จบลงด้วยดี แฮปปี้เอ็นดิ้ง แบบวิ้งๆ วินๆ ไปด้วยกันทั้งสองฝ่าย

สำหรับ การเจรจาระหว่างตัวแทนสองชาติเกาหลีถิ่นโสม นั่นคือ “เกาหลีเหนือ” นิกเนม “โสมแดง” กับ “เกาหลีใต้” ฉายา “โสมขาว” เมื่อกลางสัปดาห์นี้ ซึ่ง “รัฐบาลเปียงยาง” อันเป็นทางการของโสมแดง ภายใต้การนำสูงสุดของ “นายคิม จอง-อึน”ตอบรับ “เทียบเชิญ” จากทางฝั่ง “รัฐบาลโซล” ทางการของโสมขาว ที่มีประธานาธิบดี “มุน แจ-อิน” เป็นผู้นำและมีนโยบาย “ญาติดี” ต่อเกาหลีเหนือ หลังจากทอดไมตรีเชื้อเชิญไปเมื่อช่วงท้ายปีก่อน

สถานที่เจรจา ก็มีขึ้น ณ “เรือนสันติภาพ” หรือ “พีซเฮาส์ (Peace House)” ซึ่งตั้งอยู่ใน “พื้นที่ความมั่นคงร่วม” หรือ “เจเอสเอ : จอยน์ต ซีคิวริตี แอเรีย (JSA : Joint Security Area)” ใน “เขตปลอดทหาร” หรือ “ดีเอ็มแซด (Demilitarized Zone)” อีกที ทั้งนี้ พื้นที่ข้างต้นก็อยู่ในอาณาบริเวณของหมู่บ้านปันมุนจอม ระหว่างพรมแดนเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้

ตัวแทนเจรจาก็ประกอบด้วยฝ่ายละ 5 คน ซึ่งทางฟากเกาหลีเหนือ ก็นำโดย “รี ซอน-กวอน” พันเอกอาวุโสแห่งกองทัพประชาชนเกาหลี ขณะที่ ทางฝั่งเกาหลีใต้ ก็นำโดย “โช มย็อง-กย็อน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้

เมื่อเอ่ยชื่อของนายโช มย็อง – กย็อน แล้ว ก็ต้องบอกว่า มีประสบการณ์เจรจาไกล่เกลี่ยกับตัวแทนของทางการเกาหลีเหนือมาแล้ว เรียกว่า ไม่ใช่มือใหม่หัดขับ สำหรับ กิจกรรมการทูตฟื้นสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือคู่ปรปักษ์หนนี้

ทั้งนี้ ก็เป็นไปตามหมุดหมายของทางฝั่งเกาหลีใต้ ในฐานะผู้ทอดไมตรี ที่ต้องการประสบความสำเร็จในภารกิจรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือ ซึ่งห่างหายจากโต๊ะเจรจาระหว่างกันนานถึง 2 ปีกว่า คือ นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2558

เรียกว่า เป็นการเจรจากันครั้งแรกของสองชาติเกาหลีในรอบกว่า 2 ขวบปีกันเลยทีเดียวก็ว่าได้

อย่างไรก็ตาม ทางเกาหลีใต้ ก็มีวิธีการขั้นตอนของการรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือครั้งประวัติศาสตร์รอบนี้ ที่ประชาคมโลกต้องจับตาจ้องมอง

เบื้องต้นของ “สะพานไมตรี” ที่ทางเกาหลีใต้ยื่นทอดออกไปเพื่อรื้อฟื้นความสัมพันธ์หลังจากห่างหายกันไปตลอดช่วง 2 ปีกว่าที่ผ่านมานั้น ก็คือ การใช้ “กีฬาๆ เป็นยาวิเศษ” นี่เอง

นั่นคือ เชื้อเชิญให้เกาหลีเหนือเข้ามามีส่วนร่วมในการแข่งขัน “มหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว” ครั้งที่ 23 ประจำปี 2018 (พ.ศ. 2561) ที่ครั้งนี้เมืองพย็องซัง ใน จ.ควังว็อน ของเกาหลีใต้ รับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 9 – 25 กุมภาพันธ์เดือนหน้านี้

ก็เป็นไปตามความคาดหมายของเกาหลีใต้ ตลอดจนบรรดานักวิเคราะห์ทั้งหลาย ที่ระบุว่า เกาหลีเหลือสนใจที่จะเข้าร่วมมหกรรมกีฬาของมนุษยชาติในรายการนี้แน่ เพื่อเป็นหนทางฝ่าแนวปิดล้อมจากมาตรการคว่ำบาตร หรือแซงก์ชันทางเศรษฐกิจ ที่ทางคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอสซี ลงดาบกระหน่ำโทษ ตอบโต้ที่เกาหลีเหนือฝ่าฝืนคำสั่งห้าม ไปทดลองขีปนาวุธและระเบิดนิวเคลียร์เข้า

ยุทธวิธีฟื้นฟูความสัมพันธ์ ทางการเกาหลีใต้ ก็มิได้หาญหักโหมในปฐมบทแรกของการเจรจาครั้งนี้เท่าใดนัก โดยตามการเปิดเผยของ “นายชุน แฮ-ซ็อง” ซึ่งดำรงตำแหน่ง “รัฐมนตรีช่วยกระทรวงรวมชาติเกาหลี” และเป็น1 ใน 5 ของทีมตัวแทนการเจรจาในครั้งนี้ด้วยนั้น ได้ระบุว่า ใช้วิเทโศบายแบบค่อยเป็นค่อยไป เหมือนกับตักอาหารช้อนแรกแบบไม่ต้องเต็มช้อน ให้พร่องช้อนบ้างก็ได้ แล้วป้อนเข้าปาก มิเช่นนั้นก็อาจจะหกเลอะเทอะได้

และก็ต้องบอกว่า สัมฤทธิ์ผลไม่บันเบา เพราะทางเกาหลีเหนือตอบรับ ด้วยการรับปากให้คำมั่นว่าจะส่งนักกีฬาเข้าร่วม โดยที่แน่ๆ เตรียมตัวมาได้เลย ก็เป็นนักกีฬาสเก็ตลีลาน้ำแข็งคู่ขวัญชื่อดังของเกาหลีเหนือ

นั่นคือ “รย็อม แต – อ๊ก” กับ “คิม จู - ซิก”

นอกจากนี้ ทางการเกาหลีเหนือ ก็จะส่งกองเชียร์ ผู้สื่อข่าว และคณะผู้สังเกตการณ์ ร่วมมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว “พย็องซังเกมส์” ในครั้งนี้ด้วย

ใช่แต่เท่านั้น คณะตัวแทนการเจรจาของทางฟากเกาหลีใต้ ก็ยื่นข้อเสนอไมตรีไปอีกระดับ อันได้แก่ การเจรจาทางทหาร ด้วยคณะตัวแทนทางการทหารระดับสูง เบื้องต้นทั้งสองฝ่ายตกลงที่ต่อฮอตไลน์สายด่วนระหว่างกองทัพ นอกจากนี้ ในลำดับถัดไป ก็จะมีการสรรค์สร้างโอกาส จัดอีเวนต์ “พบญาติ” ระหว่างประชาชนของสองเกาหลี ที่มีกระจัดพลัดพรากกันไปตั้งแต่สมัย “ไฟสงครามเกาหลี” โหมลุกโชน เมื่อช่วงทศวรรษที่ 2490 จนประชาชนชาวเกาหลี โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อยู่ในพื้นที่สู้รบ กระสุนตก ต้องอพยพออกจากบ้านเรือนแยกย้ายหาที่หลบภัย ทั้งในฟากฝั่งของเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้

ท่ามกลางความคาดหมายว่า อีเวนต์ “พบญาติ” ที่จะมีขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีน อันเป็นห้วงเวลาเดียวกับกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว “พย็องซังเกมส์” นั้น จะยิ่งช่วยเหลือเสริมสร้างความสัมพันธ์สองเกาหลีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ทว่า อย่างไรก็ดี เมื่อเอ่ยถึงประเด็นการปลดอาวุธนิวเคลียร์แล้ว ปรากฏว่า คณะตัวแทนเจรจาของทางฟากฝั่งเกาหลีเหนือยังคงนิ่งเงียบ ซึ่งก็เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่า ประเด็นเรื่องอาวุธมหาประลัยนี้ต้องเก็บเข้าลิ้นชักไปก่อน

ทั้งนี้ เรื่องอาวุธนิวเคลียร์ ตลอดจนขีปนาวุธสารพัดเวอร์ชันของเกาหลีเหนือนั้น ทางประชาชนชาวเกาหลีใต้ที่ยืนข้างอีกฟากความคิดแตกต่างจากรัฐบาลโซลชุดปัจจุบัน ยังถือเป็นประเด็นร้อน ได้จัดการชุมนุมประท้วงกันอยู่เนือง แม้กระทั่งการเจรจาเพื่อรื้อฟื้นความสัมพันธ์ของสองชาติเกาหลีหนนี้ด้วย