ทองแถม นาถจำนง

มหาสถูปเจดีย์โบราณที่อ้างกันว่าบรรจุพระบรมสารีริกธาตุพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นมีอยู่มากมายแต่จุดที่มีพระบรมสารีริกธาตุพระพุทธเจ้าอยู่แท้จริงนั้น คงมีน้อยเหลือเกิน หริออาจไม่มีเลย

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยเราก็โชคดี ที่มีพระบรมสารีริกธาตุอันมีหลักฐานแน่ชัดว่า มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นพระบรมสารีริกธาตุพระพุทธเจ้าแท้จริง

พระบรมสารีริกธาตุที่ประดิษฐสถานบนยอดภูเขาทองครับ

ม.ร.ว คึกฤทธิ์ ปราโมช เขียนไว้ในสารคดีเรื่อง “บุกภูเขาทอง” (หนังสือ “คึกฤทธิ์ว่า”) ท่านที่ทราบเรื่องพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าบนภูเขาทองแล้ว ก็อย่าข้ามไป เชิญอ่านสักหน่อย เพราะบทสารคดีเรื่อง “บุกภูเขาทอง” ชิ้นนี้หาอ่านได้ยากนะครับ

“พูดไปพูดมาก็ออกนอกภูเขาทองไปเสียตั้งไกลทั้งเวลาและสถานที่ ขอวกกลับมาหาภูเขาทองใหม่ บนยอดภูเขาทองนั้นมีพระสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สังเกตดูวันหนึ่ง ๆ คนขึ้นไปนมัสการเบียดกันแออัดจนไม่มีทางขึ้นทางลง ภายในคูหาบนยอดภูเขาทองนั้น ก็มีแต่ควันธูปควันเทียนจนลืมหูลืมตาไม่ขึ้น ทั้งนี้ก็ไม่น่าอัศจรรย์ ทั้งนี้เพราะพระบรมสารีริกธาตุที่อยู่บนยอดภูเขาทองนั้น แปลกกว่าพระบรมสารีริกธาตุองค์อื่น ๆ ในประเทศไทย กล่าวคือพระบรมสารีริกธาตุองค์อื่น ๆ นั้น ถึงแม้จะมีลักษณะต้องตรงตามพระบาลีอย่างใดก็ตาม ก็ไม่มีใครยืนยันได้ว่าเป็นกระดูกคน แต่พระบรมสารีริกธาตุที่อยู่บนยอดภูเขาทองนั้น นักวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์แล้วและยืนยันว่าเป็นกระดูกคนที่เผาแล้วอย่างแน่นอนไม่มีปัญหา

พระบรมสารีริกธาตุองค์นี้ ลอร์ดเคอร์ซัน อุปราชเมืองอินเดียได้ขุดพบในพระเจดีย์โบราณ พระบรมธาตุนั้นมีอยู่หลายชิ้น บรรจุไว้ในสถูปหินโบราณอีกชั้นหนึ่ง และมีถ้อยคำจารึกไว้ แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า เป็นกระดูกของพระสมณะโคดม ซึ่งเป็นพระญาติของพวกศากยะ

ลอร์ดเคอร์วันเห็นว่าเป็นของสำคัญ ไม่ควรจะนำไปไว้ในพิพิธภัณฑ์ใด ๆ แต่เป็นของคู่บารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ห้า ซึ่งทรงเป็นพุทธศาสนูปถัมภกแต่พระองค์เดียว เพราะประเทศไทยเป็นเอกราช จึงได้ส่งพระบรมสารีริกธาตุเข้ามาทูลเกล้า ฯ ถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ เจ้าพระยายมราช ออกไปเป็นแม่กองรับพระบรมสารีริกธาตุ แห่เข้ามาจากปากน้ำสู่พระนคร ในขบวนที่ไปนั้นมี พระวิทยุกิจบรรหาร ติดตามท่านเจ้าพระยายมราชออกไปที่ปากน้ำด้วย

พระวิทยุฯ ได้เล่าให้ข้าพเจ้าฟังว่า เมื่อท่านเจ้าคุณยมราชได้รับพระบรมสารีริกธาตุมาจากฝรั่งผู้นำเข้ามาแล้ว ท่านก็ได้เชิญพระธาตุนั้นมาตั้งไว้ในที่บูชาอันควรภายในห้องที่พักบนเรือ เตรียมการไว้ว่าในวันรุ่งขึ้นจะได้แห่พระบรมธาตุมาสู่พระนครโดยทางเรือ เวลานั้นเย็นมากแล้ว เกือบจะพลบค่ำแล้ว เจ้าคุณยมราชรู้สึกเหน็ดเหนื่อยที่ได้ตรากตรำมาทั้งวัน ท่านจึงเข้าไปพักผ่อนอยู่ในห้องที่ไว้พระบรมธาตุ ส่วนคุณพระวิทยุฯ นั้นนั่งเล่นอยู่ที่ระเบียงหน้าห้อง สักครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงท่านเจ้าคุณร้องเรียกด้วยเสียงอันดัง พระวิทยุฯตกใจจึงถลันเข้าไปในห้องทันที ก็พอได้เห็น พระบรมสารีริกธาตุสำแดงปาฏิหาริย์สว่างไสวไปทั้งห้อง เป็นแสงพวยพุ่งออกมาจากที่บูชาที่ประดิษฐานพระบรมธาตุ สักครู่หนึ่งแสงสว่างนั้นก็หายไป ปรากฏว่าเจ้าคุณยมราชถึงกับสิ้นสติแน่นิ่งไปชั่วครู่ แสดงว่าพระบรมสารีริกธาตุนี้พอได้ถึงดินแดนไทยอันเป็นที่ตั้งของพระบวรพุทธศาสนา ก็สำแดงปาฏิหาริย์ให้ปรากฏเห็นเป็นมหามงคลนิมิตร์มหัศจรรย์

คำที่จารึกรอบพระสถูปที่บรรจุพระบรมธาตุนั้นมีนักปราชญ์ฝรั่งเขาว่ายังเป็นปัญหา เพราะตามไวยากรณ์ภาษาแขกโบราณนั้น อาจแปลได้สองทาง คือแปลว่า กระดูกของพระสมณะโคดม ผู้เป็นญาติของตระกูลศากยะ ก็ได้ หรือจะแปลว่า กระดูกของพวกศากยะซึ่งเป็นญาติของพระสมณะโคดม ก็ได้อีกเหมือนกัน จึงเป็นอันไม่ทราบแน่ว่าจะเป็นกระดูกของใคร แต่สำหรับเรา ๆ ซึ่งเป็นพุทธมามะกะ เมื่อได้คำนึงถึงปาฏิหาริย์ของพระบรมธาตุดั่งที่ท่านผู้ใหญ่ได้เล่าให้ฟังแล้ว ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร และในที่สุดถึงแม้ว่ากระดูกนั้นจะเป็นกระดูกของศากยะวงศ์ ก็ยังนับว่าเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกันกับองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ควรแก่การเคารพบูชาอยู่ จะน่ารังเกียจก็หาไม่

เมื่อได้พูดมาถึงเพียงนี้ ก็จะต้องยอมรับว่า สำหรับตัวผู้เขียนเองนั้น ปีนี้ขึ้นภูเขาทองไม่ไหว นมัสการด้วยใจรำลึกถึงพระพุทธคุณอยู่ที่หน้าโรงกลเซี่ยงไฮ้เชิงบรมบรรพตนั้นแล”

พระบรมสารีริกธาตุที่ลอร์ดเคอร์ซัน Lord Curzon ข้าหลวงอินเดียทูลเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ เมื่อ พ.ศ 2442 นั้น พบในสถูป Piprawa แห่งกรุง กบิลพัสดุ์ โดย Mr. W.C. Pepe ขุดค้นพบใน พ.ศ 2441

สถูป Piprawa เมืองกบิลพัสดุ์ Kapilavastu ใกล้พรมแดนระหว่างอินเดียกับเนปาล พระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานอยู่ลึกลงไปใต้สถูปมาก มีสภาพที่ดีและมีอักษรจารึกไว้