ตามนโยบายของรัฐบาล ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรม ที่กระทำความผิด และส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติการณ์ใช้โทรศัพท์ หลอกลวงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นหรือกลุ่มแก๊งค์ Call Center มีพฤติการณ์ใช้โทรศัพท์หลอกลวง ประชาชนทั่วไป และมีผู้หลงเชื่อจนเป็นเหตุให้เกิดความสูญเสียทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก

​พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จึงมีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจทุกหน่วยในสังกัดดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มผู้กระทำความผิดมาดำเนินการตามกฎหมาย และขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการตลอดจน วิเคราะห์แผนประทุษกรรมของกลุ่มคนร้าย เพื่อหามาตรการในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน โดยมีคำสั่งแต่งตั้ง พนักงานสืบสวนสอบสวนตามคำสั่ง ตร.ที่ 683/2560 ให้พนักงานสืบสวนสอบสวนมีอำนาจหน้าที่ในการสืบ สวนสอบสวนความผิดเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์ฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นผู้อื่น (แก๊งค์ Call Center) และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมอบหมายให้ พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ รรท.ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.เป็นหัวหน้า พนักงานสืบสวนสอบสวน ผู้ควบคุมการปฏิบัติ ซึ่งได้มีปฏิบัติการในส่วนกลางไปแล้ว 3 ครั้งนั้น

ตำรวจภูธรภาค 5 โดย พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 ได้สั่งการให้ บก.สส.ภ.5 เข้าสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายแก๊ง Call Center ที่ก่อเหตุหลอกลวงประชาชนในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 5 เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร่งด่วน พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบก.สส.ภ.5 ได้ เข้าสืบสวนติดตามรวบรวมพยานหลักฐานจาการรับแจ้งเหตุการใช้โทรศัพท์ฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็น ผู้อื่นในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 5 จำนวน 18 คดี สามารถรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับได้ จำนวน 33 หมายจับ

วันพฤหัสบดี 7 ธ.ค.2560 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร., พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ รรท.ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.,พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี รรท.ผบช.ทท.,พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น., พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร รรท.รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.รอง ผบช.ทท., พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รรท.รอง ผบช.สกบ., พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารณชัย รรท.รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง รรท.ผบก.ทท.1,พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผบก.ปอศ., พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษณ์รรท.ผบก.สปพ. พ.ต.อ.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา รรท.ผบก.ปอท. ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก บช.ทท., บช.น. โดย บก.สปพ. และ บก.สส., ตำรวจภูธรภาค 5, ตำรวจภูธรภาค 6 โดย กก.วิเคราะห์ข่าว และ บช.ก. โดย บก.ปอศ. และ บก.ปอท. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ปปง. เข้าตรวจค้นเป้าหมาย ร่วมทั้งสิ้น 24 จุด ในพื้นที่ ตำรวจภูธรภาค 5 จำนวน 22 จุด และพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 2 จุด สามารถจับกุมผู้ต้องหา ในข้อหา “ฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น”, “ร่วมกันใช้หรือมีไว้เพื่อนำออกใข้ซึ่งบัตร อิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นฯ” ตามหมายจับ จำนวน 18 ราย

1.ระดับสั่งการ จำนวน 1 ราย ได้แก่ นายอภิชาติ กัณตวิสิฐ สัญชาติไทย หมายจับเลขที่ จ.673/2560
​2.ระดับคนดูแลคอลเซ็นเตอร์ จำนวน 2 ราย ได้แก่ นายบุญส่ง คำตัน สัญชาติไทย หมายจับเลขที่ จ.674/2560
​​(2) นายแสงเมือง ลุงออ สัญชาติไทย หมายจับเลขที่ จ.500/2560
​3.พนักงานคอลเซ็นเตอร์ จำนวน 15 ราย ได้แก่
​​นายนฤพล พันจันทร์ หมายจับเลขที่ จ.679/2560
​​นายพงษ์พิพัฒน์ อนุแก้ว หมายจับเลขที่ จ.696/2560
​​นางสาวศรัญญา สุขแก้ว หมายจับเลขที่ จ.676/2560
​​นางสาวพิศลยา คำมูล หมายจับเลขที่ จ.678/2560
​​นางสาววัชรา ศรีพายัพ หมายจับเลขที่ จ.677/2560
​ส.ต.พงศกร ต๊ะนนท์ หมายจับเลขที่ จ.680/2560
​นายศราวุฒิ มหาวรรณ หมายจับเลขที่ จ.690/2560
​​นายสรวิศ เลาจัง หมายจับเลขที่ จ.683/2560
​​นายพายุ เหล่าเจริญจริง หมายจับเลขที่ จ.700/2560
​​นายไพศาล เลาหมี่ หมายจับเลขที่ จ.684/2560
​​นางสาวปติญญา มหาวรรณศรี หมายจับเลขที่ จ.686/2560
​​นางสาวดวงใจ เชียงชุม หมายจับเลขที่ จ.675/2560
​นางสาวดวงตา เลายี่ปา หมายจับเลขที่ จ.682/2560
​​นายเอกรินทร์ เชาว์อมรพันธุ์ หมายจับเลขที่ จ.688/2560
​​นายวรากรณ์ วัฒนถิ่นเขาน้อย หมายจับเลขที่ จ.694/2560
​ในข้อหา “มีไว้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบฯ” จำนวน 3 ราย
​​นายลิน จีนา เว่ย (Mr.Lin Jena-wei) สัญชาติไต้หวัน Passport No.314804715 (และ “อยู่ในราชอาณาจักรโดยสิ้นสุดระยะอนุญาต”)
​​นายซู โป ชู (Mr.Su Po-Chou) สัญชาติไต้หวัน Passport No.315180695
​​นายทัง เกียว ยู (Mr.Tang Kuo-Yu) สัญชาติไต้หวัน Passport No.300851792

“จากการสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มผู้ร่วมกระทำความผิดจากการปฏิบัติการ ทั้ง 4 ครั้ง สามารถขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการได้ 146 หมายจับ จับกุมได้ 98 หมายจับ ผู้ต้องหาอยู่ต่างประเทศ 7 หมายจับและอยู่ระหว่างสืบสวนติดตามจับกุม 41 หมายจับ”