การผลิตในภาคเกษตรกรรมของประเทศไทยส่วนใหญ่ยังมิได้ใช้เทคโนโลยีมาก จึงยังเป็นการใช้แรงงานแบบดั้งเดิม สถานการณ์แรงงานในภาคอุตสาหกรรมกับเกษตรกรรมจึงมีความขัดแย้งกัน ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมาการจ้างงานในภาคเกษตรมีความผันผวนเป็นอย่างมาก มีการเคลื่อนย้ายแรงงานระหว่างสาขาการผลิตเห็นได้ชัดเจนในหลายช่วงเวลา แรงงานภาคเกษตรกรรมได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติและแรงดึงดูดจากการยกระดับภาคอุตสาหกรรมที่ดึงแรงงานไว้ในการใช้นโยบายค่าจ้าง 300 บาทที่ส่งผลให้แรงงานบางส่วนเข้ามาทำงานในภาคอุตสาหกรรมและบริการจำนวนมากหลังปี 2555 ส่งผลภาคเกษตรกรรมแรงงานลดลง

ปี 2561 นี้ แรงงานภาคอุตสาหกรรมคงต้องการเพิ่มค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ ซึ่งก็จะกระทบถึงการผลิตในภาคการเกษตรด้วย เนื่องจากรายได้จากผลผลิตการเกษตรไม่เพิ่มขึ้น และสินค้าเกษตรปฐมภูมิบางชนิดกลับราคาตกต่ำลง ซ้าร้ายหลายท้องที่ก็มีภัยธรรมชาติรุนแรง

พูดตรง ๆ ก็คือ การผลิตทางการเกษตรมีกำไรน้อย หรือกระทั่งขาดทุนย่อยยับ เมื่อต้องจ่ายค่าแรงงานสูงขึ้น เกษตรกรที่ต้องจ้างแรงงานจึงจะเดือดร้อนขึ้น

แรงงานเกษตรกรรมน้อยลง ยังใช้แรงงานผู้สูงอายุ แม้จะมีการสนับสนุนเสริมคนรุ่นใหม่เข้าสู่เกษตรกรรมมากขึ้น แต่เนื่องจากสังคมไทยในอนาคตอีกไม่ถึง 20 ปี โครงสร้างประชากรก็จะเปลี่ยนแปลงกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุแท้จริง ถึงตอนนั้นในชนบทก็จะยิ่งขาดแคลนแรงงานภาคเกษตรกรรม

ตลาดแรงงานจะมีภาพขัดแย้งเรื่องค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ ระหว่างแรงงานภาคเกษตรกรรมกับภาคอุตสาหกรรม และจะมีภาพขัดแย้งเรื่องการมีงานทำและภาวะตกงาน คือมีการขาดแคลนแรงงานระดับล่าง แต่เด็กไทยที่เรียนจบปริญญาไม่มีงานทำ ภาพความขัดแย้งนี้ อาจพัฒนาจนเป็นปัญหาใหญ่ได้ในอนาคตอันใกล้นี้

ด้านแรงงานนอกระบบ เป็นคนทำงานที่รอความหวังที่จะได้รับสวัสดิการที่เป็นธรรม คือรายได้ไม่แน่นอน ไม่เพียงพอ ไม่มีเงินออมที่เพียงพอและไม่ยั่งยืนต้องได้รับการดูแลจากภาครัฐ ยกเลิกข้อยกเว้นอันพึงได้จากประกันสังคมภาคบังคับและกองทุนเงินทดแทนเพื่อให้เป็นสวัสดิการถ้วนหน้า และพวกที่อยู่ในวัยทำงานต้องหาวิธีประกันรายได้ให้อย่างน้อยไม่ตำกว่าเส้นความยากจน คือ 2,450 บาทต่อคนต่อเดือน ผู้สูงอายุที่มีรายได้จากทุกแหล่งน้อยไม่ถึง 30,000 บาทต่อปี หรือ 2,500 บาทต่อเดือน ต้องได้รับการสนับสนุนเพิ่มรายได้ให้ถึง 2,500 บาททุกคน เพื่อไม่ให้ต่ำกว่าเส้นความยากจน และผู้สูงอายุ 0-15 ปี ต้องได้รับการดูแลจากรัฐ และครอบครัวให้เติบโตและได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพทุกคน

ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมคนสูงอายุ ต้องมีการปฏิรูประบบประกันสังคมให้มีความยืดหยุ่นและได้รับประโยชน์ทดแทนที่ดีในระหว่างทำงาน และเมื่อเกษียณอายุมีเงินบำนาญชราภาพต่อเดือนไม่น้อยกว่าเส้นความยากจน รัฐต้องสนับสนุนแรงงานสามารถทำงานให้ได้อย่างน้อย 60 ปี เพื่อบรรเทาปัญหาแนวโน้มกำลังแรงงานลดลงและขาดแคลนแรงงาน ปฏิรูปกฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำและกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ควรสร้างวินัยการออมเสียตั้งแต่เริ่มทำงาน โดยอาจจะบังคับให้ทุกสถานประกอบการต้องมีกองทุน Provident Funds เพื่อเก็บออมเอาไว้ใช้เป็นเงินบำนาญ และเร่งรัดพัฒนาแรงงานเชิงคุณภาพ หรือเชิงสมรรถนะที่สอดคล้องกับแนวโน้มใหม่ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 20 ปี แผนแรงงาน 20 ปี และแผนพัฒนาไทยแลนด์ 4.0