ดีเอสไอสนธิกำลังหลายหน่วยงาน ลุยค้นอาบอบนวด วิคตอเรียซีเครท หลัง “มูลนิธิพิทักษ์สตรี”แจ้งเบาะแสลวงสาวชาวเมียนมาค้าประเวณี ผงะพบหญิงสาวต่างด้าวและสาวไทย 80 คน ไม่มีบัตรประชาชน เตรียมประสาน ป.ป.ง.-ปปท.ตรวสอบเส้นทางการเงินและบัญชีส่วยจ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 12 ม.ค.61 พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นำกำลังเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร กอ.รมน. ตำรวจสน.วังทองหลาง และเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง ร่วมกันนำหมายค้นศาลอาญาเลขที่ 5/2561 เข้าตรวจค้น สถานบริการอาบอบนวด วิคตอเรียซีเครท เลขที่ 555 ซอยศูนย์วิจัย 4 ถนนพระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. หลังได้รับการร้องเรียนว่า สถานบริการดังกล่าวมีการลักลอบค้าประเวณีเด็กอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี

ที่เกิดเหตุเป็นตึกสูง 5 ชั้น บริเวณชั้น 1-2 เป็นห้องสำหรับลูกค้าเข้ามาใช้บริการเลือกหญิงสาว ส่วนชั้น 3-5 เปิดเป็นห้องพักจำนวน 200 ห้อง ภายในมีเฟอร์นิเจอร์และอ่างอาบน้ำ ขณะเข้าตรวจค้นพบมีนักท่องเที่ยวเข้าไปใช้บริการอยู่เป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงสั่งยุติทุกอย่าง และเชิญออกนอกพื้นที่ ซึ่งสามารถควบคุมหญิงให้คอยบริการไว้ได้ทั้งหมด 80 คน ไม่ทราบสัญชาติและอายุ และไม่พบบัตรประจำตัว หรือพาสปอร์ต นอกจากนี้ยังสามารถจับกุม นายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ อมรรัตนสิริ อายุ 55 ปี หัวหน้าเชียร์แขก อยู่บ้านเลขที่ 210/7 ซอยนวลจิตร แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม.ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ 26/2561 ลงวันที่ 8 ม.ค.61 ในฐานความผิดข้อหาค้าประเวณี จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปสอบปาก

ด้าน พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากได้รับการร้องของมูลนิธิพิทักษ์สตรี ให้เข้าช่วยเหลือเหยื่อที่เป็นเด็กหญิงชาวเมียนมา ทางดีเอสไอ.จึงดำเนินการสอบสวนและรับเป็นคดีพิเศษที่ 43/2560 โดยพฤติการณ์ทางคดี เป็นการกระทำความผิดในลักษณะที่มีความเกี่ยวข้องกันระหว่างประเทศไทย เมียนมา-มาเลเซีย มีการนำพาเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้ามาค้าประเวณีในประเทศไทย เริ่มจากการนำเข้ามาขายบริการให้เปิดบริสุทธิ์ ก่อนที่จะนำมาค้าประเวณีที่สถานที่ดังกล่าว ซึ่งเข้าลักษณะความผิดค้ามนุษย์

ทางอัยการสูงสุดได้มอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ พร้อมแต่งตั้งพนักงานอัยการร่วมสอบสวนกับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งจากการตรวจค้นพบว่าสถานบริการดังกล่าวมีใบอนุญาตประกอบการถูกต้อง แต่มีการลักลอบค้าประเวณี

พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนของดีเอสไอ.มีข้อมูลชัดเจนถึงกลุ่มผู้กระทำผิด อันนำไปสู่การขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหารวม 7 ราย คือนายบุญทรัพย์ ทำงานอยู่ในวิคตอเรียซีเครท ที่มีหลักฐานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าประเวณี ซึ่งได้ประสานเจ้าหน้าที่ ป.ป.ง.และ ป.ป.ท.ทำการสอบเส้นทางการเงิน และบัญชีการจ่ายส่วยของร้านด้วย

“ในส่วนลักษณะของการเชียร์แขก ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 และ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 หลังจากนี้จะเป็นขั้นตอนคัดแยกเหยื่อ ซึ่งเป็นผู้เสียหายทั้งหมด 80 คน มีหลายสัญชาติ ทั้ง ไทย ลาวและเมียนมา ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน ขณะนี้อยู่ในระหว่างการคัดแยก เนื่องจากไม่ทราบว่าหญิงสาวที่ตกเป็นเหยื่ออายุเท่าไหร่ และได้ประสานให้กรมการปกครองทำเรื่องสั่งปิดสถานบริการดังกล่าวทันที“พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าว