัวเป็นเรื่องความรักความใส่ใจกัน ถ้าอยากให้ลูกหลานเป็นคนดี ควรให้เขาภูมิใจในสิ่งที่เป็น เปลี่ยนการตำหนิเป็นการให้กำลังใจ เพิ่มคำชม สร้างความมั่นใจเพื่อลดความรู้สึกที่เป็นปมด้อย ส่งเสริมให้สร้างปมเด่นในทางที่ดี สร้างภูมิคุ้นกันด้วยความรักในครอบครัวที่จะเป็นสายใยสำคัญช่วยเหนี่ยวรั้งจิตใจไม่ให้ทำในสิ่งที่ผิดบาป การนับอายุของวัยรุ่น ทางจิตวิทยาจะเริ่มนับจากวัยเจริญพันธุ์จนจบการศึกษา (ประมาณ 12-25 ปี)

จากสถิติพบว่าวัยที่มีปัญหาที่สุดคือช่วง15-20ปี อารมณ์ของวัยรุ่นมีทั้ง รัก อิจฉา โกรธ เกลียด ริษยา โอ้อวด แข่งดี ทิฐิ อ่อนไหว หลงใหล วุ่นวายใจ สับสน หงุดหงิด อารมณ์ทางเพศ ไม่ว่าจะมีอารมณ์ใด มักจะรุนแรง เปลี่ยนแปลงง่าย ยังไม่เข้าใจว่าความพอดีคืออย่างไร การควบคุมอารมณ์ไม่ดี มั่นใจตัวเองสูง วู่วาม เอาแต่ใจ มักมีความเห็นอกเห็นใจกันเป็นพิเศษ วัยรุ่นจึงเกาะกลุ่มกันได้ง่าย

วัยรุ่น (Adolescence)เป็นวัยที่มีความเปลี่ยนแปลงจึงเป็นที่มาของคำว่า "Storm and Stress" เป็นคำจำกัดความในเรื่องของอารมณ์เพราะคำว่า Storm คือพายุ Stress คือความตึงเครียดทางอารมณ์ หมายถึงความปรวนแปรของอารมณ์เปรียบเหมือนพายุที่มีกำลังแรง หากได้ใช้พลังมหาศาลนี้ไปในทางบวกจะเกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นด้านกีฬา หรือด้านที่สนใจ แต่ถ้าใช้พลังไปในทางลบก็จะสุดขั้วอาจทำในสิ่งผิดครรลอง ทั้งทางเพศและมั่วสุมกันทำอะไรก็ได้เพื่อสร้างความสนใจ และการยอมรับจากสังคม อยากเป็นฮีโร่เพื่อลบปมในจิตใจ แค่มองหน้าก็คิดว่าหาเรื่อง แท้จริงคืออยากมีเรื่องเพื่อแสดงออกให้เห็นความเหนือกว่าจึงเกิดการทำร้าย เข่นฆ่ากันได้ทุกเวลา จะมีอีกกี่ศพที่จะต้องสังเวยอารมณ์ วัยรุ่นที่ชอบสร้างปัญหามักมาจากครอบครัวที่มีปัญหา การขาดความรัก ความเอาใจใส่ ทำให้รู้สึกตนเองไม่มีค่า จึงต้องสร้างค่าให้ตนเองเพื่อให้พวกเดียวกันยอมรับ พวกเดียวกันจึงมักมีอะไรที่เหมือนกัน

มนุษย์ต้องการมีชีวิตรอดและต้องการการยอมรับ บางครั้งจึงต้องแลกด้วยชีวิต วัยรุ่นจะมีความสุขถ้าความต้องการได้รับการตอบสนองจึงจำเป็นต้องอยู่ในขอบเขตสายตาของผู้ใหญ่ ที่ให้คำแนะนำในสิ่งที่ถูกที่ควร เพราะสัญชาตญาณโหด (Brutal Instinct) นั้นมีในสมองของมนุษย์เหมือนสัตว์ร้ายผู้ล่า แต่มนุษย์ส่วนใหญ่ถูกกล่อมเกลาจากครอบครัว ศาสนา และการศึกษา ที่น่าแปลกใจเพราะสถานศึกษาบางแห่งเปิดช่องว่าง เป็นการเปิดโอกาสให้สัญชาตญาณโหดที่ถูกซ่อนเร้นไว้ออกมาทำร้ายผู้อื่น กฎหมายอาจลงโทษไม่ได้ แต่กฎแห่งกรรมจะตามล่าหลอกหลอนจิตใจไปชั่วชีวิต

วัยรุ่นทั้งหลายลองไตร่ตรองให้ดี อนาคตยังอีกยาวไกล ความสง่างามของมนุษย์นั้นอยู่ภายในจิตใจ(Inner) ส่วนเสื้อผ้าการแต่งกาย เครื่องหมาย เครื่องแบบ เป็นเพียงอาภรณ์ห่อหุ้ม ผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ควรจะคอยดูแล ไม่ควรส่งเสริมให้เด็กทำอะไรได้ตามอำเภอใจเพราะวุฒิภาวะของเด็กอาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อย่าให้ใครมาตำหนิว่า "คบเด็กสร้างบ้าน" เพราะอาจจะพังได้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง เด็กทำผิดผู้ใหญ่ไม่ควรแก้ต่าง แต่ผู้ใหญ่ต้องรับผิดชอบหาแนวทางแก้ไขและต้องไม่เป็นต้นแบบที่ผิดเพี้ยน เพราะเด็กถูกสอนว่า"เดินตามหลังผู้ใหญ่ หมาไม่กัด" ในเมื่อผู้ใหญ่ยังไม่รู้ความถูกหรือผิดแล้วจะไปโทษเด็กได้อย่างไร??

รศ.วันทนา จันทพันธ์ อดีตอนุกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรีฯ วุฒิสภา