เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 11 ม.ค. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. พล.ต.ท.ชินทัต มีศุข รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เดินทางลงพื้นที่ สน.บางซื่อ เพื่อตรวจสอบติดตามความพร้ทท์อมในการนำกล้องเรียลไทม์ SAS System มาทดลองใช้ในช่วงงานวันเด็กแห่งชาติ ในวันเสาร์ที่ 13 ม.ค.2561 ที่จะถึงนี้ โดยเทคโนโลยีดังกล่าว ได้รับความร่วมมือจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งกล้องตัวนี้ สามารถถ่ายทอดจากสถานการณ์จริง และสามารถตอบโต้กันได้ จะได้นำมาใช้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สืบสวน และจราจร เป็นนวัตกรรมใหม่ในการตรวจสอบที่เกิดเหตุ ทำให้ผู้ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเกิดความสบายใจไม่มีการกลั่นแกล้ง ตำรวจก็ทำงานอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายซึ่งเป็นประโยชน์ทั้งสองฝ่าย

โดยในขณะที่กำลังทดสอบใช้กล้องอยู่นั้น พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติฯ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน สน.บางซื่อ นำโดย ร.ต.อ.วัฒนา อ่อนเลิศ รอง สว.สส.สน.บางซื่อ นำกล้องดังกล่าว ออกไปปฏิบัติงานนำหมายเข้าตรวจค้น ภายในห้องพักของอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ในซอยอินทามระ 29 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ ในคดีหมายจับค้างเก่า คดีอาวุธปืน พร้อมควบคุมสั่งการ ชุดสืบสวนเข้าปฏิบัติงาน โดยกล้องดังกล่าว ได้ถ่ายทอดสดสถานการณ์ ให้คนที่อยู่ในห้องประชุมได้เห็นเหตุการณ์ตลอดเวลา จนสามารถตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางอาวุธปืน .38 และเครื่องกระสุนปืน ก่อนตรวจยึดนำมาตรวจสอบเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

โดย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า เบื้องต้นกล้องดังกล่าว ได้ทดลองใช้ในเขตนครบาลพื้นที่ สน.บางซื่อ รวมถึง สน.มีนบุรี และ สน.คันนายาว ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าว เป็นการถ่ายทอดสด ผู้บังคับบัญชาที่ควบคุมอยู่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สามารถทราบได้ว่า ผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ตรงไหน สถานการณ์เป็นอย่างไร กล้องดังกล่าวเป็นทั้งกล้องถ่ายทอดสด และบันทึกภาพ

เบื้องต้นจะทดลองใช้ จำนวน 16 เครื่อง โดยการการทำงานของกล้อง SAS จะส่งสัญญานภาพสด เสียง ตำแหน่ง ผ่านเครือข่ายไร้สายมือถือ 4G LTE ไปยังเซิฟเวอร์ สัญญาณดังกล่าวจะส่งต่อมายังศูนย์บัญชาการ ศูนย์บัญชาการ สามารถสื่อสารกลับไปยังเจ้าหน้าที่สายตรวจได้ทั้งภาพและเสียง แม้ในเวลากลางคืนก็ไม่มีปัญหาเพราะเป็นกล้องอินฟาเรดมองเห็นได้ระยะ 10 เมตร มีไฟฉายในตัว รัศมีครอบคลุมทั่วประเทศที่มีสัญญาณมือถือ